“ข้าไม่นึกว่านรกจะส่งเจ้าให้รอดชีวิตมาจนถึงวันนี้... แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดี เพราะข้าจะได้ส่งเจ้ากลับไปลงนรกด้วยมือของข้าเองอีกครั้ง”
หลินเฟยหรงเอ่ยเสียงเรียบพลางวางจอกชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดัง ‘กริ๊ก’ น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในบ่อที่ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตากลับเย็นเยียบเสียจน ‘หลี่กงกง’ ชายชราที่เคยเป็นคนสนิทของบิดานางและเป็นผู้ใส่ร้ายตระกูลหลินจนสิ้นซากถึงกับตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
ในห้องลับที่อับชื้น แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของชายชราที่พยายามหมอบกราบอยู่แทบเท้าของนาง ตราประทับของรัชทายาทในมือนางเปรียบเสมือนหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของราชวงศ์ไปตลอดกาล
“พระชายา... หม่อมฉันถูกบังคับ ฮึก... รัชทายาททรงขู่จะสังหารครอบครัวของหม่อมฉัน หากไม่ทำเช่นนั้น...” เสียงของชายชราขาดห้วง สั่นพร่าด้วยความหวาดกลัว
“ความภักดีที่ตีราคาได้ด้วยชีวิตคนอื่น ข้าควรจะเมตตาเจ้ากระนั้นหรือ?” เฟยหรงย่อตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของนางกับชายชราเพียงไม่กี่ชั่วลมหายใจ นางเชยคางเขาขึ้น บีบแน่นจนใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นบิดเบี้ยว “ตอนที่เจ้าเขียนฎีกาเท็จใส่ความตระกูลข้า เจ้าเคยคิดถึงความเมตตาบ้างหรือไม่? ตอนที่เจ้ามองดูบิดาข้าถูกลากไปประหารโดยที่รู้ว่าเขาสูงส่งเพียงใด เจ้าเคยรู้สึกถึงน้ำหนักของคำว่า ‘ความจริง’ บ้างไหม?”
ชายชราอ้าปากค้าง ไร้ซึ่งคำแก้ตัว ความเงียบงันในห้องลับถูกแทรกด้วยเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเขา จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดอยู่หลังม่านบังตา
แม่ทัพอวิ๋นเซียว ในชุดเกราะเต็มยศที่ยังไม่ได้ถอดออก เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ร่างสูงใหญ่ของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาลจนบรรยากาศในห้องดูอึดอัดขึ้นถนัดตา เขามองภาพเฟยหรงที่กำลัง ‘เล่นงาน’ ศัตรูด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
“ท่านแม่ทัพมาเร็วกว่าที่ข้าคิดนะคะ” เฟยหรงไม่ได้หันไปมอง แต่นางรับรู้ถึงการมีตัวตนของเขาได้ดีกว่าใคร
“เจ้าควรให้ข้าเป็นคนจัดการเรื่องสกปรกพวกนี้” เสียงทุ้มต่ำของอวิ๋นเซียวฟังดูดุดัน หากแต่มีกระแสบางอย่างที่อ่อนลงเมื่อเขาก้าวเข้ามาใกล้ “เจ้าเป็นถึงพระชายาของข้า มือคู่นี้ไม่ควรเปื้อนเลือดของสุนัขรับใช้ที่ไร้ค่า”
“คำว่า ‘พระชายา’ หรือคำว่า ‘สุนัขรับใช้’ มันก็เป็นเพียงแค่สถานะที่มนุษย์สมมติขึ้นเท่านั้นแหละค่ะ ท่านแม่ทัพ” นางลุกขึ้นยืนช้าๆ หันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้เคยปลิดชีพนางในชาติก่อน แววตาของเขาดูขัดใจแต่ก็แฝงไปด้วยความหลงใหลในความเด็ดขาดของนางอย่างปิดไม่มิด “ในเมื่อเขากล้าโกหกต่อเบื้องสูงเพื่อทำลายตระกูลข้า เขาก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาพยายามฝังกลบ”
หลินเฟยหรงหยิบตราประทับขึ้นมา มือของนางสั่นเพียงเล็กน้อยจากความแค้นที่สั่งสมมานานปี ก่อนจะโยนมันลงบนพื้นแทบเท้าชายชรา “เจ้าจงไปสารภาพเรื่องนี้ต่อหน้าขุนนางในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้... บอกความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับรัชทายาท และตราประทับนี่จะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่จะส่งเจ้าไปอยู่กับความซื่อสัตย์ที่เจ้าเลือกทิ้งมันไปเมื่อหลายปีก่อน”
“ท่านพระชายา! โปรด... ไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย!”
