“คำว่า ‘โง่เขลา’ สำหรับคุณอา... คงหมายถึงการที่รินไม่ยอมก้มหัวให้ความโลภที่แปดเปื้อนเลือดของตระกูลเราสินะคะ”
รินลดาโต้กลับทันควัน เสียงของเธอเรียบสนิท ทว่าสั่นไหวด้วยแรงโทสะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวใหญ่—คุณอาอัครเดช ผู้ถือครองอำนาจสูงสุดของตระกูลในยามนี้
บรรยากาศในห้องทำงานโอ่โถงอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบราคาแพงผสมกับกลิ่นอายของกระดาษเก่าแก่ บนโต๊ะไม้เนื้อดีมีซองเอกสารสีน้ำตาลวางทิ้งไว้ มันเป็นสิ่งที่รินลดาใช้ความพยายามเกือบทั้งชีวิตเพื่อตามหา ทว่าในวินาทีนี้ สิ่งที่น่ากลัวกว่าเอกสารเหล่านั้น คือท่าทีที่เหมือนกับกำลังหยอกล้อเหยื่อของคนตรงหน้า
อัครเดชหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเย็นชาจนน่าขนลุก เขาขยับกายพิงพนักเก้าอี้ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนที่วางแขนเป็นจังหวะเชื่องช้า
“ความจริงเป็นสิ่งที่อันตรายนะรินลดา โดยเฉพาะเมื่อมันไม่ได้ถูกเก็บไว้ในที่ที่ควรจะอยู่” เขาเว้นจังหวะ “พ่อกับแม่ของเธอ... พวกเขาไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุอย่างที่เธอถูกกรอกหูมาตลอดหรอก แต่ตายเพราะความ ‘อยากรู้อยากเห็น’ ที่เกินตัว”
รินลดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ ข้อมูลนี้เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกทุ่มลงในผิวน้ำที่นิ่งสงบ เธอพยายามตั้งสติไม่ให้มือที่กำชายกระโปรงแน่นนั้นสั่นไหว “คุณอาหมายความว่ายังไงคะ... ที่ว่าไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ?”
“เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันเถอะ” เขาโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้สิ่งที่เธอควรสนใจคือ ‘คีริน’ เขาไม่ใช่คนอย่างที่เธอคิดหรอกนะ อย่าได้เอาความสงสารโง่ๆ ของเธอไปยื่นให้เขา เพราะในเวลาที่ตระกูลเรากำลังจะล่มสลาย คีรินนั่นแหละคือคนที่จะเป็นคนแรกที่ตัดหางปล่อยวัดเธอ เพื่อรักษาบัลลังก์ของตัวเองไว้”
ประตูบานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรง คีรินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองทั้งคู่ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้ห้องที่กว้างขวางดูแคบลงถนัดตา
“อาอัครเดชครับ” เสียงของคีรินทุ้มต่ำและราบเรียบ “การดึงรินลดาเข้ามาในสงครามน้ำลายของอา มันไม่ได้ช่วยให้หุ้นของตระกูลฟื้นตัวขึ้นมาได้หรอกนะครับ”
“คีริน!” อัครเดชลุกขึ้นยืน เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นดุดัน “แกจะปกป้องหลานสาวคนที่กำลังจะขุดคุ้ยความลับจนพวกเราพินาศกันหมดงั้นหรือ? แกอย่าลืมนะว่าแกเป็นใครและแกได้ทุกอย่างมาได้ยังไง!”
คีรินก้าวเข้ามาหยุดข้างๆ รินลดา เขาไม่ได้หันไปมองเธอ แต่สายตาของเขาจดจ้องที่อัครเดชอย่างท้าทาย “ผมรู้อยู่แก่ใจครับว่าผมเป็นใคร และนั่นคือเหตุผลที่ผมจะไม่มีวันปล่อยให้ ‘รอยแยก’ ในตระกูลนี้บานปลายจนถึงขั้นทำลายทุกอย่างที่พ่อของผมสร้างไว้”
“พ่อของแกสร้างไว้?” อัครเดชแค่นหัวเราะ เดินอ้อมโต๊ะมาหาคีริน “พ่อของแกก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกกำจัดไปตามกติกา ถ้าแกยังคิดจะเดินตามรอยเขา... จุดจบของแกก็คงไม่ต่างกัน”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนเกือบถึงขีดสุด รินลดาเหลือบมองคีรินที่ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ทว่าเธอสังเกตเห็นมือของเขาที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความลับที่ถูกปิดบังมานานค่อยๆ เผยรอยร้าวออกมาทีละน้อย เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคีรินถึงดูโดดเดี่ยว เพราะเขากำลังถูกล้อมรอบด้วยเหล่าอสรพิษที่พร้อมจะฉกกัดเขาได้ทุกเมื่อ
“ถ้าอาคิดว่าความลับเรื่องอุบัติเหตุครั้งนั้นจะใช้ขู่ผมได้...” คีรินพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “อาคงลืมไปว่าอาไม่ได้เป็นคนเดียวที่มีหลักฐานอยู่ในมือ”
คีรินหยิบแฟลชไดรฟ์สีเงินขึ้นมาวางบนโต๊ะ อัครเดชชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากเย่อหยิ่งเป็นความระแวงในทันที
“มันไม่ได้มีแค่อุบัติเหตุครับอาอัครเดช แต่ยังมีรายชื่อการฟอกเงินที่อาทำร่วมกับบริษัทต่างชาติ ถ้าเรื่องนี้ถึงหูคณะกรรมการและตำรวจ... ผมว่าห้องนี้คงไม่ใช่ที่ที่อาจะได้นั่งอีกต่อไป”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินลดาหายใจไม่ออก เธอไม่เคยเห็นมุมที่ดุดันและเฉียบขาดขนาดนี้ของคีรินมาก่อน ดูเหมือนว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล และเธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่ติดอยู่กลางพายุหมุนนี้
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของรินลดาก็สั่นไหวในกระเป๋า เธอหยิบมันขึ้นมาดู ข้อความปริศนาปรากฏบนหน้าจอด้วยตัวอักษรสีแดงสดที่ทำให้ใจของเธอหล่นวูบ:
*“อย่าเชื่อสิ่งที่คีรินพูด... สิ่งที่อยู่ในแฟลชไดรฟ์นั่นไม่ใช่หลักฐาน แต่คือคำสั่งฆ่าที่เขากำลังจะส่งถึงอาของเขา... และถึงตัวเธอด้วย”*
รินลดาเงยหน้าขึ้นมองคีรินที่ยังคงเผชิญหน้ากับอัครเดช ทันใดนั้น สายตาของคีรินก็หันมาประสานกับเธอรอยยิ้มที่เขาเคยใช้ปลอบประโลมเธอเสมอกลับกลายเป็นรอยยิ้มที่เย็นชาและเหยียดหยามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากระซิบเบาๆ ผ่านความเงียบที่กดทับ “รินลดา... บางทีเธอก็ควรรู้ว่า ในเกมที่ต้องเอาชีวิตรอด ใครก็เชื่อใจไม่ได้ แม้แต่คนข้างๆ ตัวเธอเอง”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินลดามาจนถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาสขอบคุณจากใจค่ะ
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 32
รอยแยกในตระกูล
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!