"หากท่านคิดจะเดิมพันด้วยชีวิต ข้าก็ขอเตือนไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้เป็นท่าน... หากทรยศข้าในภายหลัง ข้าก็จะไม่ลังเลที่จะควักหัวใจของท่านออกมาวางบนถาดเงินด้วยมือของข้าเอง"
เสียงของหลินเฟยหรงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่เปล่งออกมากลับหนักแน่นดุจคมดาบที่ฟาดลงบนแผ่นศิลา นางนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอม แสงเทียนวูบไหวในยามดึกสะท้อนใบหน้าครึ่งซีกที่ดูงดงามแต่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งค้างคืน ดวงตาเรียวหงส์ของนางจ้องมองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเพียงข้างเดียว
อวิ๋นเซียว แม่ทัพผู้ได้รับฉายาว่าปีศาจแห่งสนามรบ ผู้ที่เคยพรากลมหายใจของนางในชาติภพก่อน บัดนี้เขากำลังก้มหัวให้แก่สตรีที่เขาเคยดูแคลน รอยแผลเป็นจางๆ บนใบหน้าเข้มขรึมดูดุดันขึ้นภายใต้เงาสลัว เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับว่าคำขู่ของนางเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน แต่หากสังเกตให้ดี จะเห็นจังหวะการหายใจที่กระตุกสั้นลงอย่างคนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์
"หัวใจของข้า... ท่านจะเอาไปทำอะไรได้ ในเมื่อชีวิตนี้ข้าก็มอบให้ท่านไปตั้งแต่คืนที่ท่านยอมหันกลับมามองข้าด้วยสายตาที่ไม่ใช่ศัตรูแล้ว" อวิ๋นเซียวเงยหน้าขึ้น ดวงตาดำมืดคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการล้อเล่น "เฟยหรง เจ้าเป็นคนฉลาด เจ้าควรรู้ว่าบัลลังก์ที่เจ้าต้องการจะแลกด้วยเลือดเท่าไหร่ และข้า... คืออาวุธที่คมที่สุดที่เจ้าจะหาได้ในแผ่นดินนี้"
หลินเฟยหรงแค่นยิ้มมุมปาก นางลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงผ้าไหมสีแดงเข้มลากผ่านพื้นไม้เป็นเสียงแผ่วเบา นางเดินเข้ามาใกล้แม่ทัพหนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในหน้าหนาวโชยเข้าจมูกอวิ๋นเซียวจนเขาแทบลืมหายใจ นางยื่นมือเรียวงามที่สวมแหวนหยกมันแพะไปเชยคางเขาขึ้น บังคับให้เขาสบตา
"อาวุธน่ะหรือ? น่าสนใจ แต่ข้าไม่เคยไว้ใจอาวุธที่เคยบาดมือเจ้าของ" นิ้วนางไล้ผ่านรอยแผลเป็นบนแก้มเขาอย่างแผ่วเบา "อวิ๋นเซียว บอกข้าสิ... เหตุใดคนอย่างท่านต้องยอมลดตัวลงมาเล่นเกมสกปรกที่อาจทำให้ท่านต้องสูญเสียตำแหน่งแม่ทัพผู้เกรียงไกร เพื่อสตรีที่ผู้คนตราหน้าว่าเป็นนางร้ายอย่างข้า?"
