เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน•ตอนที่ 22

คืนที่เงียบเหงา

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่ดังขึ้นแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องนั่งเล่นแคบๆ ของเซฟเฮาส์ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตาคมกริบของคีย์ ธนดลไม่ได้ทอดมองมาที่เธอโดยตรง เขากำลังหลบสายตา—อาการที่หา 0.01 เปอร์เซ็นต์ได้ยากยิ่งจากซุปตาร์ปากร้ายคนนี้ และนั่นแหละคือสิ่งที่ยืนยันความจริงอันตรายข้อนั้นได้ดีที่สุด... หายนะกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวพวกเขากว่าที่คิด "ถอยไปก้าวหนึ่งของคุณเมื่อกี้ มันแปลว่าเรากำลังจะตายหมู่ หรือแค่ฉันคนเดียวที่จะซวยก่อนเพื่อนคะคุณธนดล" รินรดาเปิดฉากทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความตื่นตัว เธอกอดอกแน่นพิงโซฟาตัวเก่า เชิดหน้าขึ้นท้าทายความเครียดที่แผ่ซ่านมาจากอีกฝ่าย คีย์หันขวับกลับมามองทันที ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดใหญ่อย่างหงุดหงิด "พูดจาเป็นลางน่ารำคาญจริงนะรินรดา ใครจะตายหมู่... เธอคิดว่าฉันพาตัวเองมาติดแหงกอยู่กับนักเขียนบทปากจัดอย่างเธอ เพื่อมานั่งรอความตายหรือไง" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน เดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ถ้าฉันอยากรอด ฉันคงไม่เลือกวิธีนี้ตั้งแต่แรกหรอก" "วิธีนี้? วิธีที่คุณเอาชื่อเสียงและอนาคตในวงการมาแลกกับการขังตัวเองไว้กับฉันในที่รกร้างแบบนี้น่ะเหรอคะ" เธอสวนกลับทันควัน ไร้ความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความหวาดหวั่นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ "ตรรกะแบบไหนของคุณเนี่ยคีย์ สมองซุปตาร์เขาคิดได้แค่นี้จริงๆ เหรอ" "แล้วตรรกะของเธอล่ะ!" คีย์กระแทกเสียงใส่บ้าง เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าคมคายอยู่ในระดับเดียวกับเธอ แววตาที่เคยมองกราดอย่างไร้เยื่อใยบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายระอุบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ "ตอนที่พวกมันส่งสัญญาณเตือนมา... สิ่งแรกที่ฉันคิดคือทำยังไงให้เธอปลอดภัย ไม่ใช่ตัวฉันเอง! แบบนี้เขาเรียกว่าคนบ้า หรือคนโง่ที่กำลังคลั่งรักเธอกันแน่ฮะ!" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้งในเสี้ยววินาทีนั้น ไดอะล็อกที่หลุดออกมาจากปากของคนซึ้งช้าอย่างคีย์ ทำให้รินรดานิ่งงัดไปทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่เต้นรัวด้วยความกลัวเมื่อครู่ เปลี่ยนจังหวะมากระหน่ำรัวด้วยความตกใจระคนตื่นตะลึงแทน *คลั่งรัก?*... เขาเพิ่งพูดคำว่าอะไรออกมานะ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกลงไปในดวงตาคู่คมที่ฉายแววหงุดหงิดตัวเองชัดเจน คีย์เสמוยหน้าหนีไปทางอื่นทันทีราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตออกไป สันจاوโด่งคมและใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อๆ ตัดกับผิวขาวจัด ทำให้คนมองถึงกับพูดไม่ออก "คุณ... พูดอะไรออกมาคะเนี่ย" เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความสับสนที่ก่อตัวขึ้นในอก "ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น เลิกใส่ใจเรื่องไร้สาระแล้วมาทบทวนสถานการณ์ของเราตอนนี้ดีกว่า" คีย์แก้ตัวเสียงแข็ง น้ำเสียงกระด้างกลบเกลื่อนความเขินอายที่พยายามซ่อนไว้สุดชีวิต เขาเดินวนกลับไปที่โต๊ะทำงานตัวเล็ก หยิบแฟ้มเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มคนที่ตามล่าตัวพวกเขาขึ้นมาเปิดพลิกดูผ่านๆ เพื่อเปลี่ยนเรื่อง "หลักฐานที่เราได้มาจากเซฟเฮาส์ลับนี้ มันยืนยันชัดเจนแล้วว่ามี 'หนอน' แทรกซึมอยู่ในทีมงานของฉัน