เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมของบอสวิศวกร•ตอนที่ 2

ปากดีมีราคานะครับคุณสถาปนิก

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
"อ้าวกำลังประชุมกันถึงไหนแล้วจ๊ะ ธันวา ศิลา... ทำไมหน้าตาพวกเธอสองคนถึงได้แดงก่ำกันขนาดนั้นล่ะ ร้อนเหรอ หรือว่าแอร์เสีย?" เสียงหัวเราะคิกคักของพี่กิ่ง หัวหน้าฝ่ายบัญชีผู้ล่วงรู้ความลับและชอบทำตัวเป็นเรดาร์ตรวจจับคู่จิ้นออฟฟิศดังขึ้น ทำลายบรรยากาศอึมครึมที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในห้องประชุมใหญ่ได้อย่างชะงัดนัก ธันวาสำลักน้ำลายตัวเองจนไอโขลงใหญ่ มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าอกตัวเองป้อยๆ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด ให้ตายเถอะ เกือบไปแล้ว... เกือบจะได้สร้างตำนานสถาปนิกปากดีถวายชีวิตให้วิศวกรหน้าตายในห้องประชุมแล้วเชียว "เปล่าครับพี่กิ่ง แอร์ไม่ได้เสียหรอกครับ พอดี... พอดีพวกผมกำลังถกกันเรื่องดีเทลรอยต่อโครงสร้างกับผนังกระจกน่ะครับ ดีกรีมันเลยร้อนแรงไปนิดนึง" ธันวาเอ่ยแก้ตัวด้วยรอยยิ้มเจื่อนแต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาพราวระยับไปทางคนหัวโต๊ะ ศิลาไม่ได้พูดอะไร เขานั่งนิ่งเป็นหิน ไหล่กว้างเหยียดตรง สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมกริบที่เคยฉายแววหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธเมื่อครู่ ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทที่น่ากลัวกว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหลาที่ขึ้นสีแดงเรื่อจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ถูกปรับให้เรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก นิ้วเรียวหนาเคาะโต๊ะประชุมเป็นจังหวะเนิบนาบ... ตึก... ตึก... ตึก... เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบราวกับนับถอยหลังระเบิดเวลา "ครับ ถกกันเรื่องรอยต่อ" ศิลาทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันแหบพร่าแต่น่าฟัง "แต่ดูเหมือนคุณธันวาจะเชี่ยวชาญเรื่องการ 'ล้ำเส้น' มากกว่าเรื่องโครงสร้างอาคารเสียอีกนะครับ" โอ้โห... เปิดมาดอกแรกก็สับไม่เลี้ยงเลยนะคะพ่อคุณ! ธันวาแอบกลอกตาขึ้นฟ้าเบาๆ แต่รอยยิ้มกวนประสาทกลับระบายบนริมฝีปากบางเฉียบ เขาไม่ใช่ประเภทที่จะยอมก้มหัวให้ใครอยู่แล้ว ยิ่งอีกฝ่ายทำท่าทางเย่อหยิ่งถือดี ธันวาก็ยิ่งคันไม้คันมืออยากจะปั่นประสาทให้หลุดมาดขรึมอยู่ร่ำไป "แหม คุณศิลาก็พูดเกินไปครับ งานออกแบบกับงานวิศวกรรมมันก็เหมือนลิ้นกับฟันนั่นแหละ มีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ถ้าฟันไม่กัดลิ้น... เราจะรู้รสชาติความอร่อยได้ยังไงล่ะครับ" ธันวาจีบปากจีบคอพูด สายตาระยิบระยับท้าทาย พี่กิ่งที่นั่งอยู่มุมห้องถึงกับสำลักแฟรปปูชิโน่ในมือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงกับวาทศิลป์ของสถาปนิกหนุ่ม ส่วนกรรมการบริหารคนอื่นๆ ที่นั่งร่วมประชุมต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา กลั้นยิ้มจนแก้มป่อง ศิลาหยุดเคาะนิ้วทันที ดวงตาสีนิลคมกราบกวาดมองร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่นั่งไขว่ห้างอย่างไม่เกรงกลัว สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา "รสชาติเหรอครับ..." ศิลายันท่อนแขนแกร่งขึ้นบนโต๊ะโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย กดเสียงต่ำลงจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในท้องอย่างประหลาด "ระวังเถอะครับ ปากดีแบบนี้... วันหนึ่งมันจะมีราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าค่าแบบโครงสร้างตึกระฟ้าเสียอีก" ประโยคนั้นไม่ได้พูดลอยๆ เพราะสายตาคมปลาบของวิศวกรหนุ่มไล่ต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากสีพีชของธันวาแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับขึ้นสบตาตรงๆ ความร้อนพุ่งปรี๊ดขึ้นมาตีรวนที่ใบหน้าของธันวาอีกรอบอย่างไม่ทันตั้งตัว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยินเสียงมันประท้วง ธันวาเม้มปากแน่น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วร่าง มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคืออาการ 'ใจสั่น' ที่ควบคุมไม่ได้ต่างหาก ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทของเขาชะมัด! "ผมไม่เคยกลัวหนี้สินหรอกครับคุณศิลา โดยเฉพาะหนี้ที่ต้องจ่ายด้วย..." ธันวาเว้นจังหวะ ดวงตากลมโตแพรวพราวท้าทายกลับไปไม่ลดละ "ความรับผิดชอบ" บรรยากาศในห้องประชุมเหมือนมีประกายไฟสпарส์เปรี้ยงปร้างออกมาจากตรงกลางระหว่างคนทั้งคู่ จนพี่กิ่งต้องกระแอมไอเสียงดังเพื่อดึงสติตทุกคนกลับเข้าสู่วาระการประชุม "อะแฮ่ม! เอาล่ะค่ะ ในเมื่อเรื่องดีเทลตึกเสร็จเรียบร้อยแล้ว งั้นเรามาสรุปเรื่องงบประมาณในส่วนของโครงสร้างกันต่อเลยดีกว่านะคะคุณศิลา เชิญค่ะ" การประชุมดำเนินต่อไปอย่างตึงเครียดและเฉียบขาด ศิลาสลับร่างกลับเป็นหัวหน้าทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญและไร้ความปรานี เขายิงคำถาม ข้อมูล และตัวเลขออกมาเป็นชุดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ธันวาทำได้เพียงนั่งฟังและจดบันทึกเงียบๆ แต่สายตาเจ้ากรรมกลับไม่ยอมละไปจากสันกรามคมสัน ลำคอหนาที่ขยับยามกลืนน้ำลาย หรือแม้แต่นิ้วมือแข็งแรงที่กำลังพลิกหน้ากระดาษเอกสาร บางที... ศิลายามตั้งใจทำงานก็น่ามองจนเกินบรรยายเหมือนกันแฮะ เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงจนการประชุมสิ้นสุดลง ทุกคนทยอยเดินออกจากห้องประชุมทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงแค่เขากับศิลาที่ยังคงเก็บเอกสารอยู่บนโต๊ะยาว ธันวาตั้งใจจะรีบเก็บของแล้วชิ่งหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะฝีปากลำพัง แต่ทว่า... "เดี๋ยวก่อนครับคุณธันวา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดลง ปิดตายทางหนีทีไล่ของสถาปนิกหนุ่ม ธันวาชะงักมือที่กำลังเก็บแท็บเล็ตลงกระเป๋า ค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ศิลายืนเว้นระยะห่างเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกสะอาดสะอ้านลอยเข้าแตะจมูกจนธันวาต้องผถดลมหายใจเข้าลึกๆ "อะไรอีกครับคุณศิลา งานก็จบ แแบบก็ผ่านแล้ว หรืออยากจะให้ผมติวเรื่อง 'ปากดีมีราคา' ให้ฟังอีกรอบเหรอครับ?" ธันวาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มความกวนประสาทไว้ให้มั่น แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมด้านหลังแล้วก็ตาม ศิลาไม่ตอบคำถาม มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนขอบโต๊ะด้านข้างลำตัวของธันวา เป็นการกักขังกลายๆ ไม่ให้สถาปนิกตัวแสบขยับหนีไปไหนได้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าเนียนใสของคนตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นงานศิลปะที่เขากำลังอยากครอบครอง "ผมไม่อยากฟังเรื่องปากดี..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มจนธันวาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "แต่ผมอยากพิสูจน์ว่า... คำพูดของคุณเมื่อกี้ มันจริงสักแค่ไหน" "คุณ... อื้อ!" ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ศิลาก็จู่โจมเข้ามาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ริมฝีปากหนาทาบทับกลีบปากของเขาอย่างแม่นยำและหนักแน่น ความนุ่มหยุ่นที่แนบชิดลงมาทำให้โลกทั้งใบของสถาปนิกหนุ่มหยุดหมุนไปชั่วขณะ มันไม่ใช่แค่การสัมผัสผิวเผิน แต่เป็นจูบที่ทั้งดุดัน เอาแต่ใจ และแฝงไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีเยชาชามานาน! ธันวาสองมือพยายามจะผลักอกแกร่งออกตามสัญชาตญาณ แต่ปลายนิ้วกลับจิกเกร็งลงบนเสื้อผ้าของอีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากสัมผัสวาบหวามที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ผลผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต "ศิลา! เอกสารงบประมาณล็อตใหม่ที่นายสั่ง... เฮ้ย!" เสียงอุทานตกใจของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทและสถาปนิกอีกคนดังลั่นห้องประชุม ทำให้ศิลาจำต้องผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย แต่ยังคงยืนบังร่างของธันวาไว้มิดชิด ธันวาหอบหายใจโยนตัว ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู รีบยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ ก่อนจะหันไปสบตากับกรณ์ที่ยืนอ้าปากค้างกลางห้องประชุมด้วยความช็อกตาตั้ง ศิลาหันกลับไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาพิฆาต ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันทีที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ "กรุณาเคาะประตูให้มันดังกว่านี้... ก่อนจะเข้ามาตายสถานเดียว" ...โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้พุดดิ้งคาราเมลเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมของบอสวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%