เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 35

จุดวิกฤตของความรัก

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“หลบไป... คีริน!” เสียงของรินลดาแหบพร่าและสั่นสะท้าน เธอพยายามกระชากแขนชายหนุ่มให้พ้นจากวิถีสีดำมืดที่จ่อมาจากเงามืดหลังเสาหินทึบของคฤหาสน์ตระกูลเก่าแก่ ทว่าแรงบีบที่มือของเขากลับมั่นคงดั่งหินผา คีรินไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับเขารอคอยจังหวะเวลานี้มาทั้งชีวิต แววตาของเขาที่เคยเย็นชาและห่างเหิน บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยประกายบางอย่างที่รินลดาไม่อาจนิยามได้—มันคือความเด็ดเดี่ยวที่ปนเปไปกับความเจ็บปวด “ผมบอกให้คุณวิ่งไง รินลดา” คีรินกระซิบ เสียงของเขาเรียบเรื่อย ราวกับกำลังคุยเรื่องสภาพอากาศ ไม่ใช่เรื่องความเป็นความตาย “วิ่งไปที่ประตูหลัง แล้วอย่าหันหลังกลับมามองเด็ดขาด” “ไม่! ฉันไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่!” ท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับ บรรยากาศรอบกายกลับตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของดินปืนเจือจางลอยมาแตะจมูก สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นของโลหะที่เล็งตรงมายังจุดยุทธศาสตร์ รินลดารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ เธอไม่ได้กลัวตาย แต่ความกลัวที่เห็นคนตรงหน้ากำลังเดินเข้าสู่กับดักนั้นมันกัดกินหัวใจเธอจนแหลกสลาย “ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมตระกูลผมถึงต้องเก็บความลับพวกนี้ไว้” คีรินหันมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น “เพราะบางครั้ง การรอดชีวิตโดยไม่มีใครให้ปกป้อง... มันก็ทรมานยิ่งกว่าความตาย” *เปรี้ยง!* เสียงปืนดังก้องสะท้อนผ่านความเงียบงันของค่ำคืนราวกับสายฟ้าฟาดในฤดูหนาว รินลดาเบิกตากว้าง วินาทีนั้นทุกอย่างดูเหมือนหยุดหมุน โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลนเมื่อเห็นคีรินหมุนตัวอย่างรวดเร็ว—ไม่ใช่เพื่อหลบหลีก แต่เพื่อโอบกอดร่างของเธอเอาไว้แล้วผลักไปด้านข้างด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี กระสุนนัดนั้นเจาะเข้าที่หัวไหล่ของคีรินอย่างจัง เสียงเนื้อฉีกขาดและแรงกระแทกทำให้ร่างสูงทรุดฮวบลงกับพื้น รินลดาที่ถูกเหวี่ยงออกมาพ้นวิถีกระสุนล้มกลิ้งไปบนพื้นเย็นเยียบ เธอรีบยันกายขึ้น ความรู้สึกแรกคือความชาหนึบที่หัวใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านเมื่อเห็นสีเลือดที่เริ่มซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวของชายหนุ่ม “คีริน!” เธอคลานเข้าไปหาเขาด้วยความลนลาน มือสั่นเทาพยายามกดแผลที่กำลังหลั่งเลือดสีเข้มข้นออกมาไม่หยุด คีรินหอบหายใจถี่ สายตาของเขาเริ่มพร่าเลือน ทว่าเขายังคงฝืนยิ้มให้เธอด้วยความยากลำบาก “ผม... บอกคุณแล้วใช่ไหม...” เขาเว้นจังหวะเพื่อสูดอากาศ “ว่าอย่าหันกลับมา” “เงียบเถอะ! หยุดพูดเดี๋ยวนี้!” รินลดาร้องไห้ เธอไม่อายที่จะปล่อยให้น้ำตาไหลพรากออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความเย็นชาที่เธอเคยสร้างเป็นเกราะป้องกันพังทลายลงสิ้น “ทำไมต้องทำแบบนี้... ทำไมต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อคนอย่างฉัน!” คีรินยกมือที่เปื้อนเลือดขึ้นแตะใบหน้าของเธอ สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าเปี่ยมไปด้วยความหมาย “เพราะคุณคือเงาเดียว... ที่ทำให้จันทร์ในคืนคริสต์มาสนี้ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนปริศนาที่ล้อมคฤหาสน์ไว้ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รินลดาเงยหน้าขึ้นมองความมืดที่ไร้ทางออก เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดจบของคืนนี้ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ในตอนนั้นเอง แสงไฟจากไฟฉายแรงสูงสาดส่องเข้ามาจากทางเข้าห้องโถง เผยให้เห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ทำให้รินลดาสะดุ้งสุดตัว เขาคือคนที่ควรจะตายไปในอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน... คนที่เธอเชื่อมาตลอดว่าเป็นพ่อของเธอ “ความรักที่เปราะบางแบบนี้... สุดท้ายก็ทำลายพวกเจ้าได้จริงๆ สินะ” เสียงนั้นก้องกังวานด้วยความอำมหิต ก่อนที่เขาจะเล็งปืนมาที่ทั้งสองอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยคำที่ทำให้หัวใจของรินลดาหยุดเต้น “คีริน... แกคิดว่าลูกสาวของฆาตกรที่ฆ่าพ่อแก จะคู่ควรกับความเสียสละของแกงั้นเหรอ?” รินลดาชะงักงัน เธอหันไปมองคีรินที่ยังคงจ้องมองชายปริศนาด้วยสายตาที่ไม่ได้มีเพียงความเจ็บปวด แต่ยังมีความลับที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มนั้น... ความลับที่อาจจะเปลี่ยนทุกอย่างที่เธอเคยเชื่อไปตลอดกาล ขอบคุณนักอ่านที่รักของดาวตกคืนคริสต์มาสทุกคนนะคะที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%