และพวกมันกำลังตามหาไดอารี่เล่มนั้น... เล่มที่เธอเก็บไว้" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เธอดันตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่กำลังทำฟอร์มเคร่งเครียดกับเอกสาร "ฉันรู้ค่ะ" เธอเอ่ยเสียงจริงจัง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นโหมดนักเขียนบทผู้มีตรรกะจัดจ้านอีกครั้ง "แต่การที่เราจะรอดออกไปจากที่นี่ได้ เราไม่ได้ต้องการแค่แผนหนีเอาตัวรอดแบบกองโจรหรอกนะคีย์ เราต้องรู้ด้วยว่าใครคือคนทรยศตัวจริงในวงการบันเทิงที่ขายข่าวความเคลื่อนไหวของเราให้พวกมัน" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาที่เกรี้ยวกราดเมื่อครู่กลับมาคมกริบและจริงจังอีกครั้ง ความใกล้ชิดระหว่างเขากับเธอในพื้นที่จำกัดนี้ ทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุรุษเฉพาะตัวลอยเข้ามาชวนให้ใจสั่น "เธอกลัวไหมริน" จู่ๆ น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงอย่างไร้สาเหตุ มือหนาที่ถือเอกสารอยู่เผลอกำเข้าหากันแน่น "ถ้าเกิดว่า... ฉันปกป้องเธอไว้ไม่ได้จริงๆ" รินรดานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอจ้องมองนัยน์ตาที่มักจะซ่อนความเย่อหยิ่งไว้เสมอ แต่ตอนนี้กลับฉายแววความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดและลึกซึ้งกำลังไหลเวียนเข้าสู่หัวใจที่เคยด้านชาของเธอทีละน้อย "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ต้องให้คุณมาปกป้องตลอดเวลาหรอกนะคะคีย์..." รินรดาเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะหลบสายตาวาววับคู่นั้นไปชั่วครู่ "แต่ถ้าถามว่ากลัวไหม... ฉันกลัวค่ะ กลัวว่าเรื่องบ้าๆ นี่จะจบลงโดยที่เรายังไม่ได้เคลียร์ความรู้สึกแย่ๆ ที่มีต่อกันตั้งแต่แรกเจอต่างหาก" คีย์ชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววูบลงอย่างเห็นได้ชัด มุมปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาดูยากและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง "งั้นเหรอ... แสดงว่าถ้าเราผ่านคืนนี้ไปได้ เธอก็พร้อมจะเคลียร์กับฉันยาวๆ เลยสินะ" "อย่ามาทำเป็นเจ้าเล่ห์แถวนี้เลยค่ะ ตั้งสมาธิกับ—" *กริ๊ก!* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากด้านนอกหน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดสนิท ขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียดแต่ชวนใจเต้นรำลงในเสี้ยววินาที รินรดากับคีย์สบตากันปิ๊งเดียวโดยไม่ต้องนัดหมาย สัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งพล่านถึงขีดสุดในทันที คีย์คว้าแขนเรียวของรินรดากระชากเข้ามาหลบหลังตัวเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมืออีกข้างที่เอื้อมไปปิดสวิตช์ไฟโคมไฟตั้งโต๊ะจนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิททันที ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุขเหมือนก่อนหน้า... มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายที่อยู่อีกฟากของบานกระจก ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวทำอะไร เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาสามครั้งติดๆ กัน... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ตามด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าจากคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง เซฟเฮาส์ที่ควรจะลับสุดยอดและไม่มีใครล่วงรู้พิกัด กลับมีเสียงทุ้มต่ำลอดผ่านรอยแยกเข้ามาว่า— "เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ... ลูกศิษย์ตัวแสบของฉัน" หัวใจของรินรดากระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ... เสียงของคนที่ควรจะตายไปจากกองเพลิงเมื่อสามปีก่อน! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของทั้งคู่มาจนถึงบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%