เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน•ตอนที่ 4

กาแฟขมๆ กับคำพูดจิกกัด

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะเอาแจกันคริสตัลนี่ปาใส่หน้าหล่อๆ ของคุณจริงๆ ด้วยนะคะ" รินรดากระชับแจกันดอกไม้ราคาแพงในมือแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกในชุดคลุมสีดำสนิทที่เพิ่งเดินเหยียบเศษกระจกแตกเข้ามา ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก คีย์ ธนดล กลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด—ซุปตาร์หนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความรักสวยรักงามและหวงเนื้อหวงตัว กลับก้าวฉับๆ มายืนขวางหน้าเธอเอาไว้ ปลายเท้าของเขากล้าดียังไงมาบังร่างเธอมิดชิด ราวกับกำลังปกป้องเธอจากภยันตราย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีเขายังยืนเถียงกับเธอเรื่องการวางแก้วกาแฟอยู่เลย "ถอยไปยัยเตี้ย ยืนเกะกะเป็นเสาหลักเมืองอยู่ได้ เห็นไหมว่าเขาถือมีด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด แต่มือหนากลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอรวบไว้ด้านหลังเบาๆ ออกแรงดึงให้ถอยร่นไปข้างหลังอย่างรู้หน้าที่ บุคคลในชุดคลุมสีดำเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากใต้ฮู้ดสีเข้ม ก่อนที่เสียงหัวเราะต่ำๆ จะหลุดออกมาจากลำคอ "ว้าว... เซฟเฮาส์ลับที่ผู้จัดการส่วนตัวของคุณอุตส่าห์หาให้ เพื่อหลบข่าวฉาวเรื่องเดייטบิลเลียนหนุ่ม ดูท่าทางจะไม่ปลอดภัยอย่างที่คิดสินะคะ คุณรินรดา... หรือควรเรียกว่านักเขียนสาวผู้ล่วงรู้ความลับดำมืดของตระกูลธนดลดีล่ะ?" รอยยิ้มบนใบหน้าของคนแปลกหน้าทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ เธอขยับตัวจะเถียงกลับตามสัญชาตญาณดิบ แต่คีย์กลับไวกว่า ร่างสูงโปร่งพุ่งเข้าประชิดตัวผู้บุกรุกด้วยความเร็วที่เธอไม่คาดคิดว่าคนรักความสะอาดอย่างเขาจะทำได้ หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่มุมปากของอีกฝ่ายเต็มแรง จนร่างนั้นเซถลาไปชนกับผนังห้องรับแขก เสียงข้าวของตกแตกกระจายดังสนั่น "พูดมากน่ารำคาญ อยากเล่นเกมไล่ล่าก็ไปหาที่อื่น ที่นี่ห้ามส่งเสียงดังรบกวนเวลานอนของฉัน" คีย์สะบัดมือเบาๆ สีหน้าเรียบเฉยราดรดด้วยความรังเกียจราวกับเพิ่งแตะต้องขยะเปียก เขาหันกลับมามองรินรดาที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ท่าทางเนี้ยบกริบของเขาดูขัดแย้งกับรอยยิ้มมุมปากที่เหยียดยาวอย่างเหนือกว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่จบลงเร็วกว่าที่คิด เมื่อบอดี้การ์ดนอกเครื่องแบบที่คีย์แอบจ้างไว้พุ่งพรวดเข้ามาล็อกตัวผู้บุกรุกออกไปจากเซฟเฮาส์ได้อย่างทันท่วงที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องโถงกว้าง และเศษซากกระจกแตกที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง ลมหายใจเข้าออกหอบถี่ ฝ่ามือเย็นเฉียบชื้นเหงื่อ เธอยังคงตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าคือสายตาของพ่อซุปตาร์หนุ่มที่กำลังเดินถือแก้วกาแฟอุ่นๆ เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ พร้อมกับวางมันลงตรงหน้าเธอด้วยท่าทางกวนประสาท "ดื่มซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปได้ หรือว่าตกใจจนขาสั่นวิ่งไม่ไหวแล้วล่ะครับคุณนักเขียน" รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองค้อนทันที ความกลัวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหมั่นไส้ล้วนๆ เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ แม้รสชาติมันจะขมปี๋เพราะเขาใส่น้ำตาลน้อยเกินไปตามรสนิยมประหลาดของเจ้าตัว แต่เธอก็กลืนมันลงคอไปพร้อมกับความแค้นเคือง "ใครขาสั่นกันคะคุณคีย์ พูดจาให้เกียรติสมองอันปราดเปรื่องของฉันด้วย ฉันแค่อดนอนมาสามวันเพราะต้องมานั่งปั่นต้นฉบับเคลียร์ปัญหาที่คุณก่อไว้ต่างหากเล่า!