“ความตายไม่ใช่บทลงโทษที่สาสมที่สุดหรอกค่ะ” เฟยหรงกระซิบข้างหูชายชราด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานแต่เย็นชาจนถึงกระดูก “การมีชีวิตอยู่เพื่อเห็นคนที่เจ้าก้มหัวให้ต้องล่มสลายลงต่อหน้าต่อตาต่างหาก... คือของขวัญที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้า”
อวิ๋นเซียวมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาที่เริ่มเปลี่ยนไป เขาเคยคิดว่านางเป็นเพียงดอกไม้ในกรงขังที่รอวันร่วงโรย แต่ในวันนี้ นางกลับกลายเป็นพญาอินทรีที่กางปีกกว้างพร้อมจะโฉบทำลายทุกคนที่ขวางทาง เขาขยับตัวเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้านาง “เจ้ากำลังวางแผนการใหญ่เกินกว่าที่สตรีทั่วไปจะทำได้ หลินเฟยหรง... หากเจ้ายอมแพ้ในตอนนี้ ข้าอาจจะยังไว้ชีวิตเจ้า”
เฟยหรงเงยหน้าสบตาเขา หัวเราะในลำคอเบาๆ “ท่านแม่ทัพ... ท่านยังไม่รู้จักข้าดีพอ ความพ่ายแพ้ของคนอื่นต่างหาก คือความบันเทิงที่ข้าโปรดปรานที่สุด”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าขององครักษ์จำนวนมากก็ดังสนั่นมาจากทางเดินลับด้านนอก ประตูห้องถูกพังทลายลงพร้อมกับแสงสว่างที่สาดเข้ามา ร่างของรัชทายาทปรากฏกายขึ้นท่ามกลางทหารองครักษ์นับร้อย เขายืนมองภาพในห้องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นและการทรยศที่ถูกเปิดโปง
“ในเมื่อพวกเจ้าสองคนอยากจะเล่นบทรักท่ามกลางกองเลือดนัก... ข้าก็จะจัดให้!” รัชทายาทกระชับกระบี่ในมือแน่น “ฆ่าพวกมันเสีย! ใครที่ขวางทางข้าในวันนี้ อย่าได้หวังว่าจะได้เห็นตะวันในวันพรุ่งนี้!”
หลินเฟยหรงขยับรอยยิ้มมุมปาก ไม่มีความตระหนกแม้แต่น้อย นางหันไปหาอวิ๋นเซียวที่ตอนนี้ชักกระบี่ออกมาขวางหน้าเอาไว้ “ท่านแม่ทัพคะ... ดูเหมือนของขวัญชิ้นใหญ่จะมาถึงเร็วกว่ากำหนดนะคะ เรามาดูกันดีกว่าว่าระหว่างคมกระบี่ของรัชทายาท กับความแค้นของข้า... สิ่งไหนจะตัดขั้วหัวใจเขาได้ก่อนกัน”
กุหลาบหนามเงินขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของนางร้ายผู้กุมอำนาจคนนี้อย่างเหนียวแน่นนะคะ
บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม•ตอนที่ 10
บทลงโทษที่สาสม
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย: ขอเกิดใหม่เป็นผู้คุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!