"คุณจะปล่อยให้มันจบลงแบบนี้จริง ๆ หรือคะคีริน ความเงียบไม่ได้ช่วยให้รอยร้าวในใจคุณประสานหรอกนะ"
รินลดากล่าวเสียงเรียบขณะวางปืนพกกระบอกนั้นลงบนโต๊ะไม้ที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษซากปรักหักพัง คราบเขม่าดินปืนยังคงอบอวลอยู่ในอากาศพอๆ กับกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นไหม้ที่น่าสะอิดสะเอียน เธอไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนพิงผนังห้องที่เหลือเพียงครึ่งเดียว สายตาของเธอจับจ้องไปยังเศษแก้วที่สะท้อนแสงจันทร์หม่นๆ บนพื้นห้องที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสูญเสีย
คีรินนิ่งเงียบไปนานจนกระทั่งเสียงลมหายใจของเขาเริ่มสอดประสานกับความเงียบงันรอบข้าง เขาไม่ได้หันมาสบตา มือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยกุมหน้าอกซ้ายไว้แน่น ราวกับว่าหากเขาเผลอปล่อยมือ ความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมาตลอดชีวิตจะทะลักออกมาจนร่างแหลกสลาย
"ถ้าฉันพูดไป... โลกที่สร้างขึ้นมาด้วยความลวงก็จะพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ริน" เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ "เธอคิดว่าเรายังเหลืออะไรให้รักษาอยู่อีกงั้นหรือ ในเมื่อคนที่เราควรปกป้องที่สุดกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านไปหมดแล้ว"
รินลดาแค่นยิ้ม ยิ้มที่ดูราวกับมีดกรีดลงบนความว่างเปล่า "เราสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่วันนั้น คีริน แต่วันนี้... เราได้สูญเสีย 'ตัวตน' ที่ถูกบังคับให้แบกรับความลับของตระกูลไปเสียที มันไม่ใช่การสูญเสียที่น่าเศร้า แต่มันคือการพรากจากสิ่งที่ขังเราไว้ในกรงขังแห่งความแค้นต่างหาก"
เธอเดินเข้าไปใกล้เขา กลิ่นถ่านไม้ที่ติดอยู่บนตัวชายหนุ่มยิ่งตอกย้ำถึงเหตุการณ์ระเบิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน รินลดายื่นมือไปแตะแขนเขาเบาๆ สัมผัสที่เย็นเยียบนั้นสื่อถึงความเปราะบางของวิญญาณที่เกือบจะแตกดับ
"เถ้าถ่านเหล่านั้นคือหลักฐานเดียวที่บอกว่าเราเคยมีชีวิตอยู่" คีรินหันมามองเธอ ดวงตาของเขาแดงก่ำแต่ไร้หยาดน้ำตา "ริน... พ่อของเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุอย่างที่ฉันเคยโกหกเธอไว้ตลอดหลายปีนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาหยุดหมุน หัวใจของรินลดาเต้นกระตุกราวกับถูกบีบด้วยกรงเล็บที่มองไม่เห็น เธอรู้ดีว่าคำถามนี้คือเดิมพันของชีวิต แต่เธอก็พร้อมจะรับความจริงที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย
"เขาตายเพราะอะไร" เธอถาม เสียงของเธอไม่ได้สั่น แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะฟาดฟันกับทุกความจริง
"เพราะเขาค้นพบสิ่งนี้"
คีรินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่เปื้อนคราบเลือดและฝุ่นดิน เขาดึงวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือจี้ห้อยคอโลหะเก่าคร่ำคร่าที่มีสัญลักษณ์แปลกประหลาดสลักไว้ รินลดาสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากวัตถุชิ้นนั้น ทันใดนั้น เงาร่างของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นที่ประตูห้องที่พังทลาย
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังสะท้อนในความมืดมนของห้องโถงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีผู้รอดชีวิต
"ยอดเยี่ยมมาก... ทั้งคู่เลย" ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่ดูไร้รอยขีดข่วนก้าวออกมาจากเงามืด แววตาของเขาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย "พวกเธอคิดว่าพายุเพิ่งจะผ่านพ้นไปงั้นหรือ? เปล่าเลย... ความสูญเสียที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก"
รินลดาชักปืนที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจ่อที่หน้าผากชายคนนั้นทันที แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องชะงักและลมหายใจแทบขาดห้วง ไม่ใช่เพราะปืนในมือของชายตรงหน้า แต่เป็นภาพที่เขายื่นหน้าจอแท็บเล็ตให้เธอดู
บนหน้าจอนั้นคือภาพถ่ายล่าสุดของ 'คนสำคัญ' ที่เธอเชื่อว่าตายไปแล้วในเหตุการณ์ระเบิด แต่เขากลับยืนอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย... สถานที่ที่รินลดาและคีรินเพิ่งจะหนีออกมาเมื่อครู่ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังก้องอยู่ในหัวว่า "ทุกอย่างยังไม่จบ"
ดาวตกคืนคริสต์มาสขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและแสงจันทร์ที่ร้าวรานมากับรินลดาและคีรินจนถึงตอนนี้นะคะ
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 40
รุ่งอรุณหลังพายุ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!