เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 27

ความหวาดกลัวที่กัดกิน

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“ออกไปจากชีวิตฉันเสียทีรินลดา ก่อนที่ความปรารถนาดีจอมปลอมของเธอจะกลายเป็นศพที่ถูกฝังไว้ใต้ถุนคฤหาสน์หลังนี้!” เสียงตะคอกของคีรินดังก้องสะท้อนไปตามผนังหินเย็นเยียบของห้องสมุดเก่าแก่ กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นอายความตายที่คลุ้งอยู่ในอากาศดูจะหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อเขาเขวี้ยงแจกันคริสตัลราคาแพงพุ่งชนผนังจนแตกกระจาย เศษแก้วใสคมกริบกระเด็นเฉียดแก้มรินลดาไปเพียงไม่กี่นิ้ว หยดเลือดสีแดงสดซึมออกมาจากรอยแผลบางๆ บนผิวแก้มเนียน แต่หญิงสาวไม่แม้แต่จะขยับตัว หรือแสดงอาการหวาดกลัวต่อพายุอารมณ์ที่กำลังบ้าคลั่งตรงหน้า ดวงตาของคีรินแดงก่ำ ราวกับมีเปลวไฟแห่งความเจ็บปวดและตระหนกเผาไหม้อยู่ข้างใน มือหนาสั่นเทาขณะยันโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ไว้แน่น ความเย็นชาที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันตัวมาตลอดพังทลายลงเหลือเพียงชายผู้แตกสลายที่กำลังพยายามผลักไสคนที่เขารักที่สุดให้พ้นจากหุบเหว “คุณคิดว่าการตะโกนใส่หน้าฉันแบบนี้ จะทำให้ฉันกลัวแล้วเดินจากไปงั้นหรือคะคีริน?” รินลดาก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าสั่นสะท้านไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่พยายามสะกดไว้ภายใต้ความเย็นชา “คุณกำลังกลัว... ไม่ใช่กลัวว่าฉันจะตาย แต่กลัวว่าถ้าฉันยังอยู่ คุณจะไม่มีข้ออ้างที่จะแบกรับความลับนรกแตกนั่นไว้คนเดียวอีกต่อไป” คีรินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการกรีดร้อง “ความลับงั้นหรือ? เธอยังไม่รู้อะไรเลยรินลดา สิ่งที่อยู่ในเงาจันทร์นั่นมันไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองหรือมรดกเลือด แต่มันคือคำสาปที่พรากพ่อแม่ของเธอไป และตอนนี้มันกำลังจ้องมองเธอผ่านดวงตาของฉัน!” เขาคว้าไหล่รินลดาแล้วเขย่าอย่างรุนแรง บังคับให้เธอสบตา “มองดูฉันสิ! มองดูสิ่งที่ฉันเป็นสิ! ฉันไม่ใช่ผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยรู้จักในคืนหิมะตกนั่นแล้ว ฉันกลายเป็นปีศาจที่ต้องกินเลือดเนื้อความบริสุทธิ์ของคนรอบข้างเพื่อยื้อเวลาชีวิตอันน่าสมเพชนี้ไว้!” รินลดาไม่หลบสายตา เธอโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวและสับสนของเขา มือเรียวเล็กเอื้อมไปแตะมือที่สั่นเทาของชายหนุ่ม ค่อยๆ บีบมันเบาๆ อย่างหนักแน่น พลังงานในตัวเธอดูเหมือนจะแผ่ซ่านไปถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของเขา “ถ้าปีศาจตัวนั้นจะฆ่าฉัน ฉันก็จะยอมตายในอ้อมกอดของคุณ ดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่เพื่อพบว่าผู้ชายที่ฉันรักต้องทุกข์ทรมานอยู่กับความโดดเดี่ยวเพียงลำพัง” คำพูดของเธอเรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนทำให้คีรินชะงักงัน เขาพยายามถอนตัวออก แต่รินลดาไม่ยอมปล่อย “อย่ามาทำเป็นเสียสละในสิ่งที่ฉันไม่ได้ร้องขอ!” คีรินขัดขึ้น น้ำเสียงอ่อนลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความร้าวราน “พรุ่งนี้เช้า... ก่อนที่แสงแรกจะแยงตา ให้เธอนั่งรถออกไปจากหุบเขานี้ ห้ามหันกลับมา ห้ามติดต่อใคร ถ้าฉันเห็นหน้าเธอที่นี่อีกแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะไม่ปรานี... ฉันจะทำให้เธอเห็นว่าความตายมันน่าอภิรมย์แค่ไหน” เขาสะบัดตัวเธอออกอย่างแรงจนรินลดาเซไปชนตู้หนังสือ กองหนังสือเก่าร่วงหล่นลงมาตามแรงกระแทก บรรยากาศในห้องเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ คีรินหมุนตัวเดินตรงไปยังมุมมืดของห้อง เขาจมหายไปในเงามืดนั้น ทิ้งให้รินลดายืนตัวสั่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่ดูเหมือนจะโอบล้อมเธอไว้รอบด้าน รินลดาสูดหายใจลึก กวาดสายตาไปรอบห้องสมุด ก่อนจะสะดุดเข้ากับเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังบานประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย... ไม่ใช่คนของตระกูลคีริน และไม่ใช่คนใช้ในบ้าน ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีเข้มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด มันคือเข็มกลัดรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ติดอยู่บนปกเสื้อ ซึ่งเป็นเข็มกลัดแบบเดียวกับที่เธอเคยพบในที่เกิดเหตุอุบัติเหตุของพ่อแม่เมื่อยี่สิบปีก่อน! หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับจะหลุดออกมาจากอก เมื่อร่างนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่เธอไม่มีวันลืมเลือน แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไปเพียงใดก็ตาม มันคือใบหน้าของคนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วในอุบัติเหตุครั้งนั้น... ใบหน้าของพ่อของเธอเอง! "รินลดา... ลูกรัก พ่อเตือนเจ้าแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้ามาใกล้ความลับของตระกูลนี้" ดาวตกคืนคริสต์มาสขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในค่ำคืนนี้ไปพร้อมกับตัวละครของฉันนะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%