"คุณเก็บมันไว้ทำไม!"
เสียงของเพียงขวัญสั่นพร่าขณะชี้นิ้วไปยังนาฬิกาพกเรือนทองที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะทำงานของกรณ์ มันส่งเสียง 'ติ๊ก... ติ๊ก...' แผ่วเบาแต่ก้องกังวานราวกับเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องนี้จนแทบหายใจไม่ออก
กรณ์ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ดวงตาคมกริบคู่นั้นวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขาสาวเท้าก้าวข้ามความว่างเปล่าระหว่างเราเข้ามาใกล้ เพียงขวัญถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับชั้นวางเอกสารอย่างจัง ความเจ็บปวดจากขอบไม้ที่ทิ่มแทงไม่ได้เสี้ยวของความเจ็บปวดที่เธอกำลังเผชิญในแววตาของเขาเลยแม้แต่น้อย
"ออกไปซะ เพียงขวัญ" เสียงเขาทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่ากลัว "เรื่องนี้ไม่ใช่ธุระของคุณ และคุณไม่มีสิทธิ์มาค้นหาอะไรในชีวิตของผม"
"ไม่ธุระงั้นเหรอคะ?" เธอแค่นหัวเราะ ทั้งที่ดวงตารื้นน้ำ "พ่อของฉัน... พ่อที่หายสาบสูญไปพร้อมกับอุบัติเหตุในคืนคริสต์มาสปีนั้น แล้วนาฬิกาของท่านมาอยู่ที่โต๊ะคุณได้อย่างไร! คุณเป็นใครกันแน่ กรณ์ คุณคือคนที่ช่วยพ่อไว้ หรือคุณคือคนที่พรากทุกอย่างไปจากฉันกันแน่!"
กรณ์ขยับเข้าไปประชิดจนเธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ขอบชั้นวางเอกสารข้างศีรษะเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนที่ดูอบอุ่นแต่ไร้ซึ่งอุณหภูมิชีวิต เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน กลิ่นน้ำหอมเจือจางของไม้สนและกลิ่นโลหะจางๆ ที่ลอยมาจากนาฬิกาเรือนนั้นทำให้เธอกลั้นหายใจ
"คุณอยากรู้นักใช่ไหมว่าผมเป็นใคร" เขาถาม เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความร้าวราน "คุณอยากรู้ว่าทำไมผมถึงฝันเห็นเปลวไฟทุกครั้งที่หลับตา อยากรู้ไหมว่าทำไมนาฬิกาเรือนนี้ถึงเดินต่อได้ทั้งที่กลไกมันพังไปนานแล้ว... ถ้าคุณก้าวข้ามเส้นที่ผมขีดไว้ คุณจะไม่มีวันได้กลับไปเป็นเพียงขวัญคนเดิมอีก คุณจะถูกดึงลงไปในหลุมดำที่ไม่มีวันสิ้นสุดของผม"
เพียงขวัญเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเอื้อมมือไปแตะที่อกเสื้อด้านซ้ายของเขา ที่ที่หัวใจเขาควรจะเต้นอยู่ "ฉันยอมค่ะ... ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อความจริง แม้ว่ามันจะเป็นหลุมดำ ฉันก็จะไปกับคุณ"
กรณ์ชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนวูบหนึ่ง ก่อนจะผลักตัวออกห่างอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน เขาสะบัดตัวหันหลังกลับไปมองหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเงาของพวกเขาในความมืด คืนนี้ไม่มีดวงดาว ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์ มีเพียงความมืดมิดที่รอคอยการปะทุ
"คุณมันบ้า" เขาพึมพำ "คุณไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังเล่นอยู่กับอะไร ความตายไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ล้อเล่นด้วยได้ โดยเฉพาะคนที่แบกรับคำสาปแห่งคืนคริสต์มาสอย่างผม"
"คำสาป?" เพียงขวัญทวนคำ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ "ถ้ามันคือคำสาป เราก็แค่ต้องแก้ปมมันไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมคุณต้องแบกมันไว้คนเดียว ทำไมต้องผลักไสฉันในเวลาที่คุณกำลังจะแตกสลายแบบนี้"
"เพราะผมไม่อยากเห็นคุณแตกสลายไปกับผม!" กรณ์ตะคอกกลับ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่ดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "คุณเห็นไหมว่านาฬิกามันเริ่มเดินเร็วขึ้น! ทุกวินาทีที่มันผ่านไป มันคือการนับถอยหลังสู่คืนที่ทุกอย่างจะเริ่มต้นใหม่... คืนที่คนตายจะกลับมาทวงคืนทุกอย่าง!"
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ไม่ใช่ความเงียบที่สงบ แต่มันคือความกดดันก่อนพายุใหญ่จะเข้าปะทะ เพียงขวัญนิ่งค้าง เธอไม่ได้กลัวคำขู่ของเขา แต่เธอกลับเห็นภาพสะท้อนในกระจก... ภาพเงาของชายหญิงคู่หนึ่งที่ซ้อนทับร่างของเธอและกรณ์ มันไม่ใช่คนอื่น แต่มันคือภาพในอดีตที่เลือนรางของพ่อเธอและชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูคล้ายกรณ์ราวกับถอดแบบกันมา
มือของเธอสั่นเทาขณะที่พยายามเอื้อมไปแตะไหล่ของเขา แต่ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วเกือบจะสัมผัส กรณ์กลับหันมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขาไม่ได้ดุดันเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่ไม่อาจปิดบังได้
"หยุดเดี๋ยวนี้ เพียงขวัญ" เขากระซิบ น้ำเสียงสั่นเครือ "อย่าแตะต้องผม... ถ้าคุณไม่ไม่อยากเห็นว่าใต้เสื้อเชิ้ตของผม... รอยแผลที่ถูกทิ้งไว้จากคืนนั้น มันยังคงมีเลือดไหลออกมาได้ยังไง"
เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเชื่องช้า ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างของเพียงขวัญ แสงไฟสลัวจากโต๊ะทำงานส่องกระทบให้เห็นแผ่นอกแกร่งของเขา แต่มันไม่ใช่ผิวหนังปกติที่ควรจะเป็น ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวสีดำราวกับรอยแตกของเครื่องเคลือบดินเผาที่ดูน่าสยดสยอง และที่กลางหน้าอกนั้น... มีเข็มนาฬิกาสีทองเล่มเล็กๆ ที่ฝังแน่นอยู่ในเนื้อเยื่อ กำลังหมุนวนไปมาอย่างบ้าคลั่ง!
ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทถูกเปิดผางออกอย่างแรงโดยไม่มีใครแตะต้อง พร้อมกับร่างของหญิงชราคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเงียบเชียบ เธอมีใบหน้าพิมพ์เดียวกับเพียงขวัญราวกับเป็นคนเดียวกันในอีกยี่สิบปีข้างหน้า และประโยคแรกที่เธอเอ่ยออกมาทำเอาทั้งคู่ต้องหยุดหายใจ
"นาฬิกาหยุดเดินเมื่อไหร่... คริสต์มาสปีนี้ คือวาระสุดท้ายของพวกคุณทั้งสองคนค่ะ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับขวัญและกรณ์นะคะ
ด้วยรัก
ดาวตกคืนคริสต์มาส
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 4
รอยร้าวที่ยังไม่ประสาน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!