กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเยียบเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานสไตล์โมเดิร์นลักชูรีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนไขว่ห้างอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานกระจกนิรภัย แผ่นหลังบางภายใต้สูทเข้ารูปสีเทาเข้มเหยียดตรงอย่างสง่างามราวกับพญาหงส์ที่พร้อมจะจิกตีเหยื่อให้จมเขี้ยว ดวงตาคมกริบภายใต้ขนตางอนงามคู่นั้นไม่ได้ทอดมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มผู้เป็นอดีตสามีด้วยความอาลัยอาวรณ์เหมือนในอดีต หากแต่เป็นความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่ารอยมีดกรีด
"คุณคิดว่าตัวเองมีค่าพอจะยื่นข้อเสนอแบบนี้กับฉันตั้งแต่เมื่อไหร่คะ คุณธันวา"
เสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือในวันที่เธอต้องหอบศักดิ์ศรีเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ บัดนี้กลับราบเรียบ ทรงพลัง และเยือกเย็นจนน่ากลัว รินรดายกมุมปากขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่ธันวาจำได้ดีว่ามันคืออาวุธที่เธอมักจะใช้พิฆาตคู่แข่งบนรันเวย์ในวันที่เธอยังเจิดจรัส
ธันวาขยับตัวเล็กน้อยบนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของนักธุรกิจผู้กุมอาณาจักรหมื่นล้านกำลังจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย เมฆหมอกแห่งความเร่งรีบและความทะเยอทะยานที่เคยบังตาเขามาตลอดถูกความจริงอันเจ็บปวดกระชากออกจนหมดสิ้น ตั้งแต่ได้ยินประโยคคำถามอันสั่นสะท้านจากปากของเธอในคืนก่อน... ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตและริมฝีปากหยักลึกถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวก็ยังคงวนเวียนกรีดแทะหัวใจของเขาไม่หยุด
*รินรดาซ่อนลูกไว้ที่ไหน? และทำไม... ทำไมเธอถึงต้องใจร้ายขนาดนี้?*
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากลำคอแห้งผาก ธันวาพยายามจะยื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่รินรดากลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเขาสัมผัสโดน แม้แต่นิดเดียวก็ไม่คุ้มค่าพอ
"อย่าเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงน่าสมเพชแบบนั้นเลยค่ะ" รินรดาตัดบทอย่างไม่ใยดี ดวงตาส색นิลคู่สวยวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความนิ่งสงบ "เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น คุณธันวา... ลืมไปแล้วหรือคะว่าสถานะของเราตอนนี้คืออะไร? คุณเป็นแค่ลูกค้ากระเป๋าหนักที่จ้างฉันมาออกแบบคอลเลกชันกู้หน้าให้บริษัทใกล้เจ๊งของคุณ ส่วนฉัน... คือดีไซเนอร์มือหนึ่งที่คุณไม่มีวันซื้อศักดิ์ศรีได้"
คำพูดแทงใจดำเหล่านั้นกรีดลึกลงบนความอีโก้จัดของธันวา แต่ทว่า... ครั้งนี้เขากลับโกรธไม่ลง ความรู้สึกผิดที่กัดกินมานานปีบวกกับความสงสัยเรื่องสายเลือดที่ถูกปิดบังทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก เขาเป็นต่อในแง่ของอำนาจเงิน แต่ในเกมนี้... เขากำลังพ่ายแพ้ให้กับความเย็นชาของอดีตภรรยาอย่างราบคาบ
"ห้องเอกสารลับชั้นใต้ดินของตึกนี้..." ธันวาผ่อนลมหายใจยาว เหยียดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนร่างสูงใหญ่กดดันบรรยากาศโดยรอบให้ตึงเครียดขึ้นอีกเท่าตัว เขาก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละน้อย จนกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก "ที่คุณอยากเข้าไปนัก... มันมีอะไรที่คุณอยากได้กันแน่ รินรดา? เอกสารลับโครงการประมูลที่ดินริมแม่น้ำ หรือว่า... หลักฐานการทุจริตของคนตระกูลฉัน?"
