“คุณกำลังทำอะไร... เพียงขวัญ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบจนเกือบถึงจุดเยือกแข็งดังขึ้นจากเงามืดของมุมห้องทำงาน เพียงขวัญสะดุ้งสุดตัว มือที่กำลังถือเอกสารเก่าคร่ำคร่าสั่นเทาจนกระดาษแทบจะหลุดจากนิ้ว เธอค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาของกรณ์ไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอคาดไว้ หากแต่เป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
“ขวัญ... ขวัญแค่หาปากกาค่ะ พอดีมันหล่นเข้าไปใต้โต๊ะ แล้วขวัญก็... เห็นซองนี้วางอยู่” เธอพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่หัวใจเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก
กรณ์ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของน้ำหอมกลิ่นไม้จันทร์และกลิ่นกระดาษเก่าอบอวลไปทั่วพื้นที่ เขาไม่พูดอะไร เดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอเพียงคืบ กลิ่นที่เธอมักจะรู้สึกอบอุ่นยามอยู่ใกล้ วันนี้กลับกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่กดทับเธอจนหายใจไม่ออก
“ของบางอย่าง ถ้ามันอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ มันก็จะมีประโยชน์ แต่ถ้าคนไม่รู้เรื่องดันไปแตะต้องมันเข้า... ผลลัพธ์อาจจะไม่สวยหรูอย่างที่คิดนะคะ เพียงขวัญ”
เขาดึงเอกสารจากมือเธอไปอย่างนุ่มนวล แต่แววตานั้นกลับเฉียบคมเหมือนใบมีด เอกสารแผ่นนั้นคือสำเนาโฉนดที่ดินเก่าผุพัง พร้อมบันทึกการประชุมของบริษัทรับเหมาก่อสร้างเมื่อยี่สิบปีก่อน ชื่อที่ปรากฏอยู่บนเอกสารคือชื่อบิดาของเขา... และชื่อโครงการที่กลายเป็นโศกนาฏกรรมในคืนคริสต์มาสปีนั้น
“ขวัญไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง แต่ในเอกสารนี่... มันมีชื่อของครอบครัวคุณ แล้วทำไมมันถึงถูกเก็บซ่อนไว้ในฐานที่ตั้งโครงการปัจจุบันของเราล่ะคะกรณ์?”
กรณ์ขบกรามแน่น สันกรามคมสันขึ้นเป็นรอยนูน เขาหันหลังให้เธอ เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ก่อนจะโยนเอกสารนั้นลงบนกองพิมพ์เขียว “เพราะคุณไม่เคยเข้าใจ ว่าทำไมผมถึงยอมทุ่มเทชีวิตเพื่อสร้างสิ่งที่ผมเองก็เกลียดที่สุด”
“ขวัญอยากเข้าใจนะคะ” เธอพยายามก้าวเข้าไปหา แม้จะรู้ว่าความเย็นชาของเขากำลังผลักไส “ถ้าขวัญรู้ ขวัญจะช่วยคุณได้มากกว่านี้ ขวัญไม่อยากให้คุณแบกมันไว้คนเดียวเหมือนที่ผ่านมา”
“ช่วยเหรอ?” กรณ์แค่นหัวเราะ เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของหญิงสาว “คุณจะช่วยอะไรได้ ในเมื่อคุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งของคนที่สนับสนุนให้โครงการนี้เดินหน้าต่อ คุณไม่รู้หรอกว่าใต้ผืนดินที่คุณเห็นว่าสวยงามเนี่ย มันแลกมาด้วยอะไรบ้าง ขวัญ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศบีบคั้นจนเพียงขวัญแทบกลั้นหายใจ เธอเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจในแววตาของเขา มันเป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากการสูญเสียอย่างไม่อาจย้อนคืน แต่ทำไมเขาต้องมองเธอเหมือนเธอเป็นศัตรู?
“เราเป็นคนรักกันนะคะกรณ์ ทำไมต้องทำให้เรื่องนี้กลายเป็นกำแพงระหว่างเราด้วย?”
กรณ์หันกลับมา แววตานั้นไหววูบเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “บางครั้ง ความรักก็ไม่ได้มีไว้เพื่อแบ่งเบาความทุกข์หรอกค่ะ มันมีไว้เพื่อตอกย้ำว่าเราไม่มีวันได้ในสิ่งที่ปรารถนา... ออกไปเถอะ ผมอยากทำงานต่อ”
เพียงขวัญยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกเหมือนถูกผลักให้ตกลงไปในเหว เธอเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่กรณ์ปิดบังไว้ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือปมที่ผูกมัดชีวิตเขาไว้กับอดีตที่เขาเกลียดชังที่สุด เธอจำต้องหันหลังเดินออกจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่บอบช้ำ โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าที่ขอบมุมของโต๊ะทำงาน ยังมีแฟ้มอีกแฟ้มหนึ่งที่ถูกเปิดทิ้งไว้
เมื่อประตูไม้บานใหญ่ปิดลง กรณ์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ มือสั่นเทาหยิบรูปถ่ายใบเก่าที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักออกมาดู ในรูปนั้นมีเด็กชายตัวน้อยยืนอยู่ข้างชายหญิงคู่หนึ่งที่ใบหน้าถูกกรีดจนขาดวิ่น
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะเก็บรูปนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเพียงขวัญ แต่เป็นเสียงที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดเต้น
“พี่กรณ์... ยังเก็บรูปนี้ไว้อยู่อีกเหรอคะ?” เสียงหวานเย็นเยือกของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวพ้นเงามืดเข้ามาในห้อง ดวงตาของเธอจ้องมองที่รูปถ่ายในมือเขาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายกรณ์เย็นเฉียบ “ถ้าเพียงขวัญเห็นรูปนี้... คุณคิดว่าเธอจะยังรักคนฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวเธอจริงๆ เหรอคะ?”
กรณ์ผุดลุกขึ้น แววตาเปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความตกตะลึงสุดขีด “เธอมาที่นี่ได้ยังไง... ริน!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวในใจของพวกเขาไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 6
รอยแผลที่ถูกเปิด
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!