“ถอยไปอยู่หลังฉัน... อย่าส่งเสียงเด็ดขาด”
เสียงกระซิบของคีรินแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของรินลดา มือหนาที่คว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจางๆ ของกล้ามเนื้อเขานั้นบ่งบอกว่าเขากำลังเคร่งเครียดเพียงใด ในความมืดมิดของห้องโถงชั้นบน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทที่กระทบกับพื้นหินอ่อนด้านล่างดังสะท้อนก้อง มันคือจังหวะแห่งมัจจุราชที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
รินลดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอไม่ได้รู้สึกกลัวตายเท่ากับการที่ต้องเห็นคีรินเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธออีกครั้ง ทั้งที่เขาก็มีบาดแผลในใจที่กัดกินอยู่แล้วไม่ต่างกัน
“คุณไม่ได้ทำเพื่อคนคนเดียว... คีริน” เธอเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด “พวกเขาไม่ได้มาเพื่อฆ่า แต่มาเพื่อสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณใช่ไหม?”
คีรินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตาเธอท่ามกลางเงาสลัวของห้อง แสงดาวที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามาเผยให้เห็นแววตาที่เปลี่ยนจากความเด็ดขาดเป็นความเจ็บปวดลึกๆ “ถ้ารู้แล้ว... ก็อย่าถาม ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของผม ผมก็ไม่มีวันยอมให้พวกมันแตะต้องคุณ”
ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมือของเขามันช่างขัดแย้งกับสถานการณ์เบื้องหน้า รินลดาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า ชายผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเย็นชาและเห็นแก่ตัว แท้จริงแล้วกำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพียงลำพังเพื่อปกป้องความทรงจำเล็กๆ ที่เขารัก
เสียงพังประตูไม้โอ๊กบานใหญ่ที่ชั้นล่างดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงสบถหยาบคายของพวกชายชุดดำ คีรินดึงรินลดาเข้าไปในช่องลับหลังผนังตู้หนังสือ เขากดสวิตช์เงียบๆ จนบานประตูค่อยๆ ปิดลง ทิ้งให้พวกเขาอยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่มีเพียงกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมแนวไม้สนและไอความร้อนจากตัวของเขา
ความเงียบที่เข้าปกคลุมช่างน่าอึดอัด รินลดาสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบถี่ของเขา เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของเขา สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาที่เขาพยายามปิดบัง
“ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้?” เธอถามแผ่วเบา “เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน และชีวิตของฉันก็ไม่มีค่าพอที่จะให้คุณเอาไปเสี่ยงขนาดนั้น”
คีรินหันมามองเธอ แววตาของเขาไหววูบเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัด “คุณอาจจะคิดว่าไม่มีค่า... แต่สำหรับผมที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความมืดและคำโกหกมาตลอดชีวิต การที่มีคุณอยู่ตรงนี้... คนที่มองเห็นผมจริงๆ ไม่ใช่แค่ทายาทที่รอรับมรดก... มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่จริงๆ”
คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำให้หัวใจของรินลดากระตุกวูบ เธอเห็นหยดเหงื่อที่ไหลผ่านกรอบหน้าคมสันของเขา ความเปราะบางที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็นถูกวางลงตรงหน้าเธออย่างหมดเปลือก
รินลดารวบรวมความกล้า เธอเลื่อนมือไปกุมมือเขาไว้แน่น “ถ้าอย่างนั้น เราจะฝ่ามันไปพร้อมกัน ไม่ใช่ในฐานะผู้ถูกปกป้องกับผู้ปกป้อง แต่ในฐานะคนสองคนที่อยากเห็นรุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้ด้วยกัน”
คีรินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่จริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่จรดกัน ความอบอุ่นที่ถ่ายเทผ่านผิวหนังคือความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ท่ามกลางค่ำคืนที่โหมกระหน่ำไปด้วยกลิ่นอายของอันตราย
ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดของสถานการณ์ภายนอกเริ่มคลี่คลายลงเพียงชั่วครู่ เสียงฝีเท้าที่เคยเดินกระจายไปทั่วคฤหาสน์กลับเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าผนังตู้หนังสือที่ซ่อนพวกเขาไว้ ก่อนจะมีเสียงกระซิบแหบพร่าของผู้ชายคนหนึ่งดังลอดเข้ามาอย่างชัดเจน
“ออกมาเถอะ... คุณหนูคีริน เกมซ่อนหาจบลงแล้ว”
คีรินตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น เขาเบิกตากว้างด้วยความตระหนกที่รินลดาไม่เคยเห็นมาก่อน มือของเขาบีบมือเธอแน่นจนเจ็บ แต่มันไม่ใช่ความเจ็บที่เกิดจากความกลัว แต่มันคือความเจ็บที่เกิดจากการรับรู้ความจริงบางอย่าง
“นั่นมัน...” คีรินพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ “เสียงของคนที่ตายไปแล้วเมื่อสิบปีที่แล้ว... เสียงของพ่อผม!”
หวังว่าตอนที่ 22 นี้จะทำให้คุณรี้ดเดอร์ใจเต้นแรงและลุ้นไปกับชะตากรรมของทั้งคู่นะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ค่ะดาวตกคืนคริสต์มาส
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 22
ค่ำคืนใต้แสงดาว
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!