"เจอตัวจนได้นะ... คุณธนดล และคุณนักเขียนคนเก่ง คิดว่าจะซ่อนตัวพ้นเหรอ?"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้องโถงของเซฟเฮาส์ร้าง ไม่ได้ทำให้รินรดาสะดุ้งตกใจเท่ากับเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟาเก่าทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มือหนากลับคว้าต้นแขนของเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล
"อย่าขยับ"
คีย์—หรือธนดลในคราบซุปตาร์ผู้เย่อหยิ่ง—เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวขึ้นมาบังหน้าเธอไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนโล่กันกระสุน แม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ปากคมๆ ของเขาก็ยังไม่วายหาเรื่องแซะตามสันดานดิบ
"ยืนบื้ออยู่ได้ สมองกลวงๆ ของคุณนี่มันทำงานบ้างไหมรินรด้า เห็นคนแปลกหน้าบุกมาทำไมไม่ถอยไปหลบหลังเสา หรือคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกเอ็มวีช่องสามถึงได้ยืนโพสต์ท่าท้าทายความตายแบบนั้น"
รินรดาอยากจะยกเท้าถีบยอดอกคนปากเสียสักทีให้หายหมั่นไส้ ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย ผู้ชายคนนี้ยังอุตส่าห์มีอารมณ์มาวิจารณ์ท่าทางของเธออีกเหรอ!
"ถ้าปากว่างมากนัก ช่วยหุบแล้วเอาสมองไปคิดว่าจะเอาตัวรอดจากไอฟพวกนี้นี่ดีกว่าไหมคะคุณธนดล!" เธอตอกกลับเสียงกร้าว ดวงตากลมโตตวัดมองผู้บุกรุกสวมชุดดำสามคนที่ปิดบังใบหน้ามิดชิด ปลายกระบอกปืนติดเก็บเสียงในมือพวกมันชี้ตรงมายังพวกเขา
ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ อากาศในห้องแคบๆ ดูเบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อกาฬทำให้บรรยากาศยิ่งน่าอึดอัด คีย์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับองศาให้รินรดากลายเป็นจุดอับสายตาของมือปืนมากที่สุด การกระทำนั้นรวดเร็วและเป็นธรรมชาติจนเจ้าตัวคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสัญชาตญาณการปกป้องพุ่งสูงปรี๊ดขนาดไหน
"คิดเหรอว่าซ่อนตัวที่นี่แล้วจะไม่มีใครเจอ พวกแกทำให้เจ้านายฉันต้องลำบากรู้ไหม..." หัวหน้าทีมมือปุกรุกเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ น่าขยะแขยงและคุกคาม
"ลำบากอะไรกันล่ะคะ หรือว่าความจริงแล้วเจ้านายพวกแกกำลังกลัวความลับรั่วไหลจากบทละครเรื่องนี้มากกว่า" รินรดาโผล่หัวออกมาจากด้านหลังไหล่กว้างของคีย์ ฝีปากกล้าไม่เคยกลัวเกรงต่อสิ่งใด ดวงตาคู่สวยฉายแววเยาะหยันอย่างท้าทาย "ถ้าพวกแกยิงพวกเราตอนนี้ ต้นฉบับทั้งหมดจะถูกส่งเข้าอีเมลของสำนักพิมพ์และตำรวจสากลอัตโนมัติภายในสิบวินาที... อยากลองเสี่ยงดูไหมล่ะคะ?"
คำโกหกคำโตพรั่งพรูออกมาอย่างไร้รอยต่อ แต่มันเฉียบคมพอที่จะทำให้มือปืนชะงักไปชั่วขณะ คีย์เหลือบมองหญิงสาวด้านหลังด้วยหางตา แววตาคมกริบฉายแววระคนหมั่นไส้แกumทึ่งระคนกันในที
"เก่งนักนะเรื่องโกหกหน้าตายเนี่ย" เขาพึมพำเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน
"เงียบไปเลยน่าคุณ" เธอกระแทกศอกใส่สีข้างเขาเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ
จังหวะนั้นเอง คีย์อาศัยจังหวะที่มือปืนกำลังไขว้เขวพุ่งตัวเข้าใส่หัวหน้ากลุ่มมือสังหารอย่างไม่กลัวตาย ร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการฟิตร่างกายเพื่อบทแอคชั่นพุ่งชนเป้าหมายเต็มแรง เสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหวข้าวของในเซฟเฮาส์พังระเนระนาด รินรดากรีดร้องด้วยความตกใจก่อนจะกวาดสายตาหาอุปกรณ์ป้องกันตัว คว้าแจกันดินเผาเก่าๆ บนโต๊ะแล้วซัดเข้ากลางหลังของมือปืนอีกคนที่กำลังจะพุ่งเข้าไปช่วยหัวหน้า
"ย้ากกกก! มือสมัครเล่นนักนะพวกแก!"
