“กรุณาเคาะประตูให้มันดังกว่านี้... ก่อนจะเข้ามาตายสถานเดียว”
ประโยคคำรามต่ำทุบทำลายความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวของวิศวกรโยธาหนุ่มจนยับเยิน ธันวาชะงักมือที่กำลังถือม้วนกระดาษแปลน แววตากลมโตไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความกวนประสาทตามสัญชาตญาณ ร่างโปร่งบางในชุดช่างก่อสร้างสีกากีพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอกสาวเท้าเข้าใกล้โต๊ะทำงานกระจกใสที่สะท้อนภาพร่างสูงใหญ่ของบอสหน้าดุได้พอดิบพอดี
“โธ่ คุณศิลาคะ เอ้ย... คุณศิลาครับ... เอ้ย ไม่ใช่สิ!” ธันวาแสร้งทำเป็นกระแอมไอแล้วสะดุ้งสุดตัวเมื่อสายตาดุราวกับสัตว์กินเนื้อเงยขึ้นมาสบเข้าพอดี “ฉันก็เคาะแล้วนะคะคุณบอส หรือหูของคุณวิศวกรใหญ่มีปัญหาจากเสียงเจาะเสาเข็มข้างนอกจนฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันแน่คะ”
ศิลาไม่ตอบ เขากวาดสายตาคมกริบมองกระดาษพิมพ์เขียวในมือของคนตรงหน้าอย่างเหยียดหยาม มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะแบบที่เห็นแล้วอยากเอารองเท้าคอมแบทฟาดหน้าสักที สันจมูกโด่งเป็นคมขยับสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังอดกลั้นความหงุดหงิดขั้นสุดยอด
“วางมันลงตรงนั้น... แล้วไสหัวออกไป” ศิลาสั่งเสียงเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจจนคนฟังอยากจะเบ้ปากคว่ำ
“วาง? ให้ไสหัวออกไป? เดี๋ยวๆ ๆ คุณศิลาคะ คุณช่วยเปิดตามองดูชิ้นงานชิ้นนี้ด้วยสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วนก่อนจะไล่ฉันสิคะ สถาปนิกอย่างฉันนั่งหลังขดหลังแข็งแก้แบบห้องประชุมใหญ่ตึก C มาสามวันสามคืนจนใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า แต่คุณท่านกลับบอกให้ฉันไสหัวออกไปเนี่ยนะ? ใจร้ายใจดำยิ่งกว่าผู้รับเหมาหนีงานอีกนะคะ!”
ธันวาป้องปากอุทานเสียงสูงอย่างจงใจยั่วโมโห แขนเรียวยกขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือด้วยความโมโห เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกายภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นและเส้นเลือดปูดโปนที่บ่งบอกถึงความเครียดขึง ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัวเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว... ทีละก้าว... จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและบุคลิกเย็นชาพุ่งเข้าปะทะจมูก
“เธอเรียกสิ่งนี้ว่างาน?” ศิลาเอื้อมมือไปหยิบม้วนกระดาษแปลนขึ้นมาสะบัดเบาๆ ต่อหน้าต่อตา “โครงสร้างเสารับน้ำหนักแบบนี้ สถาปนิกจบจากสถาบันไหนมา ถึงคิดได้ว่ามันจะรองรับน้ำหนักของห้องประชุมความจุสามร้อยคนได้? ถ้าตึกถล่มลงมาเพราะความมักง่ายของเธอ ฉันในฐานะวิศวกรควบคุมงานต้องติดคุกหัวโต เธอจะรับผิดชอบชีวิตฉันด้วยการแต่งงานชดใช้หรือไง?”
คำพูดจิกกัดเจ็บแสบพุ่งตรงมาแบบไม่ทันตั้งตัว ธันวาอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ปากเก่งๆ ที่เคยสวนกลับได้ทันควันเหมือนโดนปูนซีเมนต์หยอดทับจนแข็งค้างไปชั่วขณะ
“จะ... จะบ้าเหรอคะ! ใครจะไปแต่งงานกับคนปากปีจออย่างคุณฟะ... เอ้ย คุณศิลา!” ธันวาเสียงหลง หน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนความกระดากอายที่อีกฝ่ายกล้าพูดคำนั้นออกมาหน้าตาเฉย “แล้วอีกอย่าง แบบโครงสร้างนี้ฉันปรึกษากับทีมวิศวกรโครงสร้างแล้วด้วยซ้ำ พวกเขายังบอกว่าผ่านมาตรฐานฉลุย แล้วคุณเอาสมองส่วนไหนมาคิดว่ามันพังคะ!”
“สมองส่วนที่ใช้คำนวณความปลอดภัย ไม่ใช่สมองที่เอาไว้เพ้อเจ้อเรื่องความงามแบบเธอน่ะสิ!” ศิลาตอกกลับเสียงดังลั่น ห้องทำงานกระจกสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดแก้มใส “แก้ใหม่... ยกชุด”
“ห๊ะ?!”
