ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง•ตอนที่ 4

รอยร้าวในอดีต

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
แสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของเมฆา สะท้อนเข้ากับม่านตาของรินรดาจนมันไหวระริก ภาพเคลื่อนไหวขนาดเล็กบนหน้าจอนั้นกำลังฉายซ้ำเหตุการณ์ในคืนนรกแตกเมื่อห้าปีก่อน คืนที่เปลี่ยนชีวิตนางแบบดาวรุ่งพุ่งแรงให้ดิ่งลงเหวในชั่วข้ามคืน คืนที่เธอกลายเป็น "คนทรยศ" ในสายตาของคนทั้งวงการแฟชั่นโดยที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ "คุณ... เอาคลิปนี้มาจากไหน" เสียงของรินรดาสั่นพร่า หลุดลอดริมฝีปากที่ซีดเผือดออกมาราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยความหยิ่งทะนงและหยาดน้ำตา ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าศัตรูคู่อาฆาตอีกครั้ง ธันวาหันขวับมามองหน้าจอในมือของช่างภาพหนุ่ม ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็งบัดนี้กลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพบนจอด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อสายตา ในวิดีโอนั้น... ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังสอดมือเข้าไปในล็อกเกอร์ส่วนตัวของรินรดา เพื่อวาง "ยาต้องห้าม" และ "ชุดดีไซน์ต้นฉบับที่ถูกขโมยมา" ก่อนจะเดินจากไปอย่างลอยนวล และผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นรุ่นน้องคนสนิทที่รินรดาเคยเอ็นดูและให้ความช่วยเหลือมาตลอด "ตกใจล่ะสิครับ คุณธันวา" เมฆากดหยุดวิดีโอไว้ตรงเสี้ยววินาทีที่ใบหน้าของคนร้ายหันมามองกล้องวงจรปิดพอดิบพอดี รอยยิ้มของช่างภาพหนุ่มไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ถือไพ่เหนือกว่า "ความจริงมักจะน่าเกลียดเสมอ ยิ่งเมื่อมันถูกซ่อนเอาไว้ใต้พรมราคาแพงที่คุณเป็นคนปูให้คนพวกนั้นเหยียบย่ำรินรดา" ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาคมกวาดมองรินรดาที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างกาย แม้ผ่านมาห้าปี เธอกลายเป็นดีไซเนอร์สาวผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาที่พร้อมจะเหยียบย่ามทุกคนเพื่อความสำเร็จ แต่ในวินาทีนี้... เกราะป้องกันทั้งหมดกลับพังทลายลงเหลือเพียงร่องรอยของความบอบช้ำที่ไม่มีวันจางหาย "ริน..." ธันวาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับคนละเมอ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าจับเรียวแขนที่สั่นระริกของอดีตภรรยา แต่รินรดากลับถอยหลังกรูดราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา ราวกับงูพิษที่เพิ่งแว้งกัดเธอจนปางตายในอดีต "อย่ามาแตะต้องฉัน!" รินรดาตวาดลั่น ดวงตากลมโตแดงก่ำเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่อัดอั้นมานานนับพันวัน เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด "นายไม่มีสิทธิ์มาทำหน้าสงสารฉันในตอนนี้ ธันวา! นายคือคนที่ไม่เคยฟังฉันเลยแม้แต่คำเดียว นายคือคนที่เซ็นใบหย่าและตราหน้าว่าฉันเป็นผู้หญิงขายตัวที่ขโมยผลงานคนอื่นเพื่อความมั่งคั่งของนายเอง!" ถ้อยคำนั้นคมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของชายหนุ่ม ธันวารู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนชาไปทั้งแถบ ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง... *ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน ในห้องทำงานหรูหราที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสำเร็จ รินรดากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ได้สองเดือน เธอนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าธันวาด้วยสภาพเนื้อตัวสั่นเทา น้ำตาอาบสองแก้ม ในมือถือใบตรวจครรภ์ที่ยับยู่ยี่พร้อมกับหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเธอ* *"ธันวาคะ... เชื่อรินเถอะนะ ินไม่ได้ทำ คลิปนั่นมันตัดต่อ คนที่เอาแบบเสื้อของบริษัทไปขายคือมีอาต่างหาก ลูกของเรา... ลูกของเรากำลังจะเกิดมาแล้วนะ" เสียงอ้อนวอนที่น่าสงสารที่สุดในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับมือเรียวที่พยายามเอื้อมไปยึดชายเสื้อสูทของสามี* *ทว่า สิ่งที่เธอได้รับกลับไม่ใช่ความอบอุ่นหรืออ้อมกอดปลอบโยน แต่เป็นสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก* *"หยุดโกหกสักที รินรดา!" ธันวาตวาดลั่นห้องทำงาน จนแจกันดอกไม้บนโต๊ะแทบสะเทือน เอกสารหลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่าเธอคือหนอนกระเทือนบริษัท และทำให้โครงการพันล้านของเขาล่มไม่เป็นท่า "เธออยากได้เงิน อยากได้ชื่อเสียงจนตัวสั่น ขนาดลูกในท้องเธอยังเอามาอخذเป็นข้อต่อรองเพื่อความรอดเลยเหรอ? น่าสมเพชสิ้นดี!"* *"คุณ... คุณไม่เชื่อฉันเลยเหรอคะ ธันวา..."* *"ฉันจะเชื่อผู้หญิงตอแหลแบบเธอได้ยังไง! ใบหย่าอยู่บนโต๊ะ เซ็นซะ! แล้วไสหัวออกไปจากชีวิตฉัน อย่าให้ฉันต้องใช้มาตรการเด็ดขาดกับเธอและไอ้เด็กในท้องนี่เลย!"