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง วางแก้วกระแทกโต๊ะกระจกเสียงดังจนของเหลวสีเข้มกระฉอก "อ๋อเหรอ นึกว่าตกใจจนสติหลุดไปถึงดาวอังคารซะอีก เห็นยืนแข็งทื่อให้คนอื่นเขาจ้องซะขนาดนั้น" คีย์ยักไหล่ ทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า "แล้วก็นะ... กาแฟแก้วนั้นน่ะ สูตรลับเฉพาะของฉัน ห้ามบ่นว่าขมเด็ดขาด เพราะคนอย่างเธอควรได้รับรสชาติที่สะท้อนความปากดีของตัวเองบ้าง" "นี่คุณ! อยากหาเรื่องทะเลาะตั้งแต่เช้าเลยใช่ไหมคะเนี่ย!" รินรดาแยกเขี้ยวใส่ ท่าทางเอาเรื่องของเธอกลับทำให้คีย์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกสนุก การปะทะฝีปากในยามเช้ากลายเป็นกิจวัตรที่เริ่มน่าหมั่นไส้—เธอคิดในใจอย่างหัวเสีย ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดนี้ ไม่มีวันไหนเลยที่พวกเขาจะไม่เปิดศึกกันด้วยเรื่องไร้สาระ ตั้งแต่อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ตารางการใช้ห้องน้ำ ไปจนถึงยี่ห้อของผงซักฟอก แต่น่าแปลก... ที่ลึกๆ แล้ว รินรดาเริ่มคุ้นชินกับเสียงบ่นงึมงำของเขา เสียยิ่งกว่าความเงียบเหงาในคอนโดเก่าของตัวเอง "วันนี้ผู้จัดการฉันจะเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาส่ง ห้ามแต่งตัวโทรมๆ มาเดินเกะกะแถวห้องนั่งเล่นอีกนะ รำคาญลูกตา" คีย์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆ พลางหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาไถหน้าจอเล่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "นี่! ห้องนี้ฉันก็มีสิทธิ์เท่าคุณนะคะ อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าของบ้านแต่เพียงผู้เดียวสิคะ ผู้จัดการคุณเขาก็เอามาให้ฉันเหมือนกันนั่นแหละ ไม่ต้องมาสั่ง!" "ก็ลองใส่ชุดที่มันดูเป็นผู้เป็นคนหน่อยสิ ชุดนอนลายการ์ตูนหมีแพนด้าตาโหลเมื่อวานน่ะ ทำเอาเรตติ้งความน่าเชื่อถือของฉันในฐานะเพื่อนร่วมบ้านพังพินาศหมด" รินรดาอ้าปากค้าง เตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าคนหลงตัวเอง แต่เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขัดจังหวะเสียก่อน คีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเดินไปดูหน้าจออินเตอร์คอม แต่ทว่า... จู่ๆ ไฟทั่วทั้งเซฟเฮาส์ก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ! ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งในพริบตา เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้ามา "เกิดอะไรขึ้น..." เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความระแวง ขยับตัวลุกขึ้นยืนชิดติดแผ่นหลังของคนตัวสูงกว่าโดยสัญชาตญาณ คีย์ไม่ตอบ เขาคว้าข้อมือเธอไว้มั่น ฝ่ามืออุ่นจัดของเขากุมมือเธอแน่นจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นท่ามกลางความเย็นเยียบของบรรยากาศรอบตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก... และมันไม่ใช่เสียงของบอดี้การ์ดกลุ่มเดิมอย่างแน่นอน ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูห้องที่ควรจะล็อกสนิทกลับถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่ส่องตรงมายังใบหน้าของพวกเขา และเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "เจอตัวแล้ว... ความลับที่พวกเธอพยายามซ่อนไว้ มันจบลงแค่นี้แหละค่ะ" **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและร่วมลุ้นไปกับความปากแซ่บของคู่นี้เสมอนะคะ!**
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%