"หากพวกท่านคิดว่าความตายของสกุลหลินจะช่วยให้แผ่นดินนี้สงบสุขได้... ข้าเกรงว่าพวกท่านคงต้องตื่นจากฝันกลางวันเสียทีค่ะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงแปดทิศที่ถูกปิดตาย หลินเฟยหรงในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายหงส์เงินไร้หัวใจ ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าอดีตขุนนางกังฉินและกลุ่มมือสังหารเงาโลหิตนับชีวิตไม่ถ้วน สายตาของนางไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉาบไว้บนใบหน้าอันงดงามราวกับปีศาจจำแลง
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากความมืดมิดทางมุมห้อง เซียวอี้เหวิน อดีตราชครูผู้เคยร่วมมือกับฮองเฮาในการสังหารนางในชาติภพก่อน ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยว ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและอำนาจ
"หลินเฟยหรง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้เพียงลำพัง จะทำให้เจ้ากลายเป็นวีรสตรีผู้กอบกู้? โง่เขลาเสียจริง! วันนี้ รอบตำหนักร้างแห่งนี้ถูกล้อมไว้ด้วยค่ายกลกระบี่ไร้เงา ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็ไม่มีวันออกไปจากที่นี่ทั้งที่ยังมีลมหายใจหรอก!"
เฟยหรงมิได้สะทกสะท้าน นางปรายตามองค่ายกลเรืองแสงสีเลือดที่กำลังแผ่ไอสังหารรอบตัว ชายผ้าไหมสีดำสะบัดตามแรงลมวูบหนึ่ง ขณะที่เรียวปากสีชาดแย้มยิ้มบางเบา
"วีรสตรีงั้นหรือ? ท่านเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว เซียวอี้เหวิน..." เฟยหรงก้าวเท้าเดินช้าๆ เข้าหาศัตรู เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินดัง กัป... กัป... ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความตาย "ข้าไม่เคยคิดจะเป็นวีรสตรี... ข้าเป็นเพียงยมทูตที่พวกท่านอุตส่าห์กราบกรานเชิญให้มาเก็บกวาดเศษขยะแผ่นดินต่างหาก"
สิ้นคำพูด รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างของหญิงสาวจนผู้ฝึกยุทธระดับสูงหลายคนถึงกับหายใจติดขัด ความกดดันระดับราชันย์ที่ผ่านการตายมาแล้วครั้งหนึ่งถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ความปรานี นางไม่จำเป็นต้องมีกองกำลัง ไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์เงา เพราะในเกมนี้... การเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยตัวคนเดียว คือการประกาศให้พวกมันรู้ว่า หมากทุกตัวบนกระดานนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของนางแต่เพียงผู้เดียว
"ฆ่ามัน! อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตรอดไปพูดอะไรได้อีก!" เซียวอี้เหวินแผดเสียงสั่งด้วยความตื่นตระหนก เมื่อสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่น่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการ
เงาดำนับสิบพุ่งเข้าหาเฟยหรงจากทุกทิศทุกทาง ประหนึ่งฝูงแร้งรุมทึ้งเหยื่อ ไอร้อนจากกระบี่อาบยาพิษแผดเผาอากาศจนบิดเบี้ยว ทว่าร่างบางกลับไวกว่าความคิด นางเบี่ยงตัวหลบคมกระบี่แรกได้อย่างงดงามราวกับการร่ายรำ ปลายแขนเสื้อสะบัดออก เข็มเงินนับร้อยเล่มเคลือบยาพิษสลายวิญญาณพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วสูง
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
เสียงเนื้อถูกเจาะทะลวงและเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังประสานกันระงม มือสังหารแถวหน้าล้มฟุกลงไปกองกับพื้นในเวลาไม่ถึงลมหายใจ เลือดสีดำไหลนองพื้นหินส่งกลิ่นคาวคลุ้ง เฟยหรงยังคงยืนอยู่ ณ จุดเดิม ใบหน้าขาวเนียนไม่มีแม้แต่ละอองเหงื่อ มีเพียงรอยยิ้มเย็นชาที่ประดับอยู่บนเรียวปาก
"ฝีมือของพวกสุนัขรับใช้มีอยู่แค่นี้เองหรือคะ? น่าผิดหวังเสียจริง..."
เฟยหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในห้องโถง ความโดดเดี่ยวที่รายล้อมรอบกายมิได้ทำให้นางอ่อนแอลงเลย ตรงกันข้าม มันกลับหล่อหลอมให้นางกลายเป็นป้อมปราการเหล็กกล้าที่ไม่มีวันถูกทำลาย
เซียวอี้เหวินหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้ายับย่น มันไม่คาดคิดเลยว่าสตรีผู้นี้จะน่ากลัวถึงเพียงนี้ ต่อหน้าความตายที่คืบคลานเข้ามา มันชักกระบี่ประจำตัวออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่เฟยหรงด้วยความบ้าคลั่งขั้นสุดท้าย
"นังปีศาจ! ตายเสียเถอะ!"
กระบี่เล่มยาวพุ่งตรงมายังจุดตายกลางอก ทว่าเฟยหรงมิได้หลบหนี นางเพียงแค่เอียงตัวเล็กน้อย ปล่อยให้คมกระบี่เฉียดผ่านหัวไหล่ไปเพียงนิด สร้างบาดแผลตื้นๆ ที่ซึมด้วยเลือดสีแดงเข้ม ก่อนที่มือเรียวบางจะคว้าจับข้อมือของอดีตราชครูไว้ได้อย่างแม่นยำราวกับคีมเหล็ก
แรงปะทะมหาศาลทำให้เซียวอี้เหวินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าเรี่ยวแรงของสตรีร่างบางตรงหน้ากลับเหนือกว่าตนเองหลายเท่านัก
"ท่านรู้ไหมคะเซียวอี้เหวิน..." เฟยหรงโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างใบหูของชายชรา น้ำเสียงของนางเยียบเย็นและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่สะสมมานานข้ามภพชาติ "ความโดดเดี่ยวที่ข้าต้องเผชิญในชาติก่อน... มันทรมานและเจ็บปวดกว่าความตายที่ท่านกำลังจะได้รับในอีกไม่กี่ลมหายใจนี้เป็นร้อยเท่า"
กร๊อบ!
เสียงกระดูกข้อมือหักดังสนั่นตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของเซียวอี้เหวิน ก่อนที่ร่างของอดีตราชครูจะทรุดฮวบลงไปกองแทบเท้าของนาง ทว่าในวินาทีที่เฟยหรงกำลังจะเงื้อมือปลิดชีพศัตรูตัวฉกาจ บรรยากาศภายในห้องโถงก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
ลมพายุหมุนวนรุนแรงพัดทะลุด้านข้างเข้ามาอย่างไร้ที่มา แรงกดดันอันมหาศาลที่คุ้นเคยอย่างยิ่งทำให้เฟยหรงต้องชะงักฝ่ามือที่กำลังจะซัดลงไป เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬปรากฏขึ้นขวางกั้นระหว่างนางกับเซียวอี้เหวินอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา
กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยพร้อมกับปลายกระบี่คมกริบที่จ่อตรงมายังลำคอของนาง ทำให้เฟยหรงต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีของแม่ทัพอวิ๋นเซียวมองตรงมาที่นาง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความกังวล และความดุดันที่ยากจะคาดเดา ขณะที่น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอמהขึ้นลอดไรฟัน
"หลินเฟยหรง... ใครอนุญาตให้เจ้าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่คนเดียว!"
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กุหลาบหนามเงิน
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 47
ความโดดเดี่ยวที่งดงาม
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!