หยดน้ำตาที่เคยคั่งค้างในหน่วยตาของกรณ์บัดนี้แห้งเหือดลงแล้ว เหลือเพียงประกายระยิบระยับสะท้อนแสงเทียนสีอุ่นนับร้อยเล่มที่เรียงรายอยู่บนพื้นไม้สักขัดมันของระเบียงบ้านหลังใหม่ บ้านที่เขาใช้เวลาเกือบสองปีในการออกแบบและลงมือสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง เพื่อลบภาพความทรงจำอันมืดหำในคืนคริสต์มาสอันหนาวเหน็บเมื่อหลายปีก่อน
กลิ่นหอมจางๆ ของขี้ผึ้งผสมกับกลิ่นไอดินหลังฝนแรกโชยมาแตะจมูก เพียงขวัญยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ในชุดเดรสผ้าลินินสีงาช้างเรียบง่าย ปล่อยผมยาวสลวยให้เคลียคลอไปกับแผ่นหลังบอบบาง ดวงตากลมโตคู่สวยที่ผ่านเรื่องราวร้าวรานมาด้วยกัน บัดนี้ฉายชัดเพียงความสงบและมั่นคง
"คุณแน่ใจแล้วนะคะ..." เสียงของเพียงขวัญเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่โอบล้อมทั้งคู่ไว้ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตัน "ว่าความกลัวทั้งหมด... ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วจริงๆ"
กรณ์ไม่ได้ตอบคำถามด้วยคำพูดทันที ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา เขายื่นมือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยออกไป ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนแก้มเนียนนุ่มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านจากผิวเนื้อสู่ผิวเนื้อคือเครื่องยืนยันว่านี่คือความจริง เพียงขวัญหลับตาลงรับสัมผัสจากเขา เอียงแก้มแนบฝ่ามืออุ่นนั้นด้วยความคุ้นเคยและโหยหา
"ผมเคยคิดว่า... คริสต์มาสคือคำสาป" กรณ์เอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงทุ้มต่ำของเขานุ่มนวลและลึกซึ้งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา "เป็นคืนที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตผม จนกระทั่งคุณเดินเข้ามา... เพียงขวัญ คุณทำให้ผมรู้ว่า แสงดาวไม่ได้ร่วงหล่นลงมาเพื่อทำลายล้างเสมอไป แต่มันร่วงหล่นลงมาเพื่อนำพาปาฏิหาริย์มาให้เราต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้ขอบตาของเพียงขวัญร้อนผ่าว เธอลืมตาขึ้นสบประสานกับดวงตาคมกริบที่บัดนี้ไร้ซึ่งความเย็นชาหรือความรู้สึกผิดใดๆ มีเพียงความรักและความเวิ้งว้างที่ถูกเติมเต็มจนบริบูรณ์ เธอยกมือขึ้นทาบลงบนอกเสื้อด้านซ้ายของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคงและทรงพลัง หัวใจดวงเดียวกันกับที่เคยปิดตาย แต่วันนี้มันกลับเต้นเพื่อเธอ... และเพื่ออนาคตของพวกเขาสองคน
บนท้องฟ้ายามค่ำคืน เหนือเรือนยอดไม้ใหญ่ที่รายล้อมตัวบ้าน ประกายแสงวาบพาดผ่านผืนผ้าใบสีดำสนิท ดาวตกดวงสุดท้ายของฤดูกาลปรากฏขึ้นชั่วพริบตาก่อนจะเลือนหายไปในความมืดมิด ทว่ามันไม่ได้ทิ้งความรู้สึกโศกเศร้าไว้เบื้องหลังอีกต่อไปแล้ว เงาแห่งดาวตกในอดีตถูกแทนที่ด้วยแสงเทียนเรืองรองที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของคนทั้งคู่
กรณ์หยิบกล่องกำมะหยี่สีเข้มขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้คุกเข่าลงกับพื้นตามธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว ความรักไม่ได้ต้องการพิธีรีตองอันยิ่งใหญ่ แต่ต้องการความเข้าใจและการยอมรับซึ่งกันและกันจากก้นบึ้งของหัวใจ
"แต่งงานกับผมนะครับ เพียงขวัญ..." กรณ์เอ่ยคำขอที่สำคัญที่สุดในชีวิตด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "มาสร้างบ้านหลังนี้... และสร้างวันพรุ่งนี้ด้วยกัน เติมเต็มทุกพื้นที่ว่างในหัวใจของผมให้สมบูรณ์"
เพียงขวัญหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา หยดน้ำใสไหลรินอาบแก้มแต่มันคือหยดน้ำตาแห่งความสุขอย่างแท้จริง เธอยื่นมือออกไปให้สถาปนิกหนุ่มสวมแหวนเงินเรียบง่ายที่ปราศจากเพชรเม็ดโต แต่มีลวดลายสลักเป็นเส้นโค้งคล้ายวิถีของดวงดาว
"ค่ะ..." เพียงขวัญตอบรับเสียงสั่น "ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณ... ไม่ใช่แค่ในคืนคริสต์มาสนี้ แต่ในทุกๆ วันต่อจากนี้ไป"
เมื่อแหวนวงงามสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้าย กรณ์ก็ดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นและแน่นแฟ้นที่สุดเท่าที่เขาเคยโอบกอดใครมา ทั้งคู่ยืนเคียงคู่กันรับไออุ่นจากแสงเทียน ท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืนอันเป็นนิรันดร์ ปมปัญหาในอดีตได้รับการคลี่คลาย บาดแผลทางใจได้รับการเยียวยาด้วยความรักและความเข้าใจ
นี่ไม่ใช่จุดจบของนิทานปรัมปรา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทเพลงแห่งคำสัญญา... บทเพลงที่พวกเขาจะบรรเลงร่วมกันไปตลอดชีวิต
ดาวตกคืนคริสต์มาสขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านจากหัวใจที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงหน้าสุดท้ายนี้นะคะ
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 20
บทเพลงแห่งคำสัญญา (ตอนอวสาน)
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!