“เจ้าคิดว่าการที่ข้าปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้ คือความเมตตาหรือความประมาทกันแน่ หลินเฟยหรง?”
เสียงทุ้มต่ำของแม่ทัพอวิ๋นเซียวแผ่ซ่านความเย็นเยียบไปทั่วห้องทรงอักษร กลิ่นกำยานไม้จันทน์ที่ควรจะหอมผ่อนคลาย กลับกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความกดดันเมื่อปะทะกับสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา
หลินเฟยหรงไม่ได้สะทกสะท้าน นางเพียงวางพู่กันในมือลงอย่างใจเย็น บนกระดาษแผ่นนั้นมีเพียงอักษรตัวเดียวที่เขียนค้างไว้ คือคำว่า ‘สิ้นสุด’ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ที่เคยเป็นเพชฌฆาตในชาติภพก่อนของนางด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
“ความเมตตาหรือความประมาท... มันขึ้นอยู่กับว่าท่านแม่ทัพมองข้าเป็น ‘หมาก’ ที่คุ้มค่าแก่การครอบครอง หรือเป็น ‘ศัตรู’ ที่ควรถูกกำจัดทิ้งก่อนที่จะสายเกินไปต่างหากล่ะคะ”
นางลุกขึ้นยืนช้าๆ กระโปรงผ้าไหมปักดิ้นทองกรีดกรายไปกับพื้นหินขัด นางเดินเข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวทำให้อวิ๋นเซียวถึงกับชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะเมื่อนางยื่นมือไปปัดเศษผงเล็กน้อยบนบ่าเสื้อเกราะของเขา
“ท่านหวาดกลัวข้าหรือคะ อวิ๋นเซียว” นางกระซิบถาม น้ำเสียงแผ่วเบาทว่าบาดลึกเข้าถึงหัวใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อคมดาบใดในใต้หล้า
“ข้าไม่ได้กลัวเจ้า” เขาตอบโต้ทันควัน มือหนาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่น สัมผัสจากผิวเนื้อนุ่มละมุนทำให้เขาเผลอบีบมันเบาๆ ราวกับจะย้ำเตือนว่านางเป็นสิ่งมีชีวิตที่จับต้องได้ ไม่ใช่เงาอดีตที่คอยหลอกหลอนเขาในยามค่ำคืน “ข้าแค่ไม่ชอบการที่ข้าไม่อาจควบคุมทุกอย่างได้ดั่งใจเหมือนที่เคย”
“ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ท่านควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ แม้แต่หัวใจของท่านเอง” เฟยหรงยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าเคร่งขรึมของชายตรงหน้า “ท่านกลัวว่าวันหนึ่ง ข้าจะเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมา และเมื่อถึงตอนนั้น ท่านจะกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักแม้แต่ตัวตนจริงๆ ของข้า”
อวิ๋นเซียวผงะไปครู่หนึ่ง คำพูดของนางราวกับใบมีดที่กรีดลึกลงไปในจุดที่เขาพยายามปิดบังไว้ที่สุด ความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าดุดันเริ่มปรากฏชัด เขาจำวันที่นางสิ้นลมในชาติก่อนได้แม่นยำ แต่นางในวันนี้ต่างออกไป นางไม่ได้อ่อนแอรอความตาย แต่นางกำลังสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาต่อหน้าต่อตาเขา
เขาปล่อยข้อมือนางแล้วหมุนตัวกลับหลัง พยายามสงบจิตใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึก “เจ้าเป็นเพียงผู้หญิงที่ข้าเก็บมาได้ เจ้าคิดหรือว่าอำนาจของเจ้าจะเหนือกว่ากองทัพของข้าได้?”
“ข้าไม่ได้ต้องการเหนือกว่าท่านค่ะ” เฟยหรงเดินตามไปหยุดอยู่ข้างกายเขา มองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นทัศนียภาพของวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล “ข้าแค่ต้องการให้ท่านรู้ว่า หากท่านเลือกที่จะทำลายข้าอีกครั้ง คราวนี้คนที่ต้องพินาศ... ไม่ใช่แค่ข้า แต่จะเป็นทุกอย่างที่ท่านรักและหวงแหน”
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ความห่างเหินที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดที่แสนอันตราย อวิ๋นเซียวหันมามองใบหน้าด้านข้างของนาง ความงดงามที่แฝงไปด้วยพิษร้ายทำให้เขารู้สึกเหมือนคนกำลังจมน้ำ เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า การมีนางอยู่ข้างกายเป็นความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่การสูญเสียนางไป... คือจุดจบที่เขาไม่มีวันรับได้
เขาเอื้อมมือไปคว้าต้นคอของนางแล้วโน้มลงมาประทับจูบที่หนักแน่น ดุดัน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานาน มันไม่ใช่จูบแห่งความรัก แต่เป็นจูบแห่งการครอบครองและการประกาศศักดาว่า ‘นางคือของเขา’ แม้ว่านัยน์ตาของเฟยหรงจะยังคงเรียบเฉย แต่มือของนางก็แอบกำชายเสื้อของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์ดังขึ้นหน้าประตูห้องทรงอักษร ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
“ท่านแม่ทัพขอรับ! มีราชโองการด่วนจากองค์จักรพรรดิ... เรื่องการประหารชีวิตผู้สมรู้ร่วมคิดในเหตุการณ์กบฏครั้งก่อน และชื่อแรกที่ถูกระบุไว้ในบัญชีรายชื่อ คือ...”
แม่ทัพอวิ๋นเซียวผลักเฟยหรงออกห่างทันที สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งเมื่อรับม้วนกระดาษสีเหลืองทองจากทหารคนนั้นมาอ่าน ความนิ่งงันของเขาทำให้เฟยหรงรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่า
เขาคลายม้วนกระดาษออก สายตาไล่อ่านบรรทัดสุดท้ายก่อนจะเบิกตากว้าง มือที่ถือราชโองการสั่นน้อยๆ จนกระดาษยับยู่ยี่
“เป็นไปไม่ได้...” อวิ๋นเซียวพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเข้มแข็งสั่นเครือ “มันต้องไม่ใช่ชื่อนี้”
เขาเงยหน้าขึ้นมองเฟยหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและความแค้นที่ปะทุขึ้นมาใหม่ ในขณะที่เฟยหรงก้าวเข้ามาใกล้แล้วชะโงกหน้ามองชื่อบนราชโองการนั้น หัวใจของนางก็แทบหยุดเต้น เมื่อเห็นชื่อของบุคคลที่นางเพิ่งจะวางแผนการช่วยชีวิตไว้ในตอนต้นแผนการของนาง... ชื่อที่เขาเขียนไว้ในฐานะ ‘ผู้บงการลับ’ คือชื่อของชายที่นางไม่อาจยอมให้ตายได้เด็ดขาด
กุหลาบหนามเงินหวังว่ารี้ดทุกท่านจะได้รับอรรถรสแห่งความเข้มข้นในบทนี้ และพร้อมที่จะลุ้นไปกับชะตากรรมของนางเอกของเราในตอนถัดไปนะคะ
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 27
ความหวาดกลัวในใจแม่ทัพ
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!