กลิ่นฉุนกึกของควันไนโตรเจนเหลวและคราบเขม่าสีดำที่เกรอะกรังอยู่บนแผงวงจรสำรอง คือหลักฐานชิ้นดีว่าห้องใต้ดินหลบภัยแห่งนี้เพิ่งผ่านพ้นภียพิบัติระดับเฉียดตายมาหมาดๆ
เร็นกวาดสายตาผ่านหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่กระพริบเตือนสถานะวิกฤต นิ้วเรียวยาวของเขาขยับรัวบนแป้นพิมพ์แสงเพื่อปิดกั้นสัญญาณรบกวนจากภายนอกอย่างแม่นยำ ทุกวินาทีที่ผ่านไปมีความหมายเท่ากับความเป็นความตาย ความเงียบงันภายในห้องถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่ติดขัดและแผ่วเบาของใครบางคนบนเตียงสนาม
"อาจารย์ครับ อย่าเพิ่งขยับตัวเลยครับ"
เสียงทุ้มต่ำของเร็นเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด ขณะที่เขาละมือจากแป้นพิมพ์แล้วรีบก้าวเข้าไปใกล้ร่างของเซเลน่า อาจารย์สาวผู้ซ่อนอดีตอันดำมืดไว้เบื้องหลังรอยยิ้มขี้เล่น บัดนี้ใบหน้าเนียนใสของเธอกลับซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด หยดเหงื่อกาฬผุดพรายตามขมับและไรผม เสื้อคลุมแล็บสีขาวตัวเก่งฉีกขาดเป็นทางยาว เผยให้เห็นรอยไหม้เกรียมจากกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่พาดผ่านลาดไหล่ซ้าย
เซเลน่าพยายามฝืนยิ้ม แม้ริมฝีปากแห้งผากจะสั่นระริก เธอปรือตาขึ้นช้าๆ สายตาที่มักจะพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับอ่อนล้าโรยแรงจนน่าใจหาย
"ฉัน... ไม่เป็นไรหรอกเร็น... แค่ระบบป้องกันความปลอดภัยของพวกมันรุนแรงเกินคาดไปหน่อย..." เสียงของเธอกระท่อนกระแท่น ขาดช่วงเป็นระยะ ราวกับแบตเตอรี่ในตัวกำลังจะหมดลงในไม่ช้า
เร็นไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคุกเข่าลงข้างเตียง หยิบชุดปฐมพยาบาลนาโนเทคโนโลยีออกมาจากช่องเก็บของสำรอง แววตาของเด็กหนุ่มฉายแววเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยสูญเสียคนในครอบครัวจากเหตุการณ์ในเขตหวงห้ามผุดWavเข้ามารบกวนจิตใจอีกครั้ง ความรู้สึกหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสีย "คนสำคัญ" ไปต่อหน้าต่อตาทำให้มือของเขาชะงักไปชั่วขณะ
*ติ๊ง!*
[ระบบตรวจพบสภาวะร่างกายของเป้าหมายอยู่ในขั้นวิกฤต]
[อัตราการเต้นของหัวใจ: ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 35%]
[พลังงานชีวภาพ (Bio-energy): เหลือ 12%]
[คำแนะนำ: จำเป็นต้องทำการเชื่อมต่อระบบประสาทเพื่อถ่าย
เร็นอ่านข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยความรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องของเขาคำนวณทางเลือกทั้งหมดที่มีในเสี้ยววินาที หากปล่อยไว้แบบนี้ เซเลน่าจะไม่รอดพ้นคืนนี้แน่ การถ่ายโอนพลังงานชีวภาพผ่านระบบประสาทโดยตรงคือหนทางเดียว แต่มันก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่ตัวเขาเองอาจจะได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณจากกระแสข้อมูลที่ตีกลับ
"เร็น... เธอลังเลอะไรอยู่?" เซเลน่าเอื้อมมือที่สั่นเทามาแตะหลังมือของเขา สัมผัสนั้นเย็นเฉียบแต่กลับอบอุ่นในความรู้สึกของเด็กหนุ่ม "ถ้าเธอทำ... สมองของเธออาจจะรับภาระหนักเกินไปนะ... แฮกเกอร์เด็ก"
