“คุณช่วยเลิกทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้มาเซฟเฮาส์กับศัตรูหัวใจได้ไหมคะ รินรดา? เราไม่ได้จะไปเดทกัน แต่เรากำลังหนีตาย!”
เสียงกระแทกเกียร์รถสปอร์ตคันหรูดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่ทำเอาฉันตัวโยน คีย์ ธนดล เหยียบคันเร่งจนเข็มไมล์พุ่งทะยานผ่านแสงไฟข้างทางไปอย่างไม่สนใจกฎจราจร เขาดูหงุดหงิด—ไม่สิ เขาดูเหมือนคนที่อยากจะกระชากวิญญาณฉันออกมาจากรถมากกว่า
“ฉันไม่ได้หน้าบูดเพราะต้องหนีตายกับคุณ แต่ฉันหน้าบูดเพราะพล็อตละครเรื่อง ‘รักลวงใจ’ ของคุณมันห่วยจนฉันรับไม่ได้!” ฉันสวนกลับทันควัน ขยับตัวไปฝั่งประตูรถเพื่อทิ้งระยะห่างระหว่างเรา “พระเอกที่ไหนจะยอมให้แฟนเก่าหักหลังซ้ำซากแล้วยังจะวิ่งตามไปง้อถึงสนามบิน มันตรรกะพังมากค่ะคุณธนดล”
“นั่นมันเรียกว่า ‘รักแท้ที่มั่นคง’ ต่างหาก” คีย์แค่นหัวเราะ ปรายตามองฉันด้วยสายตาที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก “คนเขียนบทอย่างคุณน่ะวันๆ คิดแต่จะเขียนให้ตัวละครฟาดฟันกันจนโลกแตก เพราะชีวิตจริงคุณคงไม่มีใครกล้าทุ่มเทให้ขนาดนั้นละสิ”
ฉันสะอึกไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มตอบ “โอ้โห พูดเหมือนรู้จักชีวิตฉันดีเหลือเกินนะคะ ซุปตาร์ร้อยล้าน การที่ฉันไม่เชื่อในความรักที่ไร้เหตุผล ไม่ได้แปลว่าฉันไม่เคยได้รับมัน แค่ฉันไม่คิดจะเอาตัวเองไปเป็นของตายให้ใครเหมือน ‘ตัวละคร’ ในละครที่คุณเล่นก็เท่านั้น”
บรรยากาศในรถตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก คีย์ไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขาเม้มริมฝีปากแน่นจนเห็นเป็นเส้นตรง มือที่จับพวงมาลัยสั่นเทาเล็กน้อย ความเงียบที่คั่นกลางระหว่างเราไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือสนามรบที่ไม่มีใครยอมถอย
เรามาถึงเซฟเฮาส์ที่ว่าในอีกสามสิบนาทีต่อมา มันเป็นบ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์นดิบๆ ซ่อนตัวอยู่ในป่าสนที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมือง คีย์เปิดประตูบ้านด้วยความคล่องแคล่ว ทันทีที่ก้าวเข้าไป เขาก็โยนกุญแจรถลงบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่จนเกิดเสียงดังสนั่น
“เชิญอยู่ตามสบายค่ะ” เขาผายมือประชดประชัน “อ้อ แล้วก็หัดจำใส่สมองไว้ด้วยว่านับจากนาทีนี้ คุณคือผู้หญิงที่ผมต้องคุ้มครอง ไม่ใช่คู่แข่งทางความคิดที่ผมต้องมานั่งฟังคุณวิจารณ์งานของผม”
“คุ้มครอง?” ฉันเดินเข้าไปใกล้เขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมนั่น “คุณคุ้มครองฉันเพราะคุณห่วงชีวิตฉันจริงๆ หรือเพราะคุณกลัวว่าถ้าไม่มีฉัน คุณจะไม่ได้บทละครตอนจบที่เพอร์เฟกต์มาใช้กู้ชื่อเสียงที่กำลังร่วงกราวของคุณกันแน่?”
คำพูดของฉันเหมือนเข็มที่ทิ่มลงไปในใจคนฟัง คีย์ก้าวพรวดเข้ามาจนร่างสูงใหญ่ของเขากดทับฉันให้ถอยหลังไปชิดกับผนังเย็นเฉียบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของเขาโชยแตะจมูกจนฉันใจเต้นผิดจังหวะ มือหนาของเขายันผนังขนาบข้างตัวฉันไว้ ปิดกั้นทางหนีทุกทิศทาง
“คุณนี่มันปากเก่งสมคำร่ำลือจริงๆ รินรดา” เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ใบหน้าเราใกล้กันจนฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน “อยากรู้ไหมว่าถ้าผมเลิกทำตัวเป็นพระเอกที่แสนดีในละคร แล้วทำตัวเป็นตัวร้ายที่ตามใจตัวเอง... คุณจะยังกล้าพูดแบบนี้กับผมได้อีกกี่นาที?”
ฉันเม้มริมฝีปาก พยายามกลั้นใจไม่ให้สั่น “จะทำอะไรก็ทำสิคะ ฉันยังไม่เห็นว่าคุณจะต่างจากพระเอกละครห่วยๆ ของคุณตรงไหนเลย”
คีย์จ้องตาฉัน เขากำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ความโกรธเกรี้ยวในแววตาเริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนแรงกว่านั้น จนกระทั่ง...
*ตื้ด ตื้ด*
เสียงโทรศัพท์ของคีย์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่กำลังเดือดระอุ เขาถอยออกไปครึ่งก้าว สายตามองหน้าจอแล้วใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที เขาไม่ได้กดรับ แต่ส่งโทรศัพท์มาให้ฉันดู
หน้าจอโชว์ภาพจากกล้องวงจรปิดของเซฟเฮาส์—มีรถตู้สีดำคันหนึ่งกำลังจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าประตูรั้ว และร่างในชุดดำสี่ห้าคนกำลังก้าวลงมาจากรถพร้อมวัตถุบางอย่างในมือที่ดูไม่ใช่ของเล่น
“ดูเหมือนว่า...” คีย์กระซิบ เสียงของเขาเรียบเย็นจนน่าขนลุก “พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเซ็นสัญญาเป็นแฟนคลับผมนะ รินรดา”
เขารีบคว้ามือฉันแล้วลากไปที่โถงทางเดินหลังบ้าน แต่ก่อนที่เราจะทันได้ก้าวพ้นห้องรับแขก ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังบ้านก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นก้องไปทั่วโถงบ้าน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปกับรินรดาและคุณคีย์ในตอนนี้นะคะ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน•ตอนที่ 2
บทแรกที่เริ่มด้วยสงคราม
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!