“ถ้าคุณจะดึงดันกางพิมพ์เขียวฉบับนี้ทับลงบนผังโครงสร้างเดิมอีกครั้ง เราก็ไม่จำเป็นต้องคุยอะไรกันต่อแล้วค่ะคุณกรณ์ เพราะสิ่งที่อยู่ใต้รอยปะพวกนี้ มันไม่ใช่แค่เส้นสายทางวิศวกรรม แต่มันคือหลุมศพของอดีตที่คุณพยายามจะฝังกลบ”
เพียงขวัญกระแทกปากกาลงบนโต๊ะเขียนแบบ เสียงนั้นดังชัดเจนในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า เธอกอดอกแน่น แผ่นหลังบางเหยียดตรงเพื่อประคองความรู้สึกสั่นไหวในใจ ดวงตาของเธอจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งราวก้อนหินอยู่ฝั่งตรงข้าม
กรณ์ไม่ได้ตอบโต้ทันที เขายังคงก้มหน้ามองเส้นหมึกสีดำบนกระดาษแผ่นโต ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลูบไล้ไปตามแนวรอยพับของพิมพ์เขียวเก่าคร่ำครึที่เพิ่งถูกค้นพบจากห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาใบหน้าของเขาให้ดูคมเข้มและหม่นหมองในคราวเดียว
“มันไม่ใช่การฝังกลบเพียงขวัญ แต่มันคือการรื้อฟื้น” กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ หากแต่คนฟังอย่างเธอรับรู้ได้ถึงความร้าวลึกที่สั่นสะท้านอยู่ในลำคอ “คุณดูตรงนี้สิ รอยซ้อนทับของเสาเข็มในผังปี 1998 กับตำแหน่งที่พ่อผมระบุไว้ในบันทึกส่วนตัว... มันมีส่วนที่ ‘หายไป’ อยู่ตรงห้องโถงกลางใต้บันไดวน”
เพียงขวัญเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาใกล้ เธอโน้มตัวลงมองตำแหน่งที่เขานิ้วชี้ไป หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นตัวเลขรหัสที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ สอดแทรกอยู่ระหว่างช่องว่างของคานรับน้ำหนัก
“นี่มันไม่ใช่รหัสโครงสร้างทั่วไป” เธอพึมพำ ก่อนจะหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่อง “มันเหมือน... พิกัดอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็รหัสล็อกนิรภัย”
“คนที่ออกแบบบ้านหลังนี้ไม่ได้แค่สร้างที่อยู่อาศัย แต่กำลังสร้าง ‘หีบสมบัติ’ ที่มีชีวิต” กรณ์เงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเย็นชาที่เคยชิน แต่เป็นความหวาดกลัวที่ถูกฉาบไว้ด้วยความกระหายใคร่รู้ “คุณจำคดีคืนคริสต์มาสเมื่อยี่สิบปีก่อนได้ไหม? ตำรวจสรุปว่าไม่มีพยานหลักฐาน แต่พิมพ์เขียวแผ่นนี้กำลังบอกว่า... ฆาตกรไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ในบ้าน แต่ตัวบ้านต่างหากที่เก็บงำความลับนั้นไว้”
บรรยากาศในห้องดูจะอึดอัดขึ้นถนัดตา กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเพียงขวัญอบอวลไปทั่ว กรณ์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา เขาหยิบกระดาษลอกลายอีกแผ่นวางทับลงไป ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันในจังหวะที่เริ่มผิดเพี้ยน
“ถ้าเราเปิดมัน...” เพียงขวัญกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “เราอาจจะไม่ได้เจอแค่ความจริงที่เราอยากรู้ แต่มันอาจหมายถึงการเปิดประตูไปสู่สิ่งที่ควรถูกลืมตลอดกาล คุณพร้อมจะเผชิญหน้ากับผีในอดีตตัวนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ?”
กรณ์นิ่งงัน มือของเขาสั่นน้อยๆ ก่อนจะเอื้อมไปกุมมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาทำให้เพียงขวัญต้องเม้มปากแน่น “ผมแบกความเจ็บปวดนี้มานานเกินไปแล้ว เพียงขวัญ... ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่างที่ผมมี ผมก็ต้องรู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของผม”
เขากางพิมพ์เขียวแผ่นนั้นออกจนสุด แล้วใช้หมุดเหล็กกดมุมกระดาษไว้ ก่อนจะเริ่มลงมือ ‘ถอดรหัส’ ทีละจุด ความเป็นมืออาชีพของสถาปนิกหนุ่มปรากฏออกมาให้เห็นผ่านการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ขณะที่เพียงขวัญทำหน้าที่ประสานข้อมูลทางประวัติศาสตร์การก่อสร้างเข้าด้วยกัน ความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน
“ดูนั่น!” เพียงขวัญร้องอุทาน พลางใช้นิ้วลากผ่านเส้นขนานที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าหากไม่ซ้อนแผ่นใสลงไป “ถ้าเราบิดองศานี้ตามแกนของแสงอาทิตย์ในวันที่ 25 ธันวาคม... เงาที่ตกกระทบลงบนพื้นจะชี้ไปยังตำแหน่งของ ‘ห้องลับ’ ที่ถูกฉาบปิดไว้ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก!”
กรณ์ชะงัก ลมหายใจของเขาขาดห้วง เมื่อเขาหมุนแปลนกระดาษตามองศาที่เธอแนะนำ เส้นสายเหล่านั้นก็ก่อตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้นมา—มันไม่ใช่แค่ห้องเก็บของ แต่มันคือช่องลับที่เชื่อมต่อไปยังห้องใต้ดินอีกชั้นที่ไม่มีอยู่ในทะเบียนบ้านฉบับใดในเมืองนี้
ทว่า ในขณะที่ความตื่นเต้นกำลังถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะสม่ำเสมอแต่หนักแน่นจนทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว
“คุณกรณ์คะ... ดิฉันนำกาแฟมาให้ค่ะ” เสียงของแม่บ้านเก่าแก่ที่ดูแลบ้านหลังนี้มานานดังขึ้นจากหน้าประตู ทั้งที่ในยามวิกาลเช่นนี้ เธอไม่เคยย่างกรายเข้ามาใกล้ห้องทำงานเลย
กรณ์หันมามองหน้าเพียงขวัญด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขาขยับตัวจะลุกขึ้นไปเปิดประตู แต่เพียงขวัญกลับคว้าข้อมือเขาไว้พร้อมส่ายหน้าแรงๆ เพราะในขณะที่แม่บ้านขานชื่อนั้น สิ่งที่เธอเห็นผ่านช่องหน้าต่างบานเล็กที่สะท้อนเงาหน้าห้อง คือเงาร่างของใครบางคนที่ยืนซ้อนหลังแม่บ้านอยู่... เป็นเงาของผู้ชายสวมหมวกปีกกว้างที่เธอจำได้แม่นว่าคือคนคนเดียวกับที่เคยข่มขู่เธอในงานประมูลการกุศลเมื่อสัปดาห์ก่อน
ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึ่บลงสนิท เหลือเพียงแสงสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดค้างไว้ และเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดังมาจาก ‘ข้างใน’ ผนังห้องที่พวกเขาเพิ่งจะถอดรหัสเสร็จสิ้นเมื่อครู่นี้
“พวกคุณมาสายไปหน่อยนะคะ... ของขวัญคริสต์มาสชิ้นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณควรจะเปิดดูเลย”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลับใต้พิมพ์เขียวในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 5
ความลับใต้พิมพ์เขียว
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!