เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน•ตอนที่ 1

ยินดีต้อนรับสู่บ้านนรก

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าๆ ในห้องประชุมชั้นสิบห้าของตึกเอ็กเซกคิวทีฟ ไม่ได้ช่วยให้สมองที่ทำงานติดต่อกันมาสามสิบห ชั่วโมงของรินรดาปลอดโปร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะรัวเร็ว สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นจับจ้องไปยังร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างหันหลังให้ คนๆ นั้นคือ 'คีย์ ธนดล' ซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทย เจ้าของฉายา 'ท่านชายน้ำแข็ง' แห่งวงการจอแก้ว ที่วันนี้ไม่ได้มาในมาดพระเอกผู้แสนอบอุ่นจากละครหลังข่าว แต่มาในฐานะ "ตัวปัญหา" ชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิตการเป็นนักเขียนบทของเธอ "ถ้าคุณยังยืนเป็นรูปปั้นหินอ่อนประดับห้องอยู่แบบนั้น ฉันเกรงว่าโปรเจกต์ซีรีส์เรื่องนี้คงได้ล่มปากอ่าวตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดกล้องนะคะ, คุณธนดล" รินรดาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ชนิดที่ไม่จำเป็นต้องตะ็งวงตะ็งงาเพื่อแสดงอำนาจ แต่ความนิ่งและสายตาที่มองมาดั่งเข็มเล่มเล็กๆ ก็ทิ่มแทงพอจะทำให้คนฟังหันขวับกลับมาได้ทันที คีย์ค่อยๆ หมุนตัวกลับมา ช้าๆ อย่างจงใจให้รอนักเขียนสาวหงุดหฤทัยเล่น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ที่ติรับกับสันจมูกโด่งเป็นสันคม ดวงตาสีสนิมคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาดูแคลนที่ปิดไม่มิด "นักเขียนบทมือหนึ่งที่ช่องดันนักหนา... ปากเก่งกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ หรือว่าเก็บกดมาจากไหน ถึงได้มาลงกับผม" น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยเย้าแหย่ รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นมานั้นช่างชวนให้หมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะควแฟ้มงานปาใส่หน้าหล่อๆ นั้นสักทีสองที "ปากฉันจะเก่งหรือเปล่าไม่สำคัญเท่ากับว่า 'บท' ที่ฉันเขียนมันกำลังจะช่วยกอบกู้เรตติ้งละครตกกระป๋องที่คุณเล่นเป็นพระเอกตกอับเมื่อซีซั่นก่อนต่างหากล่ะคะ" รินรดาตอกกลับทันควันโดยไม่กะพริบตา เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายช่วงตัว แต่รัศมีออร่าความมั่นใจและตรรกะที่เฉียบคมก็ทำให้เธอไม่เคยดูตัวเล็กในสายตาใคร คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก รินรดาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อเขาก้มตัวลงมาใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนน่าอึดอัด ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แก้ว "ปากดีแบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะครับ..." คีย์กระซิบเสียงต่ำพร่า ดวงตาคมกราบจ้องลึกลงมาในดวงตาเธอ "เพราะถ้าผมเล่นไม่ได้ดั่งใจที่คุณเขียนขึ้นมา... คุณอาจจะต้องเป็นคนมารับผิดชอบผมแทน" รินรดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะด้วยความตกใจปนฮึดฮัด ไม่ใช่เพราะความหล่อเหลาหรือคำพูดกำกวมนั่น แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่ฉับพลันจนตั้งรับไม่ทัน เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ก่อนจะแกล้งหัวเราะในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอกที่เริ่มประท้วง "รับผิดชอบเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะ ฉันรับผิดชอบแค่งาน ไม่ได้รับเลี้ยงเด็กโข่งเอาแต่ใจตัวเอง" รินรดาเอื้อมมือไปดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่างอย่างไม่เกรงกลัว แม้สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้าที่สะท้อนไหวตามจังหวะการหายใจ "แล้วก็นะคะ... ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เราต้องย้ายไปกบดานที่เซฟเฮาส์นอกเมืองเพื่อเวิร์กชอปบทกันสองต่อสอง หวังว่าคุณคงไม่ลืมข้อตกลงนี้นะคะ, คุณพระเอก" คำว่าเซฟเฮาส์ลับนอกเมืองทำเอาคีย์หุบยิ้มทันที แววตาซุกซนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง เขายืดตัวตรง สอดมือทั้งสองข้างเข้ากระเป๋าเสื้อสูท พลางมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ผมไม่ลืมหรอกครับ..." คีย์ยิ้มมุมปากอีกครั้ง รอยยิ้มที่ดูอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า "และหวังว่าคุณรินรดาคนเก่ง จะทนอยู่ 'บ้านนรก' หลังนั้นกับผมได้จนครบสามสิบวันก็แล้วกัน" บรรยากาศในห้องประชุมเดือดระอุขึ้นมาทันทีราวกับมีประกายไฟลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศ ทั้งคู่จ้องกันนิ่งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไม่มีใครยอมละสายตาหนีก่อน เป็นสงครามประสาทที่บอกให้รู้ว่าชีวิตในเซฟเฮาส์ต่อจากนี้คงไม่ใช่การทำงานธรรมดาๆ แน่ แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคีย์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ คีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องขึ้นมาปรายตามองหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความขี้เล่นและกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเคร่งเครียดและร่องรอยของความตกใจที่ซ่อนไม่มิด รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นอย่างรวดเร็ว เธอหรี่ตามองเขาอย่างระแวดระวัง คีย์กดรับสายด้วยมือเดียว ขณะที่สายตายังคงจ้องมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เสียงปลายสายลอดออกมาเบาๆ แต่ชัดเจนพอจะทำให้หัวใจของนักเขียนสาวกระตุกวูบ *(เสียงปลายสาย: "คีย์! แย่แล้ว... คนของเราที่ส่งไปดูลาดเลาที่เซฟเฮาส์ก่อนล่วงหน้า... โดนเล่นงานแล้ว!")* คีย์นิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหันขวับมามองรินรดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและจริงจังขั้นสุด เขาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ลากจูงให้เธอเดินตามออกไปจากห้องประชุมทันที ท่ามกลางความงงงวยและสัญชาตญาณอันตรายที่กรีดร้องเตือนภัยในหัวของรินรดา "เกิดอะไรขึ้นคะ!" รินรดาพยายามสะบัดข้อมือออกแต่ไม่เป็นผล แรงบีบของเขาหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเร่งรีบ คีย์ไม่ตอบ เขาพาเธอวิ่งฝ่าความมืดของโถงทางเดินไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน ดวงตาสีสนิมมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังราวกับกำลังหลบหนีอะไรบางอย่าง ก่อนจะผลักเธอยัดเข้าไปในเบาะข้างคนขับของรถสปอร์ตคันหรูแล้วปิดประตูลงกล็อกดังคลิก! ก่อนที่รินรดาจะทันได้ต่อว่าอะไร คีย์ก็เปิดประตูฝั่งคนขับกระโดดขึ้นมาสตาร์ทเครื่องยนต์เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากตึกด้วยความเร็วสูง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ "เราไปเซฟเฮาส์กันตอนนี้เลย... และภาวนาเถอะครับว่า 'พวกมัน' จะยังไปไม่ถึงที่นั่นก่อนเรา" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนแรก แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%