* *วันนั้น... ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดอย่างไร้ความปรานี รินรดาในวัยยี่สิบต้นๆ ถูกผลักไสไลส่งให้ออกจากคฤหาสน์ตระกูลอัคร The Great ด้วยตัวเปล่า เธอสูญเสียทั้งเกียรติยศ สูญเสียสามีที่เธอรักหมดหัวใจ และที่เจ็บปวดที่สุด... คือการสูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปจากความเครียดและความตกต่ำสุดขีดในคืนนั้นเอง* ปัจจุบัน... รินรดากะพริบตาเพื่อขับไล่หยาดน้ำตาแห่งความทรงจำอันโหดร้ายนั้นออกไป เธอยืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม แม้หัวใจจะเจ็บแปลบจนแทบแหลกสลาย แต่แววตาที่มองตรงไปยังธันวากลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชังถึงขีดสุด "ห้าปีที่แล้ว นายเหยียบย่ามศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เยือกเย็น จนธันวาถึงกับผวา "นายคิดว่าแค่มีคลิปนี้ มีความจริงปรากฏออกมา แล้วทุกอย่างมันจะลบล้างความผิดของนายได้งั้นเหรอ? นายคิดผิดแล้ว ธันวา..." "ริน... ผม..." ธันวาพยายามจะเอ่ยแก้ตัว มือหนาสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดห้าปี บัดนี้มันได้กลายเป็นเปลวเพลิงแผดเผาจนเขาแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว "ผมขอโทษ... ผมยอมรับว่าผมโง่เง่า ผมตาบอดเอง ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป... ได้ไหม" "ไถ่บาปเหรอ?" เมฆาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันฉาบอยู่บนใบหน้าของช่างภาพหนุ่ม "คำนี้มันราคาถูกเกินไปหน่อยไหมครับ คุณธันวา คนที่ตายไปแล้ว... ลูกที่ไม่มีวันได้ลืมตาดูโลกเพราะความหูเบาของคุณ มันซื้อคืนด้วยคำว่า 'ขอโทษ' ไม่ได้หรอก" ธันวาหันขวับไปจ้องหน้าเมฆาด้วยสายตาดุดล ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เรื่องนี้มันเรื่องของฉันกับภรรยา นายไม่มีสิทธิ์..." "ภรรยา? คุณยังมีหน้ามาเรียกเธอว่าภรรยาอีกเหรอครับ?" เมฆาตัดบทอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาคมกริบจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว "ในเมื่อคุณเป็นคนเซ็นใบหย่าไล่เธอออกไปเองกับมือ คุณหมดสิทธิ์นั้นไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้วแล้ว!" บรรยากาศภายในห้องออกแบบส่วนตัวตลบอบอวลไปด้วยความตึงเครียด รินรดายืนกอดอกมองสองหนุ่มทะเลาะกันด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความกระหายใคร่รู้ในชัยชนะและการแก้แค้นเท่านั้นที่ยังหล่อเลี้ยงลมหายใจของเธอในเวลานี้ ทว่า... ในวินาทีที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ทว่าหนักแน่นพอที่จะดึงความสนใจของพวกเขาทั้งสามคนให้หันขวับไปมองพร้อมกัน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ประตูห้องเปิดอ้าออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเล็กในชุดเอี๊ยมยีนส์ตัวจิ๋วและรองเท้าผ้าใบเลอะฝุ่น ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโตสุกใสราดด้วยประกายความซุกซน ผมสีดำขลับหยักศกเล็กน้อยรับกับจมูกโด่งรั้นที่ถอดพิมพ์ทรงมาจากใครบางคนในห้องนี้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน เด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบเศษก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ มือเล็กๆ ข้างหนึ่งถืออมยิ้มรสสตรอว์เบอร์รี ส่วนอีกข้างจูงมือผู้ช่วยสาวของรินรดาเอาไว้ "คุณแม่ครับ..." เสียงใสแจ๋วราดด้วยความออดอ้อนดังขึ้น ทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอรีบพุ่งเข้าไปอุ้มร่างเล็กนั้นขึ้นมาแนบอกทันทีด้วยความตกใจและเป็นห่วง "ลูก... ตาณ มาทำอะไรที่นี่คะ บอกแล้วไงว่าให้อยู่กับพี่เลี้ยงข้างนอกห้องทำงาน..." รินรดาเอ็ดลูกชายเสียงดุ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความรักท่วมท้น เธอรีบใช้มือปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของเด็กชายตัวน้อยอย่างทะนุถนอม ธันวาที่ยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหลัง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า สมองของเขาขาวโพลน ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมาเมื่อได้ยินคำว่า "แม่" และได้เห็นใบหน้าของเด็กชายคนนั้นชัดเจน... ใบหน้าที่เหมือนกับเขาราวกับส่องกระจกเงาในวัยเด็ก! เด็กชายตัวน้อยเอียงคอสงสัย ดวงตากลมโตใสแป๋วหันไปมองหน้าชายแปลกหน้าแปลกหน้าที่กำลังยืนจ้องมองเขาด้วยสภาพตัวสั่นเทา ก่อนที่หนูน้อยจะเอ่ยปากถามออกมาด้วยประโยคที่ทำเอาทุกคนในห้องหยุดหายใจ "คุณแม่ครับ... ผู้ชายคนนี้ หน้าตาเหมือนคุณป๋าในรูปถ่ายที่แม่เก็บไว้ใต้หมอนเลย ทำไมเขาถึงร้องไห้ล่ะครับ?" ————————————— ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ชานมไข่มุกหวานร้อย" ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%