“หมอบลงสิยัยบ้า! จะยืนเป็นเป้านิ่งให้พวกมันสอยเล่นหรือไงเล่า!”
เสียงคำรามต่ำอย่างหัวเสียพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ ทำเอาฉันเซถลาล้มพับลงไปกองกับพื้นไม้ปาร์เกต์เย็นเฉียบ แรงปะทะจากกระสุนนัดที่สองเจาะทะลุกระจกใสแตกกระจาย เสียงเศษแก้วร่วงกราวลงมากระทบพื้นราวกับหิมะโปรยปรายในฤดูหนาวที่โหดร้าย หัวใจของฉันเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย... แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่ไอ้ดาราดังหน้าหล่อคนนี้บังคับให้ฉันต้องมาหมอบคลานคลุกฝุ่นอยู่ใต้โต๊ะทำงานไม้สักหนักอึ้งนี่ต่างหาก
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝุ่นและเหงื่อจางๆ ลอยแตะจมูก เมื่อเราสองคนต้องเบียดเสียดกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ ใต้โต๊ะที่มีขนาดจำกัด รินรดาคนนี้ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนักเขียนบทสาวผู้สง่างามจะต้องมาลงเอยในสภาพหมดสภาพแบบนี้
“ฉันไม่ได้อยากยืนเป็นเป้าหรอกนะคีย์ แต่ช่วยกรุณาปล่อยแขนฉันก่อนได้ไหม มันจะหักอยู่แล้ว!” ฉันกัดฟันกระซิบลอดไรฟัน พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนาเสียยิ่งกว่าคีมเหล็ก
คีย์ ธนดล ไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของฉันเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มดุดันกำลังเพ่งมองไปยังทิศทางของหน้าต่างแตกละเอียด สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม แต่กระนั้น มือข้างหนึ่งก็ยังเอื้อมมาดึงชายเสื้อฉันให้ขยับเข้าไปใกล้ตัวเขามากขึ้นอีกนิดราวกับกลัวว่าฉันจะหลุดมือหายไปไหน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้โถงทางเดิน เสียงตะโกนภาษาต่างประเทศดังแว่วเข้ามาปะปนกับเสียงกระจกแตกซ้ำแล้วซ้ำเล่า สถานการณ์ข้างนอกกำลังระอุและอันตรายเกินกว่าจะมาเถียงกันเรื่องพื้นที่ใต้โต๊ะ แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้กระสุนจะปลิวว่อนอยู่เหนือหัว รินรดาคนนี้ก็ไม่มีทางยอมจำนนให้ความเผด็จการของซุปตาร์ปากร้ายเด็ดขาด!
ผ่านไปเกือบสิบนาทีที่เสียงปืนเงียบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเราสองคนที่ดังประสานกันในความเงียบ คีย์ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นช้าๆ สายตาสำรวจความเรียบร้อยรอบตัวก่อนจะหันมามองฉันที่ยังนั่งกอดอกหน้าบึ้งตึงอยู่กับพื้น
“ปลอดภัยแล้ว ลุกขึ้นมาได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสำนึกผิดที่เกือบทำให้แขนฉันหลุดจากเบ้า
ฉันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ใช้สองมือปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วจ้องหน้าเขาเขม็ง “ค่ะ ปลอดภัยแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาเคลียร์เรื่องที่เราค้างคา...”
“หยุด!” คีย์ยกมือขึ้นเบรกฉันทันควัน ราวกับรู้ว่าประโยคถัดไปจะพ่นคำด่าทออะไรออกมาบ้าง เขากวาดสายตาคมกริบมองสำรวจความเสียหายในห้องรับแขกแสนหรูหราที่ตอนนี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม ก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตาจริงจังที่เต็มไปด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ
“ในเมื่อพวกมันตามมาเจอที่นี่ แสดงว่าเซฟเฮาส์หลังนี้ไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว และเพื่อความอยู่รอดของเราทั้งคู่ ตลอดเวลาที่เราต้องหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เธอต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามกฎของผมอย่างเคร่งครัด ไม่มีข้อแม้ ไม่มีคำว่ายกเว้น”
ฉันถึงกับแค่นั้นหัวเราะในลำคอ ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความหมั่นไส้จนแทบจะพ่นไฟใส่หน้าหล่อๆ นั่น “กฎ? นายกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่คีย์ นี่บ้านฉันนะ ถึงมันจะเป็นเซฟเฮาส์ลับที่นายจัดหามาก็เถอะ แต่การที่นายจะมาออกคำสั่งกับคนอื่นตามอำเภอใจ มันจะไม่ดูเผด็จการไปหน่อยเหรอคะคุณซุปตาร์”
“ผมไม่ได้ขอร้องให้เธอเห็นด้วย แต่ผมกำลังบอกให้เธอทำตาม” คีย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันทีละก้าว ความสูงและแรงกดดันจากตัวตนของเขาทำให้ฉันต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ “ฟังให้ดี รินรดา นี่คือกฎสามข้อที่เธอต้องจำใส่สมองเอาไว้ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”
เขายกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉันราวกับจะสะกดจิต
“ข้อแรก... ห้ามส่งเสียงดังหรือทำอะไรก็ตามที่เรียกร้องความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเดินกระแทกส้นเท้า เถียงผมอย่างไร้สาระ หรือแม้แต่การเปิดเพลงเสียงดัง เด็ดขาด”
ฉันเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความเหลืออด สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด “เถียงอย่างไร้สาระเหรอคะ? ข้อนี้ตกไปเลยนะคีย์ เพราะทุกคำที่ฉันพูดมันมีตรรกะและเหตุผลสนับสนุนเสมอ นายต่างหากล่ะที่ชอบใช้อารมณ์มากกว่าสมอง!”
