เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 30

แผนการขั้นสุดท้าย

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“ถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้โดยที่ยังลังเล อย่าแม้แต่จะหันหลังกลับมามองนะคะ เพราะนั่นหมายความว่าคุณเลือกที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่ฆ่าพ่อแม่ของคุณไปตั้งแต่วันนั้น” รินลดาวางปืนกระบอกสีเงินเงาวับลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ เสียงเหล็กกระทบเนื้อไม้ดังกังวานบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ คีรินที่ยืนหันหลังให้เธออยู่ริมหน้าต่างบานสูง—ซึ่งมองออกไปเห็นเพียงความมืดมิดของสวนที่ไร้แสงดาว—ไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลักจากน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มค่อยๆ หมุนตัวกลับมา ดวงตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงร่องรอยของความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกลงไปในจิตวิญญาณ “รินลดา คุณรู้ใช่ไหมว่าการร่วมมือกับผมในครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความแค้น แต่มันคือการเผาทำลายทุกอย่างที่เราทั้งคู่มีเพื่อแลกกับความจริงเพียงหนึ่งเดียว” “ฉันไม่เหลืออะไรให้เสียแล้วค่ะ คีริน” หญิงสาวก้าวเข้าไปหาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม “ชีวิตฉันเปรียบเสมือนจดหมายที่ถูกเขียนทิ้งไว้กลางพายุ ความจริงที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้คือสิ่งเดียวที่ฉันจะยอมใช้ชีวิตที่เหลือแลกมา ต่อให้ต้องตกลงไปในขุมนรก ฉันก็จะดึงคนที่ทำลายพวกท่านลงไปเป็นเพื่อนด้วย” คีรินแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง “เราสองคน... ต่างก็เป็นแค่เศษเสี้ยวของอดีตที่พยายามจะมีชีวิตรอดในปัจจุบันสินะ” เขาหยิบปืนขึ้นมาตรวจเช็คกลไกอย่างชำนาญ ก่อนจะสบตาเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเย็นชาแบบที่เคยเป็น แต่มันคือการยอมรับ—การยอมรับในความบ้าคลั่งที่กำลังจะเกิดขึ้น “งั้นก็เตรียมตัวให้พร้อม แผนการสุดท้ายของเราจะเริ่มขึ้นในคืนวันคริสต์มาสอีฟที่จะถึงนี้ ที่งานเลี้ยงการกุศลของตระกูลอัครเดชะ” “ทำไมต้องเป็นที่นั่น?” รินลดาถามพลางหรี่ตามอง “เพราะที่นั่นคือจุดกำเนิดของเงาที่คุณตามหาอยู่ไงล่ะ” คีรินลดเสียงต่ำลงราวกับกระซิบ “คนบงการที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน ไม่ได้เป็นเพียงศัตรูทางธุรกิจ แต่เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกับผม... และเขากำลังจะประกาศชัยชนะในคืนนั้น” รินลดานิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงราวกับกลองรบที่รัวกระหน่ำ ข้อมูลที่ได้รับช่างหนักอึ้งเกินกว่าจะรับไหว แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัดดั่งกระจกเงาที่ถูกเช็ดคราบฝุ่นออก ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาอยู่ในอกกลับกลายเป็นความเย็นยะเยือกที่เยือกเย็นและเฉียบคม เธอคว้ามีดพกที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อออกมาแล้ววางลงข้างปืน เป็นการแสดงออกถึงคำมั่นสัญญาโดยไม่ต้องมีคำสาบาน “ฉันจะให้คุณเป็นคนลั่นไกนัดแรก... คีริน” รินลดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว “ส่วนฉันจะเป็นคนปิดฉากทุกอย่างเอง ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หรือมีอำนาจมากแค่ไหน คืนนั้น... ความยุติธรรมต้องได้รับการชดใช้” “คุณใจกล้ามากที่ไว้ใจผมขนาดนี้” คีรินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ถ้าผมหักหลังคุณในวินาทีสุดท้ายล่ะ?” “ถ้าคุณคิดจะทำแบบนั้น คุณคงทำไปนานแล้ว ไม่ใช่มายืนอยู่ที่นี่เพื่อวางแผนร่วมกับฉัน” รินลดาตอบโต้ทันควัน “เราทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเราคือความหวังสุดท้ายของกันและกัน และถ้าเราพลาด... มันก็แค่ความตายที่รออยู่ ซึ่งฉันบอกคุณไปแล้วว่า ฉันไม่เคยกลัวมัน” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืด คีรินเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน เขายกมือขึ้นสัมผัสเส้นผมของเธอแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่แฝงไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ก่อนการจากลาที่จะไม่มีวันหวนกลับ “รินลดา... ถ้าเราผ่านคืนนั้นไปได้ ผมอยากให้คุณลืมทุกอย่าง ลืมชื่อผม ลืมความแค้น และออกไปใช้ชีวิตในที่ที่ไม่มีใครรู้จักคุณ” “คนอย่างเราไม่มีสิทธิ์เลือกทางเดินที่สวยงามหรอกค่ะ” เธอผละออกมาพร้อมรอยยิ้มเศร้าๆ “เราถูกกำหนดให้เป็นเงา... และเงาจะหายไปเมื่อแสงสว่างส่องถึงเท่านั้น” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ฟังดูเหมือนสัญญาณแห่งความตาย รินลดาชะงัก คีรินรีบคว้าปืนเก็บเข้าที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ไม่ต้องบอกก็เข้าใจได้ว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีนัก “ใคร?” คีรินตะโกนถาม เสียงของเขาเย็นเยียบ ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านนอก แต่แล้วลูกบิดประตูก็ค่อยๆ หมุนช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่ยืนเด่นอยู่หน้าประตู ร่างนั้นก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับแสงไฟจากทางเดินที่ทอดยาว ทำให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ชวนให้สะพรึงกลัว รินลดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นชัดว่าคนผู้นั้นคือใคร... มันเป็นบุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุครั้งนั้น “มาเร็วเกินไปหน่อยนะ คีริน... และเธอ รินลดา... ดูเหมือนความแค้นจะทำให้เธอโง่เขลาเสียจนลืมไปว่า ในบ้านหลังนี้ ไม่มีใครที่เธอจะไว้ใจได้เลยจริงๆ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่อยู่เคียงข้างตัวละครของฉันมาถึงจุดนี้ด้วยนะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาส
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%