เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน•ตอนที่ 7

พายุเข้าและไฟดับ

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
เสียงโลหะกระทบกันดังแกร็ก เป็นสัญญาณเตือนเดียวที่รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่ามันคือความชิบหายในรูปแบบของกระสุนจริงที่ขึ้นลำเรียบร้อยแล้วค่ะ หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นโลกทั้งใบ parece ว่าจะหยุดหมุน เมื่อเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่หลังปลายกระบอกปืนนั้นค่อยๆ ก้าวพ้นจากเงาดำของมุมเสา เผยให้เห็นใบหน้าที่เธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือตัวเอง—ผู้ชายที่ตำรวจยืนยันสำนวนคดีฟันธงไปสามเดือนก่อนว่า "เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ตกหน้าผา" แต่ ณ วินาทีนี้ เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งไม่ถึงดวงตา "ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณนักเขียน... หรือว่ากลัวว่าความลับเรื่องที่คุณแอบสืบอยู่มันจะพังลงมาทับตัวคุณเองกันแน่" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น รินรดากลืนน้ำลายลงคอieได้อย่างยากลำบาก สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง มือที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ เธอยังไม่ทันจะได้อ้าปากโต้ตอบด้วยซ้ำ เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ก็คำรามก้องจนกระจกหน้าต่างห้องทำงานแทบสั่นสะเทือน ตามมาด้วยเสียงตัดกระแสไฟฟ้ากะทันหัน ทุกอย่างในห้องมืดสนิทลงในพริบตา มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ เพล้ง! เสียงข้าวของหล่นแตกกระจายท่ามกลางความมืด ตามมาด้วยแรงฉุดกระชากที่ข้อมืออย่างรุนแรง รินรดายังไม่ทันได้กรีดร้อง มือหนาและอุ่นจัดของใครอีกคนก็คว้าหมับเข้าที่เอวบาง พร้อมกับร่างของเธอที่ถูกเหวี่ยงเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวขนาดเล็ก—ห้องกระจกทึบที่ใช้เก็บเอกสารลับและไม่มีทางออกอื่นนอกจากประตูบานที่เพิ่งปิดลง "เงียบปากแล้วเข้ามานี่!" เสียงกระซิบต่ำที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดแต่เจือความร้อนรนนั้นไม่ใช่ใครอื่น... คีย์ ธนดล นั่นเองค่ะ พระเอกซุปตาร์สายซึนที่เมื่อครู่ยังปากจัดใส่เธออยู่เลย ตอนนี้กลับต้องมาลากเธอหลบกระสุนปืนในห้องแคบๆ ที่แทบไม่มีอากาศหายใจ ประตูห้องทำงานถูกล็อกกลอนจากด้านในอย่างแน่นหนา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุคคลปริศนากำลังเดินวนเวียนอยู่ด้านนอก พร้อมกับเสียงกระแทกประตูด้านนอกเบาๆ เชิงสำรวจ รินรดาแนบแผ่นหลังติดกับชั้นหนังสือไม้สักเย็นเฉียบ ลมหายใจของเธอหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมไหว ความมืดในห้องแคบทำให้ประสาทสัมผัสอื่นๆ พลอยตื่นตัวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เธอกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเบอร์กาม็อทผสมกลิ่นฝนจางๆ จากตัวคนที่ยืนประชิดอยู่ตรงหน้า—ใกล้เสียจนเธอรับรู้ได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา "คุณ... ปล่อยฉันนะ" เธอเอ่ยเสียงกระซิบลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างที่กั้นเธอไว้กับชั้นหนังสือออก แต่ดูเหมือนว่าแรงอันน้อยนิดของเธอจะไม่ได้ทำให้ซุปตาร์หนุ่มสะเทือนแม้แต่น้อย "ถ้าไม่อยากตายคาที่ ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ สักนาทีเถอะน่า" คีย์กระซิบตอบกลับทันควัน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างใบหูของเธอจนขนลุกซู่ มือข้างหนึ่งของเขายังคงทาบอยู่กับชั้นหนังสือเพื่อกันไม่ให้เธอขยับ ขณะที่อีกข้างเอื้อมมาปิดปากเธอไว้เบาๆ ไม่ให้หลุดเสียงเล็ดลอดออกไป ให้ตายเถอะ! นี่มันสถานการณ์บ้าบออะไรกันเนี่ย รินรดานึกกราดเกรี้ยวในใจ แม้สมองจะรู้ดีว่าเขากำลังช่วยชีวิตเธอไว้จากการถูกพบตัว แต่การต้องมาเบียดเสียดแนบชิดกันในพื้นที่แคบๆ จนแทบไม่เหลือช่องว่างแบบนี้ มันอันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจเธอเสียยิ่งกว่ากระสุนปืนด้านนอกเสียอีก! แวบ... แสงแฟลชจากสายฟ้าด้านนอกสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกอีกครั้ง เผยให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของคีย์ที่มองจ้องตรงมายังเธอ ในระยะประชิดแค่นี้ เธอมองเห็นความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนและท่าทางหงุดหงิดของเขาอย่างชัดเจน มันไม่ใช่แววตาของดาราหนุ่มผู้หยิ่งทะนงคนเดิม แต่เป็นแววตาของคนที่กำลังปกป้องเธอกระทั่งยอมเอาชีวิตเข้าแลก "มองอะไรเล่า หน้าผมมีฝุ่นติดอยู่หรือไง" คีย์กระซิบแซะเบาๆ ทั้งที่ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ น้ำเสียงกวนประสาทนั้นช่วยลดความตึงเครียดในห้องลงได้นิดหน่อย แต่กลับทำให้หัวใจของรินรดายิ่งเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะหนักกว่าเดิม "ปากจัดไม่เลือกเวลาจริงๆ นะคุณ..." รินรดาขยับปากพูดโดยพยายามหลีกเลี่ยงฝ่ามือที่ยังคงปิดปากเธออยู่ครึ่งๆ กลางๆ ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในความมืด อุณหภูมิในห้องทำงานแคบๆ นี้ดูเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับพายุฝนด้านนอกที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง "ถ้าไม่ปากจัดใส่คุณ ผมคงตายใจไปนานแล้ว... รู้ตัวไหมว่าตัวเองโง่แค่ไหนที่เดินมาติดกับดักคนเดียวแบบนี้" คีย์ย้อนกลับเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความดุดันที่เจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือที่เคยทาบชั้นหนังสือเปลี่ยนมาโอบกระชับเอวเธอแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ เมื่อเสียงฝีเท้าด้านนอกดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง และหยุดลงตรงหน้าประตูกระจกห้องทำงานนี้พอดี ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงฟ้าผ่า รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเล็กกำเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณเมื่อเงาดำด้านนอกทาบทับลงบนกระจกใส ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันสนิทชนิดที่ว่าไม่มีอากาศแทรกผ่าน ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนของเธอไปนิดเดียวเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาเพื่อกระซิบข้างหูให้เบาที่สุด "ถ้ามันพังประตูเข้ามา... จำไว้ว่าอยู่ข้างหลังผม ห้ามโผล่หัวออกไปเด็ดขาด เข้าใจไหมรินรดา" น้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งความหยอกเย้าของเขาทำให้รินรดาพยักหน้ารับอย่างลืมตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วอก วินาทีนี้ กำแพงความเยือกเย็นและตรรกะที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอดพังทลายลงราบคาบต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่กำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดและเสียงพายุฝน เสียงโลหะที่บิดหมุนลูกบิดประตูด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่ส่องทะลุกระจกเข้ามาในห้องแคบๆ นี้—! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาฟินและลุ้นระทึกไปด้วยกันนะคะ! เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ❤️
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%