เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 31

คืนก่อนศึกตัดสิน

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้ รินลดา... ทุกอย่างที่เราสร้างมาตลอดปีจะพังทลายลงในพริบตา" เสียงทุ้มต่ำของคีรินดังก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องสมุดใหญ่ คฤหาสน์ตระกูลอัครเดชไพศาลยามวิกาลดูเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังหมอบนิ่ง รินลดาหยุดฝีเท้าลงบนพรมเปอร์เซียผืนหนา มือที่สั่นเทาของเธอขยุ้มแฟ้มเอกสารลับไว้แน่น เธอไม่ได้หันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ท่ามกลางเงามืดของชั้นหนังสือสูงตระหง่าน แผ่นหลังของเธอยืดตรงราวกับต้องการแสดงถึงความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหวาดหวั่น "ความลับที่คุณเก็บไว้ไม่ได้สร้างอะไรเลย คีริน" รินลดาตอบกลับ เสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดุจใบมีด "มันมีแต่จะกัดกินเราทั้งคู่ให้กลายเป็นเถ้าถ่านก่อนที่คืนคริสต์มาสจะมาถึง" "เถ้าถ่านงั้นหรือ?" คีรินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ ก่อนที่ฝีเท้าของเขาจะก้าวเข้ามาใกล้จนรินลดาได้กลิ่นอายจางๆ ของไม้สนและกลิ่นบุหรี่ราคาแพงที่เขาพยายามเลิกมาตลอด "คุณก็รู้ดีว่าอุบัติเหตุคืนนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พ่อแม่ของคุณไม่ได้ตายเพราะโชคชะตา แต่ตายเพราะคนที่คุณกำลังจะไปหา... คนที่วางแผนจะเปลี่ยนคุณให้เป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานของเขา" รินลดาหลับตาลงแน่น ความทรงจำอันบิดเบี้ยวเกี่ยวกับคืนที่หิมะตกหนักและเสียงเบรกที่ดังสนั่นหวั่นไหวย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน "ฉันไม่สนว่าเขาจะเป็นใคร หรือเขาจะทำอะไร" รินลดากล่าวขณะหันกลับไปเผชิญหน้ากับดวงตาที่เย็นชาของคีริน "แต่ตราบใดที่ชื่อของฉันยังปรากฏอยู่ในพินัยกรรมฉบับนั้น ฉันคือคนเดียวที่มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะให้เรื่องนี้จบลงอย่างไร ไม่ใช่คุณ และไม่ใช่คนในเงามืดนั่น" คีรินจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ความโดดเดี่ยวที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตดูเหมือนจะร้าวรานผ่านออกมาทางแววตาเพียงเสี้ยววินาที เขาเอื้อมมือขึ้นมาเหมือนจะแตะใบหน้าของเธอ แต่แล้วเขาก็ลดมือลงราวกับนึกขึ้นได้ว่าความใกล้ชิดคือสิ่งต้องห้ามในคฤหาสน์แห่งความลวงนี้ "รินลดา..." คีรินเรียกชื่อเธอแผ่วเบา "ถ้าคุณพังประตูบานนั้นออกไป คุณจะไม่ใช่แค่เหยื่อผู้แสวงหาความจริงอีกต่อไป แต่คุณจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ล่า... คุณพร้อมที่จะสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปเพื่อแลกกับการแก้แค้นแล้วจริงๆ หรือ?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดอีกครั้ง มีเพียงเสียงไฟในเตาผิงที่ปะทุขึ้นเป็นระยะ รินลดามองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ เธอเห็นหญิงสาวที่แววตาไร้ความสดใส แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเพลิงแห่งการแก้แค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างตรงหน้า "ฉันเสียตัวตนไปตั้งแต่วันที่พ่อแม่จากไปแล้ว" เธอตอบเสียงแข็ง "สิ่งที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ เหลือเพียงแค่ชื่อ... และฉันจะทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของฉัน" เธอก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้คีรินยืนอยู่ท่ามกลางเงามืดเพียงลำพัง เขาเฝ้ามองแผ่นหลังนั้นเดินหายไปในโถงทางเดินที่มืดมิด ทันใดนั้น เขาก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดหมายเลขที่ไม่เคยมีบันทึกไว้ในรายชื่อ "ทำตามแผนเดิม" เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่เคยทำได้ "รินลดากำลังไปที่ห้องใต้ดิน ถ้าเธอพบ... ก็ให้จบเรื่องนี้ซะ" รินลดาเดินลงบันไดวนด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอรู้ดีว่าแต่ละก้าวที่เธอย่างกรายลงไปใต้ดินของคฤหาสน์ คือการก้าวเข้าสู่ปากเหว แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกถึงความโล่งเบาอย่างประหลาด เมื่อมาถึงบานประตูเหล็กกล้าที่ถูกปิดตายมานานหลายทศวรรษ เธอหยิบกุญแจดอกเดียวที่เธอได้มาจากตู้เซฟลับของพ่อออกมา เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานในความมืด กุญแจไขเข้าล็อกได้อย่างพอดิบพอดี เธอกลั้นหายใจ ออกแรงผลักประตูบานหนักอึ้งให้เปิดออก สิ่งที่อยู่เบื้องหลังประตูไม่ได้มีเพียงเอกสารที่เป็นหลักฐาน แต่กลับมีร่างของใครบางคนที่เธอนึกไม่ถึงกำลังยืนหันหลังรอเธออยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ร่างนั้นค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ แสงไฟจากโถงทางเดินสาดส่องลงบนใบหน้าที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ใบหน้าของบุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน "มาถึงเสียทีนะ รินลดา" เสียงที่คุ้นหูเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล "เธอยังเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด... ช่างโง่เขลาและดื้อรั้นจนน่าสมเพชจริงๆ" ดาวตกคืนคริสต์มาสขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระทึกนะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%