คีย์ขมวดคิ้วมุ่น ไม่ยอมแพ้เช่นกัน เขายกนิ้วที่สองขึ้นมาประกบ
“ข้อสอง... ห้ามเดินออกไปนอกตัวบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผมเด็ดขาด โลกภายนอกตอนนี้มันอันตรายเกินกว่าที่ผู้หญิงปากเก่งอย่างเธอจะรับมือไหว ถ้าอยากรอดชีวิตกลับไปเขียนบทละครน้ำเน่าของเธอต่อ ก็จงอยู่แต่ในสายตาของผม”
“นี่คุณ!” ฉันปรี๊ดแตกจนต้องยื่นมือไปผลักอกแกร่งของเขาเต็มแรง แต่เจ้ากรรม นายซุปตาร์กลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน แถมยังทำหน้าตายใส่ฉันอีกต่างหาก “ฉันไม่ใช่เด็กน้อยห้านะคะคีย์ที่จะต้องให้ใครมาคุมแจตลอดเวลา อีกอย่าง งานเขียนของฉันไม่ใช่น้ำเน่า แต่มันสะท้อนความจริงของมนุษย์ต่างหากเล่า!”
“สะท้อนความจริงเหรอ?” คีย์แค่นIยิ้มหยัน มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้าแหย่ที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก “ความจริงก็คือ ตอนนี้เธอกำลังสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแต่ปากแข็งไม่ยอมรับต่างหากล่ะ”
“ฉันไม่ได้สั่น!” ฉันเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่ความจริงแล้วปลายนิ้วที่ประสานกันมันเย็นเฉียบจนน่าใจหาย
“งั้นก็ฟังข้อสุดท้ายให้ดี...” คีย์ขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราแทบไม่เหลือช่องว่าง ลลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดป่ามอยู่ข้างแก้มฉัน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่คุกคามแต่น่าหลงใหลในเวลาเดียวกันทำให้สมองฉันรวนไปหมด “ข้อสาม... ทุกคำสั่งของผมคือที่สุด เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ไม่มีสิทธิ์ต่อรอง และห้ามเถียงผมเด็ดขาด... จบ”
ฉันอ้าปากค้างสนิท ดวงตาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบด้วยความโกรธปนความสับสน กฎบ้าบออะไรกัน สามข้อนี้มันมีแต่ข้อที่เอาเปรียบและจำกัดเสรีภาพของฉันชัดๆ!
“ฉันไม่ตกลง!” ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ปฏิเสธเสียงแข็งแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน “กฎสามข้อของนายมันเผด็จการสิ้นดี รินรดาคนนี้ไม่มีวันก้มหัวให้กฎบ้าๆ นี่เด็ดขาด!”
“เธอไม่มีสิทธิ์เลือกหรอกรินรดา...” เสียงทุ้มต่ำของเขาพกระดับความอบอุ่นและความจริงจังขึ้นมาอีกขั้น จนฉันเผลอชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมที่มักจะใช้มองจิกกัดฉันเสมอ บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนน่าใจหาย ปลายนออุ่นจัดของเขายื่นมาแตะที่ปลายคางฉันแผ่วเบา บังคับให้ฉันเงยหน้าขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความปากร้าย “เพราะไม่ว่ายังไง... ผมก็ไม่มีวันยอมให้เธอเป็นอะไรไปเด็ดขาด”
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมที่ควรจะเต้นระส่ำด้วยความโกรธ กลับเปลี่ยนจังหวะมาเต้นรัวแรงด้วยความหวั่นไหวอย่างไม่น่าเชื่อ เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างเราสองคนทำเอาฉันพูดไม่ออก สมองตรรกะจัดจ้านที่เคยมีทางออกให้ทุกเรื่อง กลับขาวโพลนว่างเปล่าเมื่อปลายนิ้วอุ่นนั้นยังคงไล้กรอบหน้าฉันอย่างเบามือ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ฉันกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดอะไรบางอย่างออกไปเพื่อทำลายความเงียบอันตรายนี้
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องโถงดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสงบของบ้านหลังใหญ่ที่ควรจะร้างผู้คน ร่างสูงของคีย์ชะงักกึกทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาเป็นความระแวดระวังถึงขีดสุดในเสี้ยววินาที เขาดึงฉันเข้าไปซ่อนไว้ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของเขาทันที พร้อมกับมืออีกข้างที่เอื้อมไปหยิบปืนพกสั่นสีดำสนิทออกจากสายคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว
ประตูกระจกบานใหญ่ที่แตกละเอียดค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงมาให้เราทั้งคู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาวตกคืนคริสต์มาส" เสมอมานะคะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ไม่เคยตกลงกันได้
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!