“ถ้าคุณคิดจะพังกำแพงที่นี่ทิ้งจริงๆ ก็ช่วยถอนหายใจทิ้งไว้ข้างนอกนั่นด้วยนะคะ อย่าเอาความขุ่นมัวพวกนั้นเข้ามาแปดเปื้อนแบบร่างของฉัน”
เสียงเรียบเฉยของเพียงขวัญดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในสตูดิโอออกแบบ มือเรียวของเธอหยุดชะงักอยู่บนแผ่นแบบแปลนขนาดใหญ่ สายตาที่มักจะวับวาวไปด้วยประกายของความรั้น บัดนี้กลับนิ่งสนิทจับจ้องไปที่คนตรงหน้า—กรณ์—ผู้ซึ่งกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีที่อ่านไม่ออก
กรณ์ไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขากวาดสายตามองมัณฑนากรสาวที่ดูจะระแวดระวังเขาราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ เขาเดินก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นบนพื้นไม้โอ๊คดูจะดังเกินความจำเป็นในความรู้สึกของเพียงขวัญ จนกระทั่งเขามายืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นกาแฟดำที่คุ้นเคยจึงชัดเจนขึ้น
“ผมไม่ได้จะพังอะไรทั้งนั้น” กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้เย็นชาอย่างที่เคยเป็น แต่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “ผมแค่... เข้ามาดูว่าคุณจัดการเรื่อง ‘ช่องว่าง’ ที่ผมเคยทักท้วงไว้ยังไง”
เพียงขวัญเลิกคิ้วมองเขา สายตาของเธอสะท้อนภาพชายหนุ่มที่ดูผ่อนคลายลงจากบทสนทนาที่ตึงเครียดเมื่อคืนก่อนอย่างน่าประหลาดใจ “ช่องว่างที่คุณบอกว่ามัน ‘ไร้ประโยชน์’ น่ะหรือคะ?”
“ไม่ใช่ไร้ประโยชน์” กรณ์ขยับตัวเข้าใกล้แผ่นแบบแปลนมากขึ้นจนไหล่ของเขาเกือบจะแตะกับไหล่ของเธอ “แค่ผมไม่เคยเข้าใจว่าคนเราจะต้องการที่ว่างไปทำไม ในเมื่อทุกตารางนิ้วในบ้านควรจะมีฟังก์ชันของมัน”
เพียงขวัญระบายยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ไม่ใช่การเย้ยหยัน แต่เป็นยิ้มที่อ่อนโยนจนกรณ์ต้องเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกประหม่า “คุณกรณ์คะ บ้านไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่ใช้อยู่อาศัย แต่มันคือปอดของคนในบ้าน พื้นที่ว่างที่ไม่มีฟังก์ชันอะไรเลยนั่นแหละค่ะ คือที่สำหรับ ‘หายใจ’... คุณอาจจะลืมไปแล้วว่าการหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่ต้องคิดถึงหน้าที่มันรู้สึกยังไง”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มือของกรณ์ที่วางอยู่บนขอบโต๊ะเขยื้อนเข้าใกล้ปลายนิ้วของเพียงขวัญ ทว่าเขาก็หยุดมันไว้เท่านั้น เขาไม่ได้ถอยห่าง แต่เขาก็ไม่ได้ก้าวล่วง ทั้งคู่ยืนอยู่ตรงนั้น... ในช่องว่างที่เพียงขวัญเพิ่งพูดถึง มันเป็นความเงียบที่ไม่ได้บีบคั้นเหมือนเดิม แต่เป็นความเงียบที่มีจังหวะของหัวใจสองดวงเต้นสอดประสานกันอย่างประหลาด
“คุณกำลังจะบอกว่า... ผมเป็นคนบ้างานที่ลืมวิธีหายใจหรือไง” กรณ์ถามเบาๆ หัวเราะในลำคอด้วยความขบขัน
“ฉันกำลังบอกว่า คุณเป็นคนที่แบกโลกไว้เยอะเกินไปจนลืมไปว่า... โลกหมุนไปได้โดยไม่ต้องมีคุณคอยประคองไว้ตลอดเวลาก็ได้ค่ะ” เพียงขวัญหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตา “ความเจ็บปวดในคืนคริสต์มาสนั่น... มันผ่านไปนานแล้วนะคะกรณ์ คุณไม่จำเป็นต้องลงโทษตัวเองด้วยการขังตัวเองไว้ในห้องทำงานแคบๆ นั่นตลอดไป”
ชื่อของเขาที่หลุดออกมาจากปากของเธออย่างเป็นกันเองทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลง กรณ์เงยหน้าขึ้นมองสบตาเธอ ดวงตาที่เคยเป็นดั่งทะเลน้ำแข็งบัดนี้เริ่มมีรอยร้าวที่เผยให้เห็นความเปราะบางภายใน เขาไม่ได้ผลักไสเหมือนทุกครั้งที่เธอเอ่ยถึงอดีต แต่กลับเป็นฝ่ายเอื้อมมือขึ้นมา... ปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา
สัมผัสที่อบอุ่นและสั่นไหวเล็กน้อยทำให้ลมหายใจของเพียงขวัญสะดุด
“ถ้าผมปล่อยวาง... แล้วที่ตรงนั้นของผมล่ะ” กรณ์ถาม เสียงของเขาแหบพร่า “ถ้าผมไม่แบกมันไว้ ผมจะเหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยว”
“เหลือฉันไงคะ” คำพูดนั้นหลุดออกไปโดยที่เพียงขวัญไม่ทันได้ยั้งคิด เธอเห็นประกายบางอย่างในดวงตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความรังเกียจ แต่มันคือความโหยหาที่ถูกกักขังมานานปี
ก่อนที่บทสนทนาจะถลำลึกไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของกรณ์ก็แผดเสียงขึ้นทำลายบรรยากาศจนสิ้นซาก เขาขมวดคิ้วด้วยความรำคาญแต่ก็ยอมหยิบมันขึ้นมาดู แต่เพียงแค่เหลือบมองหน้าจอ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความตระหนกจนเห็นได้ชัด
“ใครโทรมาคะ?” เพียงขวัญถามอย่างกังวล เมื่อเห็นมือของเขาสั่นระริกขณะกดรับสาย
กรณ์ไม่ได้ตอบ เขากดรับและแนบโทรศัพท์ไว้ที่หู ดวงตาของเขายังคงจ้องมองเพียงขวัญ แต่เป็นสายตาที่ไร้โฟกัส เหมือนเขากำลังฟังคำพิพากษาบางอย่างจากปลายสายที่ทำให้โลกของเขาต้องพังทลายลงอีกครั้ง
“ครับ... ผมทราบแล้ว” กรณ์ตอบสั้นๆ ก่อนจะวางสายด้วยความรวดเร็ว เขาหันมามองเพียงขวัญด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว “มีคนส่งจดหมายฉบับหนึ่งมาที่สำนักงาน... เป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือแบบเดียวกับที่ผมเห็นในคืนนั้น... คืนที่ครอบครัวของผมหายไป”
เพียงขวัญหน้าซีดเผือด “หมายความว่ายังไงคะ? คนคนนั้นตายไปนานแล้วไม่ใช่หรือไง”
กรณ์ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือของเขาเย็นเยียบ “นั่นคือสิ่งที่ผมคิดมาตลอด... จนกระทั่งผมเห็นชื่อคนส่ง... มันคือชื่อของพี่ชายผม... คนที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตไปพร้อมกับพ่อแม่ในเหตุการณ์คืนคริสต์มาสนั้น”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวในใจของพวกเขาไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 9
รุ่งอรุณแห่งความเข้าใจ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!