บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 49

ชีวิตหลังความตาย(ชั่วคราว)

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืดสลัวของห้องใต้ดินลับ ภายใต้ตำหนักบูรพาที่ควรจะร้างผู้คน หลินเฟยหรงวางพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนแท่นหยกขาวอย่างเชื่องช้า ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองแผ่นกระดาษเซวียนจื่อที่ละลานตาไปด้วยรายชื่อขุนนางฉ้อฉลและเส้นทางการเงินที่นางใช้เวลาแรมเดือนในการขุดคุ้ยขึ้นมาจากหลุมศพแห่งความลับ ทุกตัวอักษรที่นางจรดลงไปเปรียบเสมือนคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนลำคอของศัตรูทีละคนโดยที่พวกมันยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา "ข้าไม่คิดว่าพระชายาจะโปรดปรานงานอดิเรกที่ชวนให้ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงนอนไม่หลับถึงเพียงนี้" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดที่อับแสงที่สุดของห้อง ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพอวิ๋นเซียวค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาไม้ไผ่แกะสลัก ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์คู่นั้นไม่ได้ทอดมองไปยังกองเอกสารลับ แต่กลับจดจ้องอยู่ที่ใบเนียนนุ่มและท่าทีเยือกเย็นราวกับปีศาจจำแลงของสตรีตรงหน้า ชุดเกราะอ่อนสีดำสนิทที่เขาสวมใส่อยู่ขับเน้นให้ร่างกายของเขายิ่งดูน่าเกรงขามและดุดัน แต่ทว่า... ยามที่เขายืนอยู่เบื้องหลังนางในระยะประชิดเช่นนี้ ไอร้อนจากกายแกร่งกลับแผ่ซ่านเข้ามาจนบรรยากาศรอบตัวหลอมละลาย หลินเฟยหรงไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือน นางเพียงยกถชาชุนเอ๋อร์ขึ้นจิบอย่างใจเย็น ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันประสาทสัมผัส "ท่านแม่ทัพอวิ๋นไม่มีกิจธุระต้องตรวจตราค่ายทหารกองหน้าหรอกหรือ ถึงได้มีเวลาว่างมาเดินย่องเบาในตำหนักของหญิงหม้ายที่ถูกลืมเช่นข้า" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย แฝงความเย้ยหยันไว้ในที อวิ๋นเซียวแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างหนาก้าวเข้าไปประชิดจนแผ่นหลังบางเกือบแนบชิดกับอกแกร่ง มือหนายื่นออกไปปัดพู่กันในมือของนางออกเบาๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวดึงแผ่นกระดาษลับแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา สายตาของเขาคมปลาบขึ้นทันทีเมื่อกวาดอ่านชื่อเป้าหมายรายต่อไป "เหอซื่อเฉิง... เสนาบดีฝ่ายขวาผู้กุมอำนาจคลังหลวง เจ้ากล้าแตะต้องเขาหรือ? เขามีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับองค์ชายรองนะ เฟยหรง... เจ้ากำลังเล่นกับไฟกองใหญ่" "ไฟกองใหญ่อย่างนั้นหรือ?" หลินเฟยหรงหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน นางยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับอาบพิษร้ายกาจ "ท่านคิดว่าข้ากลัวไฟหรือเพคะ ท่านแม่ทัพ? ในเมื่อชาติก่อน ข้าเคยถูกแผดเผาจนมอดไหม้เป็นจุลมาแล้ว... บัดนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อหลบหนีเปลวเพลิง แต่ข้าต่างหากคือผู้ที่จะถือคบเพลิงเผาล้างวังหลวงแห่งนี้ให้ราบคาบ" ความดุดันในแววตาของอวิ๋นเซียวไหววูบชั่วขณะ เขาจ้องมองสตรีในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ความเย่อหยิ่งและอำนาจที่เขามีมาตลอดชีวิตไม่เคยทำให้เขายอมสยบให้ผู้ใด แต่กับหลินเฟยหรง... ยิ่งนางร้ายกาจ ยิ่งเหี้ยมเกรียม และยิ่งลึกล้ำเพียงใด หัวใจที่ด้านชาของเขากลับยิ่งเต้นระรัวด้วยความเร่าร้อนและหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือเรียวของนางไว้แน่น ราวกับต้องการถ่ายทอดความมั่นคงบางอย่างผ่านปลายนิ้ว "หากเจ้าต้องการทำลายเหอซื่อเฉิง ข้าจะจัดหากองกำลังลับให้... แต่เจ้าต้องแลกด้วยสิ่งหนึ่ง" "เงื่อนไขอะไรของท่านอีก?" หลินเฟยหรงขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ นางไม่ชอบความรู้สึกที่ถูกต้อนให้จนมุม แม้ว่าคนผู้นั้นจะคือแม่ทัพอวิ๋นเซียวก็ตาม "เลิกทำตัวห่างเหิน และหยุดเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงอันตรายลำพังเสียที" อวิ๋นเซียวโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความจริงจังที่กดดันจนน่ากลัว "จำไว้... หลินเฟยหรง เจ้าเป็นของข้า แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์พรากเจ้าไปจากเงื้อมมือของข้าได้ทั้งสิ้น" บรรยากาศในห้องใต้ดินพลันเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแข่งกับเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมัน หลินเฟยหรงนิ่งงังไปชั่วขณะ นางไม่เคยคาดคิดว่าบุรุษผู้เคยเป็นยมบาลคร่าชีวิตนางในอชาตินี้ จะกลายมาเป็นสุนัขป่าคลั่งรักที่ยอมจำนนแทบเท้านางเช่นนี้ ทว่า... ก่อนที่หลินเฟยหรงจะได้เอ่ยถ้อยคำใดเพื่อโต้แย้ง สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเงาดำทึบที่ทาบทับลงบนบานประตูไม้ด้านนอก *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูสามครั้งตามรหัสลับดังขึ้น ทว่ามันไม่ใช่จังหวะขององครักษ์เงาที่นางส่งไปสืบข่าว แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดจากสายลับภายในตำหนักของไทเฮา! อวิ๋นเซียวหรี่ตาลงทันที มือข้างหนึ่งชักกระบี่ออกจากฝักอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงเตรียมพร้อมพุ่งทะยานออกไปสังหารผู้มาเยือน แต่หลินเฟยหรงกลับเอื้อมมือไปคว้าแขนเขาไว้แน่น ดวงตาดอกท้อทอประกายความเยือกเย็นและตื่นตัวถึงขีดสุด "อย่าเพิ่งขยับ..." นางกระซิบเสียงแผ่วเบา ใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับแมวป่ากำลังเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูห้องใต้ดิน "ดูเหมือนว่า... จะมีคนล่วงรู้ที่ซ่อนแห่งนี้เร็วกว่าที่เราคาดคิดเสียอีก" หลินเฟยหรงกกระซิบชิดริมหูของเขา รอยยิ้มเยдяหยันผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "และคนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่น... น่าจะเป็นคนที่ถือตราประทับลับขององค์จักรพรรดิเสียด้วยสิคะ" — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กุหลาบหนามเงิน
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%