"ผมไม่ใช่เด็กแล้วครับอาจารย์" เร็นเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังจนเซเลน่าต้องชะงัก "และผมจะไม่ยอมนั่งมองอาจารย์หายไปต่อหน้าต่อตาเป็นครั้งที่สองแน่"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนมุมปากของอาจารย์สาว แววตาที่มองเด็กหนุ่มฉายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ทั้งความซาบซึ้ง ความห่วงใย และความภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์คนนี้ที่เติบโตขึ้นจนกลายเป็นที่พึ่งให้เธอได้ในยามวิกฤต
เร็นไม่รอช้า เขาหยิบสายเคเบิลเชื่อมต่อระบบประสาท (Neural Link Cable) ออกมา เสียบด้านหนึ่งเข้ากับพอร์ตที่ท้ายทอยของตนเอง ส่วนอีกด้านหนึ่งบรรจงเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เฟซหลังต้นคอของเซเลน่าอย่างระมัดระวัง
*ช… ช… ชริ้ง!*
แสงไฟนีออนสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นในความมืด เคเบิลโปร่งแสงสะท้อนข้อมูลดิจิทัลที่กำลังไหลเวียนผ่านกันและกัน เร็นหลับตาลงตั้งสติ ปล่อยให้จิตสำนึกของตนเองดำดิ่งลงสู่ห้วงกระแสข้อมูลเพื่อค้นหาและซ่อมแซมรอยรั่วในระบบประสาทของเซเลน่า
ความเจ็บปวดราศีไฟแผดเผาแล่นพล่านไปทั่วเส้นประสาทของเร็น ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงเข้าไปในสมอง แต่เขากัดฟันอดกลั้น ไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย ความอบอุ่นจากพลังชีวิตของเซเลน่าค่อยๆ ไหลย้อนกลับมาผสมผสานกับสติสัมปชัญญะของเขา สร้างความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าอาจารย์และลูกศิษย์
ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้... ท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดิน เสียงหอบหายใจของเซเลน่าเริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้น สีหน้าที่เคยซีดเผือดเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมาทีละน้อย
เร็นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เขาดึงสายเคเบิลออกอย่างนิ่มนวล ก่อนจะทรุดตัวลงพิงกับขอบเตียงด้วยความอ่อนระลึก แรงกดดันมหาศาลทำให้เขารู้สึกมึนหัวเล็กน้อย แต่เมื่อหันไปเห็นเซเลน่ายกมือขึ้นลูบศีรษะของเขาด้วยความเอ็นดู ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็พลันมลายหายไปสิ้น
"ขอบใจนะ... เร็น" เสียงของเธอนุ่มนวลและมีชีวิตชีวาขึ้นมากแล้ว "เธอนี่มัน... เกินความคาดหมายของฉันทุกครั้งจริงๆ"
"พักผ่อนเถอะครับอาจารย์ ที่เหลือปล่อยให้ผมจัดการเอง" เร็นพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ พลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่ให้เธอ
แต่ทว่า ในจังหวะนั้นเอง...
หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่ควรจะปลอดภัย กลับถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างแจ้งเตือนสีดำสนิทอย่างไร้ที่มา พร้อมกับสัญลักษณ์รูปกะโหลกไซเบอร์ที่กระพริบช้าๆ สามครั้งติดกัน
[คำเตือนระบบฉุกเฉินระดับสูงสุด]
[ตรวจพบการถอดรหัสลับจากบุคคลภายนอก: โปรโตคอล 'เซเบอร์ซีโร่' กำลังเริ่มต้นทำงาน]
[ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เร็น ลูกชายแห่งห้องทดลองหมายเลขศูนย์]
หวังว่าบทนี้จะช่วยเติมเต็มความสนุกและสร้างความประทับใจให้กับรี้ดเดอร์ทุกท่านนะครับ
ไซเบอร์พังค์2099
รหัสลับอาจารย์สาวข้ามมิติสู่โลกไซเบอร์•ตอนที่ 20
อาการบาดเจ็บของอาจารย์
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับอาจารย์สาวข้ามมิติสู่โลกไซเบอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!