“คุณจะไปโดยไม่บอกลาไม่ได้... ขวัญ!”
เสียงของกรณ์ดังสะท้อนก้องในห้องโถงสนามบินที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่สำหรับเขา ในวินาทีนี้โลกทั้งใบกลับเงียบงันลงเหลือเพียงแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ เพียงขวัญชะงักฝีเท้า มือเรียวที่กำสายกระเป๋าเดินทางแน่นจนขึ้นข้อขาวค่อยๆ คลายออกช้าๆ ก่อนที่เธอจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
ดวงตาของเธอไม่ได้มีร่องรอยของความโกรธแค้น แต่มันกลับว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่ทำให้น้ำแข็งในใจของกรณ์แตกสลายราวกับถูกค้อนทุบ
“มันสายไปแล้วค่ะ กรณ์” เพียงขวัญกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ ทั้งที่หัวใจของเขากำลังเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก “จดหมายลาออกฉบับนั้น... ไม่ใช่แค่เรื่องโปรเจกต์ แต่มันคือการถอนตัวจากชีวิตคุณด้วย”
กรณ์ก้าวเข้าไปหาเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเธอยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเขาเหมือนวันวาน “คุณทำแบบนี้เพราะความเจ็บปวดจากอดีตที่ผมเพิ่งเปิดเผยงั้นหรือ? หรือคุณแค่ต้องการหนีความจริงที่ว่าเราต่างก็แตกสลายไม่ต่างกัน”
“ฉันไม่ได้หนี” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส “แต่ฉันไม่อยากเป็นเพียงแค่ ‘เงา’ ในชีวิตคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ กรณ์... คุณขังตัวเองไว้ในคืนคริสต์มาสคืนนั้นมานานเกินไป จนลืมไปว่าคนตรงหน้าคุณเขาก็มีลมหายใจ มีความรู้สึก และเขาก็เจ็บปวดเป็นเหมือนกัน”
กรณ์นิ่งงัน คำพูดของเธอเป็นเหมือนดาบที่กรีดลงบนแผลเดิม เขาอยากจะคว้ามือเธอไว้ อยากจะบอกว่า ‘ได้โปรด อย่าไป’ แต่ทิฐิและกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีกลับทำให้เขายืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้น
“ขวัญ... ผมขอโทษ” เขาเค้นเสียงออกมาได้เพียงแค่นั้น
เพียงขวัญยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เปราะบางที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น “คำขอโทษของคนที่ยังก้าวไม่พ้นอดีต มันไม่มีความหมายสำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นวันพรุ่งนี้หรอกค่ะ ลาก่อนนะคะกรณ์... หวังว่าดาวตกดวงถัดไปของคุณ จะไม่ใช่แค่ความทรงจำที่แตกดับอีกต่อไป”
ร่างบางหันหลังกลับและก้าวเดินไปตามทางเข้าเกทอย่างไร้ความลังเล กรณ์มองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่เหมือนหัวใจถูกกระชากออกจากอก เขาพยายามจะก้าวตาม แต่ภาพเหตุการณ์ในอดีต—ภาพรถที่หมุนคว้างกลางหิมะในคืนคริสต์มาส—กลับแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทจนเขาทรุดลงกับเก้าอี้พักคอย ความทรงจำที่เขาพยายามปิดตายกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาอย่างบ้าคลั่ง
แต่ในขณะที่เขาคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว เสียงประกาศเที่ยวบินที่กำลังจะออกก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่เดินสวนทางกับเพียงขวัญออกมาจากทางออกฉุกเฉิน
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม—คนคนเดียวกับที่เขาเห็นในรูปถ่ายเก่าๆ บนโต๊ะทำงานของพ่อ—เดินตรงมาหยุดยืนข้างหน้ากรณ์ เขาโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนตักของสถาปนิกหนุ่มด้วยแววตาเย็นชา
“อย่ามัวแต่วิ่งไล่ตามผู้หญิงคนนั้นเลยกรณ์... เพราะถ้าคุณรู้ความจริงว่าคืนคริสต์มาสคืนนั้น ใครกันแน่ที่เป็นคนจุดไฟเผาบ้านคุณ... คุณจะรีบวิ่งไปให้พ้นจากเธอเสียด้วยซ้ำ”
กรณ์เงยหน้ามองชายแปลกหน้าด้วยความตกตะลึง มือสั่นเทาหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดู แสงไฟในโถงสนามบินดูจะหม่นแสงลงเมื่อเขาสบตาเข้ากับรูปภาพที่แนบอยู่ด้านใน... มันไม่ใช่รูปของอุบัติเหตุ แต่เป็นรูปของเพียงขวัญในวัยเด็กที่ยืนถือไม้ขีดไฟอยู่หน้าบ้านของเขา ในคืนวันที่ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าถ่าน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความสับสนและรอยร้าวในใจของพวกเขาไปกับดาวตกคืนคริสต์มาสนะคะ
เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส•ตอนที่ 14
การวิ่งไล่ตามหัวใจ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์ในคืนคริสต์มาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!