"คุณกำลังบอกว่า ทุกอย่างที่ผมเคยเชื่อ... เป็นเพียงบทละครฉากหนึ่งที่คุณเขียนขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ?"
เสียงของคีรินแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนที่พยายามสะกดกลั้นไว้ รินลดาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าผ่านควันจางๆ ที่ลอยกรุ่นจากถ้วยชาในมือ ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีดูจะหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินนับพันชั่งวางทับอยู่บนอกของคนทั้งคู่
ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ 'ธนัช' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คีรินไว้วางใจที่สุดมาตลอดหลายปี กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางผ่อนคลายเกินเหตุ ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มซื่อตรงบัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"บทละครน่ะมันก็ต้องมีตัวเอกและตัวร้ายสลับบทบาทกันไปนะคะ คีริน" ธนัชเอ่ยพลางหมุนแหวนทองเกลี้ยงที่นิ้วนางเล่นอย่างเชื่องช้า "คุณน่ะ... เป็นนักแสดงที่เล่นได้สมบทบาทมาก จนบางทีผมก็เกือบจะเผลอเอาใจช่วยให้คุณรอดพ้นจากอุบัติเหตุนั้นไปได้จริงๆ"
รินลดาวางถ้วยชาลง เสียงกระทบของกระเบื้องเนื้อดีกับจานรองดังก้องกังวานในความเงียบ เธอไม่ได้เอ่ยปาก แต่สายตาที่จ้องมองธนัชกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เริ่มก่อตัวเป็นความโกรธแค้น เธอจำเหตุการณ์วันที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตได้ดี แผ่นหลังของชายคนที่ขับรถเฉี่ยวชนรถของพวกเขา... รูปร่างนั้น แผ่นหลังนั้น เหมือนกับธนัชในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน
"อุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน..." รินลดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น "นายอยู่ตรงนั้นใช่ไหม ธนัช?"
ธนัชหันมามองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความสมเพชที่ดูถูกเหยียดหยาม "รินลดา... คุณนี่ช่างเป็นเหยื่อที่น่าสงสารจริงๆ พ่อแม่ของคุณไม่ได้ตายเพราะโชคร้ายหรอกนะ แต่พวกเขาตายเพราะ 'ความรู้มาก' ของตัวเองต่างหาก"
คีรินลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดังโครม เขาสาวเท้าตรงไปหาธนัชด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ แต่ก่อนที่หมัดของเขาจะถึงตัวอีกฝ่าย ธนัชกลับหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งวางลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเฉยเมย
มันเป็นรูปถ่ายของคีรินในวัยเด็ก ที่กำลังยืนอยู่ข้างผู้ชายคนหนึ่งที่ดูน่าเกรงขาม และชายคนนั้นก็คือ 'พ่อของธนัช' ผู้ล่วงลับไปแล้ว
"คุณไม่เคยสงสัยบ้างเลยหรือ ว่าทำไมตระกูลของคุณถึงล่มสลายลงในคืนคริสต์มาสปีนั้น?" ธนัชกระซิบเสียงต่ำ "คำตอบไม่ได้อยู่ที่รอยจันทร์ในอดีต แต่มันอยู่ในเงาที่คอยตามหลังคุณมาตลอดสิบปีต่างหาก คีริน"
คีรินชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน มือที่กำหมัดแน่นค่อยๆ คลายออก ความเย็นวาบวิ่งพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อนึกถึงคำเตือนที่เขาเคยได้รับจากใครบางคนในความมืด ความทรงจำที่ขาดหายไปเริ่มปะติดปะต่อกันอย่างน่าสะพรึงกลัว
"นายไม่ใช่เพื่อนฉัน" คีรินเค้นเสียงผ่านไรฟัน
"เพื่อนงั้นเหรอ? ผมเป็นยิ่งกว่าเพื่อน ผมคือคนที่จะคอยดูคุณค่อยๆ สูญเสียทุกอย่างที่คุณรักไปเหมือนที่ผมเสียไปไงล่ะ" ธนัชลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเดินไปหยุดข้างรินลดา ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหญิงสาวต้องขนลุกชัน "เตรียมตัวไว้เถอะรินลดา เกมของจริงมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในคืนคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงนี้เท่านั้น"
ธนัชหันหลังเดินไปที่ประตู ทิ้งให้ทั้งคีรินและรินลดายืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อมห้องทำงานนี้ไว้ รินลดารีบวิ่งไปที่หน้าต่างหวังจะมองเห็นร่างของชายที่เพิ่งจากไป แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องล่างกลับทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
ในสวนดอกไม้กว้างขวางเบื้องล่าง รถยนต์สีดำคันหนึ่งจอดนิ่งสนิท และชายคนที่ก้าวลงจากรถคนนั้นไม่ใช่ธนัชที่เธอเพิ่งคุยด้วย แต่เป็น 'คนรับใช้เก่าแก่' ที่เธอและคีรินไว้ใจที่สุดในคฤหาสน์แห่งนี้!
เขายืนอยู่ตรงนั้น กำลังถือโทรศัพท์แนบหู พลางเงยหน้าขึ้นมองมาที่หน้าต่างห้องทำงานของเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว รอยยิ้มที่เขาไม่เคยเผยให้เห็นตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา
คีรินก้าวมาสมทบที่ข้างหน้าต่าง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพนั้น "ริน... คนรับใช้คนนั้น... เขาไม่ได้อยู่ลำพัง"
เงาตะคุ่มนับสิบชีวิตก้าวออกมาจากหลังพุ่มไม้ รอบๆ คฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบในยามวิกาล บัดนี้ถูกรายล้อมไปด้วยชายชุดดำที่ขยับตัวเข้ามาใกล้ทางเข้าหลักดุจฝูงหมาป่าที่รอคอยเวลากระชากคอเหยื่อ!
ดาวตกคืนคริสต์มาสขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกลลวงครั้งสำคัญนี้ไปด้วยกันนะคะ
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 21
กลลวงของศัตรู
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!