เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน•ตอนที่ 12

นัดเดทฉบับสวมรอย

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
เสียงกริ่งเตือนข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่รินรดาตั้งไว้สำหรับเบอร์โทรศัพท์ของบิดา ประโยคคำขู่จากปลายสายเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท *“หรือเธอจะให้พ่อจัดการไอ้ดาราหนุ่มนี่ให้พ้นทางซะก่อน?”* มันไม่ใช่คำพูดลอยๆ ของคนแก่เอาแต่ใจ แต่เป็นประกาศิตจากผู้ชายที่ใช้เงินและอิทธิพลบงการชีวิตเธอมาตลอดสาม عشرปี และในเมื่อตอนนี้เธอกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ลับร่วมกับคีย์ ธนดล เป้าหมายที่พ่อหมายหัวไว้ การก้าวขาออกไปเผชิญโลกภายนอกเพื่อสืบหาเบาะแสเรื่องเอกสารลับจึงไม่ใช่แค่ภารกิจ แต่มันคือการเดินเข้าไปในดงกระสุนโดยไม่มีเสื้อเกราะ “ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกอยู่ตรงนั้น ฉันเกรงว่าเราคงไม่ได้ออกจากที่นี่ก่อนที่ปาารัซซี่จะมาเคาะประตูห้องหรอกนะคะ รินรดา” เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววประชดประชันดังขึ้นจากหน้ากระจกเงาบานใหญ่ คีย์ในตอนนี้ไม่ได้มีมาดของพระเอกซุปตาร์แถวหน้าผู้ทรงเสน่ห์แม้แต่น้อย เขากำลังสวมวิญญาณเป็นช่างภาพอิสระผมยาวรวบเซอร์ๆ สวมแว่นตากรอบหนาเตอะอำพรางใบหน้าคมคาย และเสื้อฮู้ดโอเวอร์사이즈ตัวโคร่งที่พยายามซ่อนความสูงโปร่งและไหล่กว้างที่เป็นเอกลักษณ์ รินรดาตวัดสายตากลับมามองชายหนุ่มหัวจรดเท้า เธอกอดอกแน่น ชุดที่เธอต้องใส่ปลอมตัวคือเอี๊ยมยีนส์เก่าๆ กับหมวกแก๊ปปีกกว้างที่ดึงลงมาต่ำจนแทบจะบังครึ่งหน้า “นี่ฉันต้องแต่งตัวเป็นเด็กแนวตกอับจริงๆ ใช่ไหมคะเนี่ย? ให้ตายเถอะ... ถ้าภาพนี้หลุดออกไป หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์คงพาดหัวว่า ‘นางเอกหลังฉากแอบกิ๊กเด็กส่งพิซซ่า’ แหงๆ” “เด็กส่งพิซซ่าหน้าที่ตาคมเกินเบอร์แบบคุณ คงไม่มีใครกล้าทิปหรอกค่ะ” คีย์ยื่นแว่นกันแดดเลนส์สีชามาตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเฉียดผ่านหลังมือเธอเบาๆ โดยตั้งใจหรือไม่อาจมีเพียงเจ้าตัวที่รู้ “ใส่ซะ แล้วก็ห้ามถอดเด็ดขาดถ้าเรายังไม่อยากตกเป็นข่าวหน้าหนึ่ง... จำไว้ว่าวันนี้เราเป็นแค่สองนักท่องเที่ยวหลงทางที่กำลังตามหาโลเคชันถ่ายรูปสารคดี ไม่ใช่ดาราตกอับกับนักเขียนบทเจ้าปัญหา” ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดเฉพาะตัวของคีย์ทำเอารินรดาต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างเสียอาการ เธอยื่นมือไปแย่งแว่นกันแดดมาสวมอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในดวงตา “รู้แล้วน่า! ไม่ต้องมาสั่ง...” เธอกระแทเสียงใส่เพื่อรักษาฟอร์ม “แล้วก็เลิกเข้าใกล้ฉันในระยะประชิดแบบนี้สักที เคมีเราไม่ได้เข้ากันในฐานะคู่รักนะคะ เราเข้ากันในฐานะคู่กัดต่างหาก” คีย์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดกวนประสาท “ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะค่ะ ยัยตัวแสบ... เดี๋ยวพอออกไปเจอสถานการณ์จริงข้างนอกแล้วขาอ่อนจนต้องมาเกาะชายเสื้อฉัน อย่ามาขอร้องก็แล้วกัน” การเดินทางออกจากเซฟเฮาส์ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยรัดกุม รถยนต์อีโคคาร์สีบรอนซ์เงินคันเล็กที่ถูกยืมมาใช้สลับป้ายทะเบียนเคลื่อนตัวออกสู่ท้องถนนย่านชานเมือง บรรยากาศภายในรถเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากวิทยุที่ช่วยคลายความตึงเครียด รินรดานั่งกอดอกมองทิวทัศน์สองข้างทางที่เปลี่ยนไป ความกังวลเรื่องบิดายังคงกัดกินหัวใจเป็นระยะ แต่สัมผัสอุ่นๆ จากบรรยากาศรอบตัวที่มีชายหนุ่มคอยเหลือบมองเธอเป็นระยะ ก็ช่วยสร้างความอุ่นใจอย่างประหลาด เป้าหมายของพวกเขาคือร้านกาแฟโบราณริมคลองย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นจุดนัดพบลับกับแหล่งข่าวที่กุมหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวเธอ ที่กำลังพยายามฮุบที่ดินและสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายคีย์เพื่อทำลายชื่อเสียง ทันทีที่ก้าวลงจากรถ ความชื้นสัมผัสจากสายน้ำและกลิ่นอายความเก่าแก่ของย่านชุมชนก็ปะทะเข้าจมูก ร้านกาแฟไม้สักโบราณตั้งอยู่หลบมุม บรรยากาศเงียบเชียบเนื่องจากไม่ใช่เวลาท่องเที่ยวหลัก รินรดากวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง มือเรียวใต้กระเป๋าเสื้อฮู้ดกำโทรศัพท์มือถือแน่น “นั่งลงค่ะ อย่าเพิ่งหันซ้ายหันขวาแบบนั้น มันดูมีพิรุธเกินไป” คีย์กระซิบบอกเบาๆ ขณะที่มือหนาเอื้อมมาจับข้อศอกเธอแล้วดันให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวในสุดที่หันหลังให้ผนัง เป็นมุมอับสายตาแต่สามารถมองเห็นทางเข้าออกได้ชัดเจน รินรดาชักศอกกลับทันทีแม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปแล้วหลายริกเตอร์ “ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ ไม่ต้องมาแตเนื้อต้องตัวก็ได้มั้งคะ คุณธนดล” “ฉันแค่มือลั่นต่างหาก อย่าหลงตัวเองนักเลย” คีย์สวนกลับทันควันด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันไปสั่งกาแฟกับพนักงานเสิร์ฟด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาของเขายังคงสอดส่องความผิดปกติรอบตัวอย่างมืออาชีพ ผ่านไปเกือบสิบนาที แหล่งข่าวที่นัดหมายก็ยังไม่ปรากฏตัว ความอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้นในบรรยากาศ รินรดายกแก้วน้ำชาขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความกระวนกระวายใจ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของชายฉกรรจ์สองคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ เดินเลาะริมคลองมุ่งตรงมาทางร้านกาแฟท่าทางไม่น่าไว้วางใจ “คีย์...” รินรดากระซิบลั่น เสียงของเธოსนสั่นเล็กน้อย “พวกนั้น... ใช่คนที่ตามเรามาจากคอนโดหรือเปล่าคะ?” คีย์หันขวับไปมองตามสายตาของหญิงสาว ใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกอำพรางไว้ด้วยแว่นตาและฮู้ดฉายแววตึงเครียดขึ้นมาทันที เขาววางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนน้ำกระฉอก “ทางหนีไฟด้านหลังร้าน... ไปเดี๋ยวนี้!” แต่สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อทางเข้าด้านหน้าและด้านหลังถูกปิดตายด้วยชายฉกรรจ์ร่างยักษ์อีกสองคนในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าบึ้งตึงคุ้นตาที่รินรดาจำได้แม่น—พวกมันคือบอดี้การ์ดคนสนิทของคุณพ่อเธอนั่นเอง! “คุณหนูครับ... นายท่านให้เชิญกลับบ้านครับ” หัวหน้าบอดี้การ์ดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบขาด ขณะที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะ พร้อมกับสายตาคมกริบที่จ้องมองคีย์ด้วยความเหยียดหยาม “ส่วนคุณคีย์... นายท่านฝากบอกว่า เล่นสนุกพอหรือยังครับ ก่อนที่ทนายความจะจัดการฟ้องร้องข้อหาพรากผู้เยาว์และหมิ่นประมาทจนคุณหมดอนาคตในวงการ” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตฉายแววโกรธเกรี้ยวจนแทบพ่นไฟ “พ่อส่งพวกแกมาเหรอ?! บอกท่านด้วยนะว่าฉันไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานที่จะให้ใครมาบงการชีวิต!” “คุณหนูกลับไปคุยกับนายท่านเองที่บ้านจะดีกว่าครับ” บอดี้การ์ดร่างยักษ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็วเพื่อจะคว้าแขนเธอ “ถอยไป!” คีย์พุ่งตัวเข้ามาขวางระหว่างรินรดากับชายฉกรรจ์ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามที่ดุดันจนบอดี้การ์ดต้องชะงัก “อย่าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว ถ้าพวกแกอยากพาตัวเธอไป... ข้ามศพฉันไปก่อน!” สถานการณ์ตึงเครียดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ รินรดามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธอไว้ ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นจนจุกอยู่ที่ลำคอ ทั้งโกรธ ทั้งกลัว แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากห้ามปรามไม่ให้เรื่องบานปลาย เสียงแจ้งเตือนข้อความทางโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ติ๊ง!* รินรดาก้มลงมองหน้าจออย่างไม่ตั้งใจ ทว่าข้อความภาพและวิดีโอจากเบอร์แปลกที่ส่งเข้ามาใหม่ กลับทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบจนชาไปทั้งร่าง ในภาพนั้นคือภาพถ่ายปัจจุบันของ "คุณแม่" ที่กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยมีชายชุดดำยืนคุมเชิงอยู่ข้างเตียง พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่ใต้ภาพ... *“ถ้าไม่อยากให้แม่ของเธอเป็นอะไรไปก่อนวัยอันควร... ตอนนี้... เดินมาหาพ่อที่รถคันสีดำหน้าร้านซะดีๆ รินรดา”* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นระทึกไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! — ดาวตกคืนคริสต์มาส
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%