ความชุลมุนวุ่นวายจบลงด้วยสภาพที่น่าดูชม หัวหน้ามือปืนถูกคีย์กดล็อกตัวไว้กับพื้นด้วยท่าทางมืออาชีพชนิดที่ตัวจริงในกองถ่ายยังต้องยอมแพ้ ส่วนอีกสองคนนอนสลบเหมือดด้วยฝีมือแจกันมรณะของรินรดา
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของคนทั้งคู่ คีย์ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว แม้ในยามที่เนื้อตัวมอมแมมและมีรอยฟกช้ำตามกรอบหน้าคมคาย ความเนี้ยบแบบฉบับซุปตาร์ตัวพ่อก็ยังไม่จางหายไปไหน
เขากวาดสายตามองสำรวจรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความกระวนกระวายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา
"ยืนอึ้งอะไรอยู่ เจ็บตรงไหนไหมยัยตัวแสบ" น้ำเสียงห้วนจัดแต่แฝงความห่วงใยทะลักล้นออกมาอย่างปิดไม่มิด
รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วเรียวสวยใส่คนปากแข็งที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้หมาดๆ "เป็นห่วงฉันเหรอคะคุณซุปตาร์ นึกว่าคุณจะดีใจซะอีกถ้าฉันโดนยิงตายไปจะได้ไม่ต้องมานั่งเถียงกันทุกวัน"
"พูดมากน่า!" คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ เดินเข้ามาใกล้แล้วคว้าข้อมือเธอพลิกดูรอยแดงจากการถูกกระชากเมื่อครู่ นิ้วเรียวยาวนวดคลึงเบาๆ บริเวณนั้นอย่างลืมตัว แม้ปากจะยังบ่นอุบอิบไม่เลิก "ผิวบางเป็นเต้าหู้โดนแค่นี้ก็ช้ำแล้ว วันหลังถ้าสมองส่วนคิดไม่ทำงาน ก็หัดใช้สัญชาตญาณเอาตัวรอดให้มากกว่านี้เถอะ รำคาญต้องมาคอยเช็ดก้นเช็ดเชือกให้"
"ใครให้คุณมาเช็ดไม่ทราบคะ มือฉัน ฉันดูแลเองได้ ปล่อยเลยนะ!" รินรดาชักสีหน้าใส่ สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมทันที ความรู้สึกใจเต้นแรงเมื่อครู่ถูกกลบเกลื่อนด้วยความงอนและหมั่นไส้ในความซึนของอีกฝ่าย
"นี่ฉันเพิ่งช่วยชีวิตเธอนะรินรดา พูดจาให้มันน่ารักหน่อยไม่ได้หรือไง" คีย์ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ใบหน้าหล่อเหลาเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน รอยยิ้มมุมปากร้ายกาจปรากฏขึ้นอีกครั้ง "หรือจริงๆ แล้ว... แอบเคลิ้มตอนที่ฉันเท่ใส่เมื่อกี้ล่ะสิ ยอมรับมาเถอะ"
"หลงตัวเองที่สุด!" รินรดาผลักอกแกร่งออกไปเต็มแรงจนเซถอยหลัง แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อในความมลัวก็ทรยศความรู้สึกจนหมดสิ้น
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้นอีกรอบ เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของคีย์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ควักเครื่องมือสื่อสารออกมาดูก่อนจะกดรับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ว่าไง..."
เสียงปลายสายเอ่ยลอดเข้ามาจนรินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินชัดเจน และมันทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกในทันที
*(ธนดล... นายอยู่ที่นั่นใช่ไหม? รีบพาตัวยัยเด็กนั่นหนีซะ คนของตระกูลเธอกำลังไปที่เซฟเฮาส์ และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา...)*
คีย์ชะงักไป ดวงตาคมกริบเบนกลับมามองรินรดาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความตกใจ ความกังวล และความลับบางอย่างสะท้อนชัดในดวงตาคู่นั้น
ก่อนที่คีย์จะทันได้เอ่ยปากอธิบายอะไร ประตูเหล็กบานใหญ่ของเซฟเฮาส์ก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับด้วยแรงมหาศาล แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจนแสบตา พร้อมกับร่างของชายชุดสูทนับสิบคนที่ก้าวเข้ามาปิดล้อมทางออกไว้ทุกด้าน
และคนที่ก้าวออกมาจากแถวหน้าสุด... คือบุคคลที่รินรดาคิดว่าไม่มีวันได้พบเจออีกแล้วในชีวิตนี้
หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมของบิดาแท้ๆ ที่ยืนมองเธอด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก
"กลับบ้านได้แล้วลูกสาวตัวดี... หรือเธอจะให้พ่อจัดการไอ้ดาราหนุ่มนี่ให้พ้นทางซะก่อน?"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความซึนขั้นสุดของพระเอกเรานะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน•ตอนที่ 11
เมื่อความซึนทำงานหนัก
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!