เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 41

การเริ่มต้นใหม่บนรอยแผล

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"เซ็นชื่อลงไปเสียสิคะคุณคีริน... หรือคุณยังอาลัยอาวรณ์ในกองซากปรักหักพังของตระกูลที่พยายามฉุดรั้งเราไว้ในนรกขุมนี้" ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่อง รินลดาไม่ได้เงยหน้ามองคู่สนทนา หากแต่ดวงตาคมกริบของเธอจับจ้องเพียงเอกสารการโอนถ่ายทรัพย์สินและคำสั่งปิดบัญชีลับที่พัวพันกับความตายของคนหลายรุ่น ความเงียบในห้องทำงานชั้นบนสุดของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีเย็นเยียบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน คีรินยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่างบานสูง แผ่นหลังที่เคยดูแข็งกร้าวกลับดูเล็กลงในความรู้สึกของรินลดา เขาแค่นยิ้มบางๆ พลางหันกลับมามองหญิงสาวที่วันนี้ดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอไม่ใช่นกน้อยในกรงขังความแค้นอีกต่อไป แต่เป็นผู้ถือดาบที่พร้อมจะตัดสายสะดือที่ยึดโยงตระกูลจอมปลอมนี้ทิ้งไปเสียที "รินลดา... ถ้าผมเซ็น เอกสารพวกนี้จะทำให้คุณกลายเป็นคนไร้รากเหง้าในสายตาของคนทั้งตระกูล" คีรินเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาของเขามีความสับสนที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา "คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าความยุติธรรมที่แลกมาด้วยการทำลายตัวเองแบบนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ของคุณต้องการจริงๆ?" รินลดาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้อง เธอเดินตรงไปยังหน้าต่าง ยืนเคียงข้างชายผู้กุมความลับมาค่อนชีวิต สายตาของเธอมองออกไปยังสวนที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายความทรงจำที่บิดเบี้ยว วันนี้มันไม่มีอะไรเหลือให้โหยหาอีกแล้ว "รากเหง้าที่เน่าเฟะจนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วแบบนี้ คุณยังอยากจะเก็บมันไว้ประดับบารมีอีกหรือคะ?" เธอหันไปสบตาเขา แววตาของรินลดาไม่มีความโกรธแค้นเหลืออยู่อีก มีเพียงความนิ่งสงบที่น่าสะพรึงกลัว "ฉันไม่ได้ทำเพื่อพ่อแม่ที่ตายไปแล้ว แต่ฉันทำเพื่อคนคนเดียวที่เหลืออยู่ในเงาจันทร์คืนนี้... คนที่สมควรจะเริ่มหายใจด้วยปอดของตัวเองเสียที ไม่ใช่หายใจด้วยความเกลียดชังของคนรุ่นก่อน" มือของคีรินสั่นเล็กน้อยตอนที่เขารับปากกาจากมือเธอ รอยแผลที่ข้อมือข้างหนึ่งของเขาที่เกิดจากความพยายามหลุดพ้นในอดีต ดูเหมือนจะเด่นชัดขึ้นในยามที่เขากดปลายปากกาลงบนกระดาษ เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่แค่การโอนทรัพย์สิน แต่มันคือการเผาตำนานความแค้นที่ฝังรากลึกในคฤหาสน์หลังนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน ทุกรอยหมึกที่ปรากฏบนกระดาษเปรียบเสมือนเสียงระฆังที่ดังเตือนการสิ้นสุดของยุคสมัย รินลดารอจนกระทั่งลายเซ็นสุดท้ายจบลง ความรู้สึกโหวงเหวงในอกที่เธอสะสมมาตลอดหลายปีเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่เบาสบายอย่างประหลาด เธอตัดสินใจแล้ว ทรัพย์สินที่เหลือจากการเคลียร์หนี้สินของตระกูลจะถูกโอนเข้ามูลนิธิทั้งหมด ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเงินตราสกปรกที่จะเป็นบ่วงรัดคอพวกเขาต่อไป "เสร็จสิ้นแล้วนะคะ" รินลดาพึมพำขณะเก็บเอกสารใส่ซองสีน้ำตาล "พรุ่งนี้เช้า... เราจะออกจากที่นี่โดยไม่หันกลับมามองอีก" คีรินมองดูห้องทำงานที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่เขารักและเกลียดในเวลาเดียวกัน เขาเดินไปที่โต๊ะทำงาน ดึงลิ้นชักลับที่ไม่มีใครรู้ว่ามีอยู่จริงออกมา กุญแจดอกเก่าสีทองหม่นวางอยู่ข้างในนั้น—กุญแจที่ไขเข้าสู่ความลับสุดท้ายที่แม้แต่รินลดาก็ไม่เคยระแคะระคาย เขาส่งกุญแจดอกนั้นให้เธอ รอยยิ้มของเขามีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง "คุณจัดการทุกอย่างเพื่อล้างบาปให้ตระกูล แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งนะรินลดา..." คีรินขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมที่คล้ายกับกลิ่นดอกไม้ในฤดูหนาว "บางความแค้นมันไม่ได้จบลงที่การเซ็นเอกสาร... แต่จบลงด้วยการที่ต้องมีใครสักคนหายไปจากแผนที่โลกใบนี้ตลอดกาล" เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนดังขึ้นจากโถงทางเดินข้างนอกพร้อมกับเสียงประตูใหญ่ที่ถูกกระชากเปิดออกโดยปราศจากมารยาท รินลดาสะดุ้งสุดตัวขณะหันไปมองหน้าต่างที่บานกระจกเริ่มร้าวจากแรงกระแทกจากภายนอก เงาร่างหนึ่งที่ควรจะตายไปตั้งแต่วันที่อุบัติเหตุพรากทุกอย่างไปจากชีวิตเธอ ยืนเด่นตระหง่านอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าที่ซีกหนึ่งถูกปกคลุมด้วยรอยแผลเป็นที่คุ้นตา... คนคนนั้นจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาทที่ไม่เคยจางหายไปไหน "ปิดตำนานเหรอคะรินลดา? น่าขันสิ้นดี... เพราะคนที่คุณเพิ่งทำลายไปน่ะ คือหมากตัวเดียวที่จะปกป้องคุณจาก 'ความจริง' ที่กำลังจะฆ่าคุณในวินาทีนี้" ดาวตกคืนคริสต์มาสขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและแสงจันทร์ที่ร้าวรานมากับรินลดาและคีรินจนถึงตอนนี้จากใจจริงนะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%