"ถ้าคุณยังก้าวถอยหลังอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณยอมแพ้และเดินออกไปจากชีวิตฉันจริงๆ นะคะ คีย์"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้สั่นเครือ แม้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น ภาพที่เพิ่งปรากฏหลังบานประตูห้องนั่งเล่นของเซฟเฮาส์ลับเมื่อครู่ยังคงติดตา—เอกสารลับโครงการที่เธอตามหาถูกวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับร่องรอยการรื้อค้นที่ฝีมือไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนใกล้ตัวที่เธอไว้ใจน้อยที่สุด แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่กำลังจะแผดเผาหัวใจของทั้งคู่ในวินาทีนี้
สายตาของคีย์ ธนดล ซุปตาร์หนุ่มผู้มักจะตีหน้ามึนและพ่นคำพูดกวนประสาทใส่เธอเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อยยามที่มองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาว่าภายใต้กำแพงความหยิ่งทะนงและฝีปากกล้า รินรดากำลังรู้สึกเหมือน100สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่หรือเปล่า
ฝนด้านนอกกระหน่ำซัดลงมาใส่กระจกหน้าต่างเสียงดังสนั่น ราวกับฟ้าดินกำลังจงใจกลบเสียงถอนหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอกของคนทั้งคู่
"ยอมแพ้เหรอ..." คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าจนเกือบกลืนหายไปกับเสียงสายฝน "ริน คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยชนะคุณได้เลยสักครั้งตั้งแต่เราเริ่มรู้จักกัน... ทำไมคุณถึงชอบผลักไสผมให้ออกไปยืนนอกวงโคจรของคุณนักนะ ทั้งที่ปากก็บอกว่าไม่แคร์ แต่แววตาคุณมันฟ้องยิ่งกว่าอะไรดี"
"เพราะฉันมีเหตุผลที่ต้องปกป้องตัวเองไงคะ!" รินรดาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่าเขาเล็กน้อย แต่พลังงานความดุดันและแววตาที่เด็ดเดี่ยวกลับทำให้ซุปตาร์หนุ่มต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "คุณคิดว่าการเข้ามาปأسป่วนชีวิตฉัน ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทั้งที่สถานะของเรามันคือความบังเอิญที่โคจรมาติดกับในเซฟเฮาส์บ้าๆ นี่ มันง่ายสำหรับฉันนักหรือไงคะ? ถ้าคุณคิดว่านี่คือเกมเล่นสนุก... เชิญออกไปทางประตูนั้นได้เลยค่ะ ฉันไม่รั้ง!"
เธอผายมือไปยังบานประตูไม้สีเข้มที่ถูกสายฝนสาดซัดอย่างบ้าคลั่ง แต่คีย์กลับไม่มีท่าทีว่าจะขยับเขือก เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดจาเชือดเฉือนของเธอ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับเธอตรงๆ
จังหวะนั้นเอง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
"เกมเหรอ..." คีย์พึมพำเสียงเบา ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้การเตือนล่วงหน้า มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ ไม่ได้บีบเค้นให้เจ็บ แต่เป็นการพันธนาการที่ไม่ยอมให้เธอถอยหนีไปไหนได้อีก "คุณคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมแกล้งทำเป็นห่วงคุณ แกล้งทำเป็นโมโหเวลาที่คุณเอาตัวไปเสี่ยงอันตราย เพื่อความสนุกงั้นเหรอ รินรดา?"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับผิวแก้มทำให้รินรดาชะงัก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะรัวกระหน่ำกลับสะดุดกึก กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้—กลิ่นสบู่ผสมกับความชื้นจากเม็ดฝน—กำลังแทรกซึมเข้ามาในประสาทสัมผัสของเธอจนสมองตื้อตัน
"แล้วจะให้ฉันคิดว่าอะไรล่ะคะ..." เสียงของเธอเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนยามที่ปลายนิ้วอุ่นของเขาค่อยๆ ไล้ขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าของเธออย่างทะนุถนอม สัมผัสที่ขัดกับบุคลิกปากจัดโดยสิ้นเชิง "คุณเป็นถึงซุปตาร์ระดับประเทศ มีผู้หญิงรายล้อมเป็นร้อยเป็นพัน... ทำไมต้องมาทนติดแหง็กกับนักเขียนบทปากร้ายอย่างฉันในสถานที่แบบนี้ด้วย"
"เพราะผู้หญิงเป็นร้อยเป็นพันคนนั้น... ไม่มีใครทำให้ผมรู้สึกอยากตื่นมาเจอหน้าทุกวันเหมือนคุณยังไงล่ะ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของคีย์ ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ปากที่เคยเตรียมคำพูดเผ็ดร้อนไว้โต้กลับกลับอ้าค้างสนิทอย่างไร้เสียง เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววจริงจังอย่างหาได้ยากยิ่ง คลื่นความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว
นี่ไม่ใช่เกม... และเขาไม่ได้กำลังแสดงละคร
"คีย์..." เธอครางชื่อเขาได้แค่นั้น เมื่อซุปตาร์หนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่แทบจะชิดกัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงคำรามก้อง
"ผมเหนื่อยแล้วนะริน" เสียงกระซิบของเขาชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม "เหนื่อยที่ต้องคอยฟอร์มจัดใส่คุณ เหนื่อยที่ต้องมองคุณทำตัวเข้มแข็งแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว... เปิดใจให้ผมเถอะนะ ไม่ต้องรักผมเท่าที่ผมรักคุณก็ได้... แค่ให้ผมได้ยืนอยู่ข้างคุณในฐานะคนที่ปกป้องคุณได้จริงๆ ก็พอ"
ความมั่นใจทั้งหมดที่รินรดาสั่งสมมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจถูกความอบอุ่นของผู้ชายตรงหน้าหลอมละลายจนไม่เหลือชิ้นดี เธอกะพริบตาไล่ความร้อนผ่าวที่เอ่อล้นขึ้นมา
มือเรียวที่เคยผลักไสเขา ค่อยๆ ยกขึ้นแตะลงบนอกเสื้อของเขาอย่างลังเล ก่อนจะขยุ้มสาบเสื้อสูทเนื้อดีนั้นแน่น เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในนาทีที่หัวใจกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
"คุณมันบ้าจริงๆ คีย์ ธนดล..." เสียงพึมพำของเธอเจือเสียงสะอื้นเล็กๆ ที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้
"ครับ ผมมันบ้า... บ้าเพราะรักคุณคนเดียวนี่แหละ" รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวแน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ
รินรดารับรู้ถึงความอบอุ่นแผ่ซ่านจากอ้อมกอดที่โอบล้อมเธอไว้ เธอหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต ปลายจมูกของเขากำลังจะโน้มลงมาสัมผัสกับแก้มของเธอเพื่อปิดฉากความลังเลทั้งหมดที่มี...
กริ๊งงงงงง!
เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ดังแหวกอากาศฝนตกหนักขึ้นมาอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะทุกอย่างลงในเสี้ยววินาที!
ทั้งคีย์และรินรดาสะดุ้งผละออกจากกันด้วยความตกใจ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันด้วยความระแวงระวัง บรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่ถูกแช่แข็งลงทันที
ยังไม่ทันที่คีย์จะได้ขยับตัวไปดูผ่านจอวงจรปิด ประตูห้องนั่งเล่นที่ควรจะล็อกสนิทกลับค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงดันจากภายนอก พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงถึงขั้วกระดูก!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานท่ามกลางพายุฝนนี้ด้วยกันนะคะ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน•ตอนที่ 19
ฝนที่ตกหนักกว่าทุกวัน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!