“ฉันสั่งให้เธอ ‘แก้แบบใหม่ยกชุด’ แบบไม่มีข้อแม้ และไม่ต้องมาถามหาเหตุผล เพราะในไซต์งานนี้ กฎเหล็กมีอยู่ข้อเดียว... ฉันพูดว่ายังไง ต้องเป็นอย่างนั้น”
ศิลาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังอ้าพะงาบๆ จะเถียงกลับแต่ไม่มีเสียงหลุดออกมา ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นคนปากเก่งไปไม่เป็น ดวงตาคมกريบฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด แม้ภายนอกจะตีหน้าขรึมดุราวกับภูเขาน้ำแข็งก็ตาม
ธันวากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอัดอั้นตันใจพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาเกลียดรอยยิ้มเย่อหยิ่งนี่ชะมัด ยิ่งอีกฝ่ายทำตัวเผด็จการไร้เหตุผลมากเท่าไหร่ สัญชาตญาณความอยากเอาชนะก็ยิ่งแผดเผาอยู่ในอก
“คุณศิลาคะ คุณมัน... คุณมันเผด็จการยิ่งกว่าท่านประธานาธิบดีเกาหลีเหนือซะอีก!” ธันวาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง ดวงตาวาวโรจน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของคนตรงหน้า “อยากให้แก้มากใช่ไหมคะ ได้! งั้นฉันจะแก้ให้คุณดูจนปวดหัวไปข้างนึงเลย คอยดูสิ!”
พูดจบ สถาปนิกตัวแสบก็กระชากม้วนแบบแปลนคืนมาจากมือหนาอย่างแรง หมุนตัวกลับเตรียมจะก้าวเท้าออกจากห้องด้วยความฮึกเหิม แต่ทว่า...
ก๊อกๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งแบบรวบรัด ก่อนที่บานประตูห้องทำงานกระจกจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสทำงานแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อยก้าวเข้ามาพร้อมกับกล่องอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมในมือ
“พี่ศิลาคะ มินะซื้อซูชิร้านโปรดมาฝากค่ะ พอดีผ่านแถวนี้เลยแวะ...”
เสียงหวานใสหยุดชะงักลงทันทีเมื่อกวาดสายตามาเห็นภาพตรงหน้า—ธันวาที่ยืนตัวติดอยู่กับศิลาในระยะประชิด ชนิดที่ว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวริมฝีปากคงจะแตะกันพอดี ส่วนศิลาก็ชะงักค้าง มือข้างหนึ่งยังค้างอยู่ในท่าทางที่เพิ่งยื้อแย่งกระดาษกับธันวาเมื่อครู่
ธันวากะพริบตาปริบๆ หันไปมองหญิงสาวผู้มาใหม่สลับกับใบหน้าของศิลาที่บัดนี้บึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ปากเรียวบางยกยิ้มร้ายกาจขึ้นมาทันทีเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวได้ในเสี้ยววินาที
“อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะคะที่เข้ามาขัดจังหวะ ‘เวลาส่วนตัว’ ของบอสกับแฟนคลับ” ธันวาเอ่ยเสียงหวานหยด ยักคิ้วหลิ่วตาให้ศิลาหนึ่งทีแบบกวนประสาทสุดๆ “งั้นเชิญพวกคุณตามสบายเลยนะคะ พอดีฉันต้องรีบไป ‘แก้แบบใหม่ยกชุด’ ตามบัญชาของท่านวิศวกรสุดหล่อเขาแล้วล่ะค่ะ”
ศิลาหน้าเสียเล็กน้อย เหลือบตามองมินะที่เริ่มหน้าเจื่อนลงทีละนิด ก่อนจะหันกลับมามองธันวาที่กำลังหมุนตัวเดินนวยนาดเตรียมจะพ้นขอบประตูด้วยท่าทางลอยชาย
“เธอยืนรอก่อน, ธันวา” ศิลาออกคำสั่งเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งที่หยุดชะงักเท้าทันที “ฉันยังคุยเรื่องแบบแปลนกับเธอยังไม่จบ”
ธันวาหันกลับมาเลิกคิ้วใส่ด้วยความหมั่นไส้ “เอ๊ะ! แต่แฟนคุณเขาถือกล่องข้าวรอสวีทอยู่นะคะ ให้ฉันอยู่เป็นก้างขวางคอทำไมล่ะ หรือว่า...” สถาปนิกตัวแสบลากเสียงยาว แววตารื่นเริงพราวระยับด้วยความสนุกสนาน “คุณกลัวอยู่กับฉันสองต่อสองมากกว่าจะอยู่กับเขากันแน่คะ, คุณบอส?”
ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความเงียบงันโรยตัวลงปกคลุมห้องทำงานทันทีเมื่อสายตาของทั้งสามคนประสานกันในบรรยากาศที่ตึงเครียดและชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
---------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้พุดดิ้งคาราเมลเสมอนะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมของบอสวิศวกร•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนคุมงาน
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมของบอสวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