"มันไม่ใช่ธุระอะไรที่คุณจะต้องรู้ค่ะ" รินรดาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอยืดอกเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง ปลายจมูกของคนทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบท่ามกลางระยะประชิดที่อันตราย "หน้าที่ของคุณมีแค่เซ็นสัญญาอนุมัติบัตรผ่านเข้า-ออกพื้นที่ชั้นใต้ดินนั้นตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีเงื่อนไข และห้ามมีใครหน้าไหนมายุ่มย่ามเวลาที่ฉันทำงานอยู่ในนั้น... ถ้าคุณทำไม่ได้ ดีลนี้ก็เป็นอันยกเลิก และบริษัทของคุณก็เตรียมตัวรับเสียงหัวเราะจากสื่อมวลชนในวันเปิดตัวคอลเลกชันหน้าได้เลย"
ธันวากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมก้าวร้าวฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก เอกสารในห้องใต้ดินนั้นไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือจุดตายทางกฎหมายของบริษัทและเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อของเขาทิ้งไว้ก่อนจะเสียชีวิต การยอมให้ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่างรินรดาเข้าไปเหยียบที่นั่น... ก็ไม่ต่างอะไรกับการยื่นชนวนระเบิดให้เธอถือไว้ในมือ
แต่ทว่า ภาพใบหน้าของเด็กชายคนนั้น... เด็กที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับแกะ กลับผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
*ถ้าเขาไม่ยอมอ่อนข้อให้เธอวันนี้ เขาก็อาจจะไม่มีวันได้รู้เลยว่าลูกของตัวเองอยู่ที่ไหน*
"คุณมั่นใจมากเหรอว่าจะหาทางออกไปจากห้องนั้นได้โดยที่ไม่มีรอยขีดข่วน?" ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความท้าทายและคำเตือนแฝงนัย "ห้องนั้นมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดในกรุงเทพฯ ริน... ถ้าคุณพลาด คุณอาจจะไม่ได้แค่เสียหน้า แต่คุณอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าคนที่คุณพยายามปกป้องไว้อีกเลยก็ได้"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคหลัง ดวงตาคู่งามไหวระริกเพียงเสี้ยววินาทีจนแทบสังเกตไม่เห็น เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติและความเข้มแข็งกลับคืนมา
*เขารู้แล้วจริงๆ สินะ...*
"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกค่ะ" รินรดาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เธอดันอกแกร่งของเขาออกห่างเบาๆ ก่อนจะหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่สะทกสะท้าน "ห่วงตัวเองเถอะค่ะว่าจะหาทางไถ่บาปในสิ่งที่เคยทำไว้กับฉันกับลูกได้ทันทีก่อนที่ทุกอย่างจะพังคามือหรือเปล่า"
ธันวามองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของเธอด้วยความรู้สึกใจหายวาบ เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุมผู้หญิงคนนี้ไปตลอดกาล... ไม่สิ เขาเคยสูญเสียเธอไปตั้งแต่ในวันที่เขาเลือกจะหันหลังให้เธอกับครรภ์อ่อนๆ ในอดีตแล้วต่างหาก
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต เมฆา... ชายหนุ่มนัยน์ตาคมกริบ ช่างภาพมือหนึ่งผู้กุมความลับทั้งหมดของรินรดา ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาของเขาไม่ได้มองมาที่ธันวาผู้เป็นเจ้าของตึก แต่กลับพุ่งตรงมาที่รินรดาด้วยความร้อนรน
"ริน... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว" เมฆาเอ่ยเสียงหอบเหนื่อย สีหน้าซีดเผือกจนน่าตกใจ "ที่คุณแม่บ้านโทรมาบอกเมื่อกี้... น้องรัน... น้องรันไม่สบาย ตัวร้อนจัดมาก แล้วอยู่ๆ แกก็..."
เมฆาชะงักไปนิดเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาดุดรังสีอำมหิตของธันวาที่หันมามอง แต่ประโยคถัดมาที่หลุดจากปากช่างภาพหนุ่มกลับทำให้ลมหายใจของคนทั้งห้องแทบหยุดนิ่ง
"...แกเกณฑ์หาพ่อ แกบอกว่าอยากเจอคุณพ่อคนที่อยู่ในรูปถ่ายบนโต๊ะทำงานของคุณ... ธันวา!"
ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าเมฆาทันที ดวงตาดุจเหยี่ยวเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงสุดขีด สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนแน่น เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท
*รูปถ่ายบนโต๊ะทำงาน... ของใคร?*
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าที่เคยเย็นชาและฉาบด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันเมื่อครู่กลับซีดเผือกไร้สีเลือด ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อตระหนักได้ว่าความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดหลายปี กำลังจะพังทลายลงตรงหน้า ในวินาทีที่ไม่มีทางหลบหนีอีกต่อไป!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งการแก้แค้นนี้ร่วมกันนะคะ
ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง•ตอนที่ 6
กลิ่นอายความลวง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!