“คีริน... ถ้าคุณตายที่นี่ ความลับทั้งหมดก็จะตายไปกับคุณด้วย ซึ่งฉันไม่อนุญาตให้มันเป็นแบบนั้น!”
รินลดากรีดเสียงผ่านม่านควันสีเทาเข้มที่บดบังทุกสรรพสิ่ง เสียงไม้คานเพดานหักโค่นลงมาดังสนั่นจนพื้นดินสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ หญิงสาวไม่สนสายความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาแผดเผาผิวหนัง เธอฝ่าเปลวเพลิงที่เต้นระบำราวกับอสูรร้ายเข้าไปในห้องโถงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของตระกูล แต่บัดนี้เหลือเพียงกองซากปรักหักพังที่กำลังกลืนกินทุกอย่าง
ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยนอนแน่นิ่งอยู่ใต้คานไม้ขนาดใหญ่ แสงสีส้มแดงสะท้อนในดวงตาที่เริ่มพร่ามัวของคีริน เขาดูเหมือนรูปปั้นที่แตกสลายมากกว่ามนุษย์ที่มีลมหายใจ
“คุณ... มาทำไม” เสียงของคีรินแหบพร่า สั่นเครือ แฝงไปด้วยความเวทนาที่ซ่อนอยู่ในแววตาที่เริ่มเลื่อนลอย “ถอยไป... รินลดา... ที่นี่มันไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างคุณ”
“หุบปากซะ!” เธอแผดเสียงแข่งกับเสียงไฟที่คำราม เธอกระโจนเข้าหาเขา มือทั้งสองข้างที่สั่นเทาพยายามยกคานไม้นั้นขึ้น แรงเฮือกสุดท้ายที่เกิดจากความโกรธแค้นและความเจ็บปวดผสมปนเปกันทำให้เธอทำได้มากกว่าที่คิด คานไม้นั้นเคลื่อนไหวเพียงนิด แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนใต้ซากนั้นขยับตัวได้
“คุณไม่มีสิทธิ์ตาย... คุณยังไม่ได้ชดใช้ในสิ่งที่ครอบครัวคุณทำกับพ่อแม่ฉัน!” รินลดากัดฟันแน่น เลือดซิบออกจากริมฝีปากที่เธอกัดไว้เพื่ออดกลั้นความทรมานจากไอร้อน “อย่าเพิ่งชิงหนีไปแบบนี้... คุณต้องอยู่รับผิดชอบมัน!”
คีรินมองหญิงสาวตรงหน้าผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอจากฝุ่นควัน เขามองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาของรินลดา เงาที่เต็มไปด้วยความแค้นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่แม้แต่ตัวเธอเองก็อาจไม่รู้ตัว เขาเค้นยิ้มสมเพชตัวเอง ก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายดึงแขนตัวเองออกมาจากซากไม้
ทั้งคู่ทรุดลงกับพื้น รินลดารีบโอบประคองเขาไว้แน่น กลิ่นไหม้ของเสื้อผ้าและผิวหนังแทรกซึมไปทั่วบริเวณอากาศที่เบาบางลงทุกที ความตายอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายจมูก แต่ทว่า... ท่ามกลางกองเพลิงที่โหมกระหน่ำ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
กำแพงด้านหลังของคฤหาสน์ที่ควรจะพังทลายลงมาตามแรงไฟ กลับมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่หลังม่านควันนั้น รินลดาสังเกตเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคน—ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และไม่ใช่คนที่เธอรู้จัก ชายในชุดดำสนิทก้าวออกมาจากมุมมืดที่เพลิงยังลามไปไม่ถึง ในมือเขากำวัตถุโลหะชิ้นหนึ่งที่สะท้อนแสงไฟวับวาว
คีรินเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้านั้น แม้จะถูกปิดบังไว้ด้วยหน้ากากครึ่งซีก แต่เขาก็จำดวงตาคู่นั้นได้ดี ดวงตาที่เขาเห็นในฝันร้ายมาตลอดชีวิต
“นั่นมัน...” คีรินพึมพำ เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคนใกล้ตาย
ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา ไม่ได้เร่งรีบ ไม่ได้ตื่นตระหนก แต่กลับยกมือขึ้นทำความเคารพราวกับกำลังแสดงความยินดีในวาระสุดท้ายของคีริน เขาไม่ได้มาเพื่อช่วย... แต่เขามาเพื่อปิดงานที่ค้างคา
“ทุกอย่างจบลงที่นี่แล้ว คีริน” ชายปริศนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว “ความลับในคืนคริสต์มาสปีนั้น จะถูกฝังไว้พร้อมกับศพของพวกคุณ... และไม่ต้องห่วง ผมจะทำให้มันดูเหมือนอุบัติเหตุที่น่าเศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูลคุณเอง”
เขาค่อยๆ กดปุ่มในมือ เสียงเครื่องจักรกลเล็กๆ ดังขึ้นจากพื้นใต้เท้าของพวกเขา—เสียงที่รินลดาจำได้ดีว่ามันคืออะไร
“ระเบิด...” เธออุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก ความตายไม่ได้มาจากกองเพลิง แต่มันกำลังจะมาจากสิ่งที่อยู่ใต้เท้าพวกเขาในเสี้ยววินาทีนี้!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกองเพลิงอันโหดร้ายไปกับรินลดาและคีรินในตอนนี้ด้วยนะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาสจะรอพบทุกท่านในตอนหน้าค่ะ
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 39
ปาฏิหาริย์ในกองเพลิง
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!