เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดีดังขึ้นจนรินรดาต้องละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เรียวปากสีพีชธรรมชาติเม้มเข้าหากันสนิทในขณะที่เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความตกใจกับกิริยาไร้มารยาทของอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะความรู้สึกน่าขบขันที่ตีรวนขึ้นมาในอกอย่างเงียบงัน
"งานออกแบบชิ้นนี้... มันผ่านตาคณะกรรมการบริหารมาได้ยังไง?"
น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความจงเกลียดจงชังอย่างไม่คิดจะปิดบังดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดสูทผ้าทวีตชาแนลสีชมพูอมม่วงที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ ปลายเล็บที่ต่อยาวเฟื้อยและเคลือบสีแดงสดจิกกลีบแฟ้มผลงานของรินรดาจนมุมกระดาษยับย่น
ดาริน... อดีตรุ่นพี่ร่วมคณะแฟชั่นดีไซน์สมัยมหาวิทยาลัย ผู้หญิงที่เคยขโมยแพทเทิร์นชุดราตรีของเธอไปส่งประกวดจนเกือบทำให้อนาคตของรินรดาต้องดับวูบตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม และในตอนนี้ หล่อนกลับสวมหมวกใบใหม่ในฐานะ ‘หัวหน้าฝ่ายประสานงานแบรนด์’ ประจำตึกแกรนด์ยูนิเวิร์สแห่งนี้
"ถ้าคุณดารินมีปัญหาเรื่องสายตา ดิฉันแนะนำให้ไปตัดแว่นใหม่นะคะ แฟ้มนั้นผ่านการอนุมัติจากท่านรองประธานบริษัทเรียบร้อยแล้วค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นฉายแววเยือกเย็นจนอีกฝ่ายชะงักไป
ดารินแค่นAเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความริษยา หล่อนโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้างที่เต็มไปด้วยพิษสง "อย่าคิดว่ากลับมาใช้ชื่อปลอมแล้วจะไม่มีใครจำได้นะ รินรดา... เธอคิดเหรอว่าการไต่เต้ากลับมาเป็นดีไซเนอร์ในบริษัทของธันวา จะทำให้เธอชดใช้ความผิดในอดีตได้หมด?"
ชื่อของธันวาหลุดออกมาจากปากของคู่ปรับเก่า พร้อมๆ กับภาพความทรงจำอันเจ็บปวดที่กรีดลึกลงในใจของรินรดา อดีตสามีผู้เย็นชาและใจร้ายคนนั้น... ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เพื่อแลกกับความสำเร็จทางธุรกิจ
รินรดาไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษพอกพูนความน่าสะพรึงกลัวจนดารินถึงกับผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ความผิดอะไรหรือคะคุณดาริน? หรือว่า... คุณกำลังร้อนตัวเรื่องผลงานชิ้นเอกที่เคยขโมยฉันไปส่งประกวดเมื่อแปดปีก่อนกันแน่?" รินรดาเอ่ยถามเสียงเบา แต่กลับทรงพลังราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่กรีดลึกลงกลางใจคนฟัง
ดารินหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธจัด "เธอ! นังหน้าด้าน กล้าดียังไง..."
"ดิฉันแค่พูดความจริงค่ะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงและสง่างามของเธอในชุดสูทร่วมสมัยทำให้เธอดูกดดันอีกฝ่ายได้อย่างราบคาบ "และถ้างานชิ้นนี้มีปัญหาจริงๆ เชิญคุณดารินไปคุยกับท่านรองประธานด้วยตัวเองนะคะ เพราะฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับคนไม่มีมือมีไม้ คอยแต่จะขโมยของคนอื่นกินหรอกค่ะ"
บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด พนักงานคนอื่นๆ ในแผนกต่างพากันก้มหน้าก้มตาทำงาน หลีกเลี่ยงที่จะเข้ามาพัวพันกับศึกสงครามประสาทครั้งนี้ ดารินกัดริมฝีปากจนหอบสะท้านด้วยความแค้น ดวงตาสีเข้มจ้องมองรินรดาด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินจากไปพร้อมกับเสียงส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนดังลั่น
รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม มือเรียวบางสั่นระริกเล็กน้อยเมื่อความเครียดสะสมเริ่มกัดกินร่างกาย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา แต่ทว่า... ความสงบสุขในห้องทำงานกลับอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างกะทันหันโดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะ
ไม่ใช่ดาริน... และไม่ใช่พนักงานแผนกอื่น
ร่างสูงโปรดของเมฆา ชายหนุ่มนัยน์ตาคมกริบผู้เป็นช่างภาพมือหนึ่งประจำโปรเจกต์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนากระชากเอกสารแผ่นหนึ่งวางลงตรงหน้าเธอ ภาพถ่ายในมือถือของเขาทำให้ลมหายใจของรินรดาแทบหยุดสะดุด
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำของเมฆากล่าวลอดไรฟันด้วยความร้อนรน "ฉันเพิ่งกลับมาจากห้องทำงานของท่านรองประธาน และบังเอิญไปเห็นบางอย่างเข้า... บางอย่างที่เธอต้องรีบดูเดี๋ยวนี้"
รินรดามองหน้าช่างภาพหนุ่มผู้กุมความลับของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ "มีอะไรคะเมฆา? ทำไมคุณถึงทำหน้าตาตื่นตระหนกขนาดนั้น?"
เมฆาไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่เลื่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น หน้าจอแสดงภาพกล้องวงจรปิดจากล็อบบี้ชั้นล่าง ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบกำลังยืนจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือ โดยมีร่างของชายหนุ่มร่างสูงคุ้นตาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษกำลังคุกเข่าลงตรงหน้า ร่างนั้นกำลังสั่นเทาด้วยหยาดน้ำตา ขณะที่มือหนากำลังยื่นไปสัมผัสแก้มป่องของเด็กน้อยอย่างทะนุถนอม
ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว ภาพนั้น... ภาพที่ธันวากำลังเผชิญหน้ากับลูกชายของเธอเอง
ก่อนที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงอุทานใดๆ ออกมา ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะอีกครั้ง ร่างสูงสง่าของธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและหยาดน้ำตาที่ยังคลอหน่วย เขาจ้องมองรินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะเอ่ยชื่อเธอด้วยเสียงที่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"รินรดา... เธอซ่อนลูกของเราไว้ที่ไหน ทำไมเด็กคนนั้น... ถึงหน้าตาเหมือนฉันไม่มีผิด!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง•ตอนที่ 5
ศัตรูที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!