อวิ๋นเซียวขยับตัวเล็กน้อย มือหนาของเขาเอื้อมขึ้นมาจับข้อมือของนางไว้แน่น แต่น้ำหนักมือกลับนุ่มนวลอย่างประหลาด เขาไม่ได้ดึงรั้ง แต่นำมือของนางมาแนบไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของเขา หัวใจภายใต้ชุดเกราะกำลังเต้นตุบๆ อย่างหนักหน่วงจนนางสัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้า
"คนทั้งโลกเรียกเจ้าว่านางร้าย แต่พวกเขามองไม่เห็นว่าเจ้าทำลายโลกที่เน่าเฟะนี้ไปเพื่ออะไร" เขากระซิบ น้ำเสียงแหบพร่าและจริงจัง "ข้าเบื่อหน่ายกับการสู้รบเพื่อกษัตริย์ที่มองข้าเป็นเพียงสุนัขล่าเนื้อ แต่ถ้าข้าต้องสู้เพื่อเจ้า... แม้แต่นรกข้าก็ไม่กลัว เจ้ามองดูข้าให้ดี หลินเฟยหรง ข้าไม่ใช่คนดี และข้าไม่เคยคิดจะเป็นคนดี แต่คำพูดของข้ามีค่ามากกว่าชีวิตของข้าเอง"
หลินเฟยหรงนิ่งงันไปครู่หนึ่ง นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาจุดที่เขากำลังโกหก แต่นอกจากความปรารถนาที่แผดเผาแล้ว นางกลับพบเพียงความว่างเปล่าที่รอการเติมเต็มจากนาง
"ดี... ถ้าเช่นนั้นก็จงพิสูจน์" นางชักมือกลับ หยิบกริชเล่มเล็กข้างกายขึ้นมา ก่อนจะกรีดลงบนปลายนิ้วชี้ของตัวเอง หยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนถ้วยเหล้าที่วางอยู่บนโต๊ะ "พันธสัญญาเลือดของข้ามีเงื่อนไขเดียว คือความภักดีที่ไม่มีวันหวนคืน หากท่านหักหลังข้า... แม้แต่วิญญาณท่านก็ไม่มีสิทธิ์ไปผุดไปเกิด"
อวิ๋นเซียวไม่ลังเลเลยสักนิด เขาหยิบกริชเล่มเดียวกันมากรีดนิ้วของตนเอง ก่อนจะหยดเลือดลงไปผสมในถ้วยเดียวกัน เขาหยิบถ้วยนั้นขึ้นมา จิบลงไปครึ่งหนึ่งแล้วส่งต่อให้นาง
"ข้าดื่มเลือดของเจ้า เจ้าดื่มเลือดของข้า นับจากนี้ชีวิตเราผูกติดกัน" อวิ๋นเซียวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "ไม่ว่าเจ้าจะขึ้นสู่จุดสูงสุด หรือร่วงหล่นลงสู่ขุมนรก ข้าจะยืนอยู่ข้างเจ้า... แม้กระทั่งในวันที่โลกทั้งใบหันคมดาบเข้าหาเจ้า"
หลินเฟยหรงรับถ้วยเหล้ามาดื่มจนหมดรสฝาดเฝื่อนนั้น สิ่งที่นางกำลังทำคือการวางหมากตัวที่สำคัญที่สุดบนกระดานแห่งอำนาจ แต่ในใจลึกๆ กลับมีคลื่นความรู้สึกแปลกประหลาดสั่นไหว เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากมือของเขาที่กุมมือของนางไว้ไม่ยอมปล่อย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วจากโถงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานประตูไม้แทบกระเด็น
"ท่านแม่ทัพ! ขออภัยที่ต้องรบกวนยามวิกาล แต่ฮ่องเต้มีรับสั่งด่วนให้ท่านเข้าเฝ้าที่ตำหนักบรรทม... และ..." เสียงของผู้มาเยือนขาดหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "สายสืบรายงานมาว่า พบศพของราชครูถูกแขวนประจานอยู่บนยอดหอระฆัง พร้อมกับตราประทับของจวนแม่ทัพที่ถูกทิ้งไว้ข้างๆ!"
ใบหน้าของอวิ๋นเซียวเปลี่ยนสีในทันที เขาหันกลับมามองหลินเฟยหรงที่ยังคงนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาของนางกลับมีความเย็นเยียบที่ทำให้เขาต้องขนลุก
นี่ไม่ใช่ฝีมือเขา... และเขารู้ดีว่าใครเป็นคนทำ
กุหลาบหนามเงินหวังว่ารี้ดทุกท่านจะได้รับอรรถรสแห่งความเข้มข้นในบทนี้ และพร้อมที่จะลุ้นไปกับชะตากรรมของนางเอกของเราในตอนถัดไปนะคะ
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 30
พันธสัญญาเลือด
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!