เสียงลมหายใจของธันวาติดขัดอยู่ในลำคอ ราวกับมีก้อนสะเก็ดไฟร้อนๆ มาจุกอยู่ตรงหลอดอดลม ยามเมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองเขาด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่น หรือแม้แต่ความโหยหาที่ผู้ชายอย่างเขาคุ้นชินยามต้องเผชิญหน้ากับคู่ค้าทางธุรกิจ
มันคือความตาย... แววตาของคนที่เคยตายไปแล้วครั้งหนึ่ง
“คุณธันวาคะ สัญญาฉบับนี้ทางเราได้ปรับแก้เรื่องเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งตามที่คุณต้องการแล้วค่ะ หวังว่าทางลักซ์ชัวรี กรุ๊ป จะพอใจกับความยืดหยุ่นในครั้งนี้”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบที่เอ่ยออกมานั้นช่างบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท รินรดาในชุดสูทผ้าไหมอิตาลีสีดำสนิท ตัดเย็บเข้ารูปจนเห็นสัดส่วนสง่างาม ยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะประชุมกระจกนิรภัย แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟดีไซน์มินิมอลเหนือศีรษะตกกระทบลงบนสันจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ—สีเดียวกับที่ผู้หญิงคนนั้นเคยใช้ในคืนที่เธอเดินออกไปจากชีวิตเขาอย่างไร้เยื่อใย
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีด เขารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล สายตาคมกริบกวาดสำรวจทุกรายละเอียดบนใบหน้านั้น ราวกับพยายามค้นหาความจริงภายใต้หน้ากากที่เรียกว่า ‘เรน’ ดีไซเนอร์มือฉมังผู้บินตรงมาจากปารีสเพื่อกุมชะตากรรมของแบรนด์แฟชั่นระดับท็อปที่เขากำลังหมายปอง
“คุณเรน...” ธันวาเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่ากว่าที่ตั้งใจ “เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าครับ... เอ๊ย... หรือเปล่าคะ?” เขาเกือบหลุดปากใช้คำพูดคุ้นชิน แต่ต้องรีบเปลี่ยนสรรพนามกลางคันเมื่อเห็นมุมปากด้านซ้ายของหญิงสาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มเยาะหยันที่ทำเอาหัวใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่กระตุกวูบ
“ดิฉันเพิ่งลงเครื่องมาจากปารีสเมื่อสามวันก่อนค่ะ คุณธันวาคงจะจำคนผิดกระมังคะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ซึ่งความลังเล ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของเขาโดยไม่หลบเลี่ยง “คนระดับคุณธันวา ที่มีผู้คนรายล้อมนับร้อยนับพัน คงจะจำหน้าคนผิดได้บ่อยๆ อยู่แล้ว... โดยเฉพาะคนที่ไม่มีค่าพอจะอยู่ในความทรงจำ”
ประโยคสั้นๆ นั้นเจือด้วยคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่าในใจของธันวาอย่างจัง แผลเป็นที่เขาพยายามกลบฝังมันไว้ด้วยกองเงินกองทองและอำนาจในวงการธุรกิจ แต่ภาพจำของอดีตภรรยาที่เคยนอนร้องไห้คุดคู้บนเตียงนอนกว้างอย่างไร้ค่า กลับซ้อนทับขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ
ในอดีต... เขากระชากความมั่นใจของรินรดาจนแหลกสลาย เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอด้วยคำพูดที่ว่าเธอเป็นได้แค่ตัวถ่วงความเจริญ เป็นแค่นางแบบตกอับที่หมดสภาพ และในคืนที่เธอยื่นใบหย่าให้พร้อมกับคราบน้ำตา เขากลับเป็นฝ่ายไล่เธอออกจากบ้านอย่างไม่ใยดี โดยไม่เคยเอะใจเลยว่า เบื้องหลังรอยยิ้มที่จอมปลอมของเขาในตอนนั้น ได้ทำลายลมหายใจของใครบางคนไปตลอดกาล
แต่ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้... ไม่ใช่รินรดาคนอ่อนแอคนนั้นอีกต่อไป
“บังเอิญจริงๆ ครับ” ธันวาฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามดึงมาดประธานบริษัทผู้เยือกเย็นกลับคืนมา “บางที... อาจจะเป็นเพราะดวงตาของคุณเรน มันทำให้ผมนึกถึงคนสำคัญในอคนที่... จากไปแล้ว”
“คนสำคัญเหรอคะ?” รินรดาทวนคำ น้ำเสียงของเธอเจือแววเย้ยหยันที่แม้แต่คนโง่ก็ยังฟังออก เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขาช้าๆ ส้นสูงเสียงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศ “คนที่ถูกคุณโยนทิ้งเหมือนสิ่งของไร้ค่า... ยังมีสิทธิ์ถูกเรียกว่าคนสำคัญด้วยหรือคะ คุณธันวา?”
บรรยากาศในห้องประชุมวีไอพีพลันเย็นเยียบลงทันที เมฆา ช่างภาพหนุ่มมือฉมังที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้อง ขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อย เขาลอบมองปฏิกิริยาของทั้งคู่ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เมฆารู้ความลับทุกอย่าง รู้ว่าภายใต้ชื่อ ‘เรน’ คือใคร และรู้ว่าเกมแก้แค้นครั้งนี้เดิมพันด้วยอะไรบ้าง แต่หัวใจเจ้ากรรมของเขากลับเริ่มลังเล เมื่อเห็นความเจ็บปวดที่ฉายชัดแวบหนึ่งในแววตาของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนั้น
ธันวานิ่งงันไป เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าประชิดโต๊ะประชุมเพื่อลดระยะห่าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเย็นชาของผู้หญิงตรงหน้าลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งใกล้ยิ่งเหมือน... เหมือนเสียจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก
“คุณเป็นใครกันแน่... เรน” ธันวาโน้มตัวลงกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังม่านตา “ทำไมทุกครั้งที่คุณมองผม ผมถึงรู้สึกเหมือนกำลังถูกพิพากษาจากคนที่ผมเคยทำร้ายที่สุดในชีวิต?”
รินรดานิ่งเงียง เธอไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ รอยยิ้มที่มุมปากของเธองดงามแต่ทว่าอันตรายดุจดอกกุหลาบอาบยาพิษ
“ถ้าคุณอยากรู้ว่าฉันเป็นใคร...” รินรดากระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ “คืนนี้... ที่งานแฟชั่นโชว์การกุศล คุณจะได้คำตอบที่ทำให้คุณนอนไม่หลับไปตลอดชีวิตแน่ค่ะ”
เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูงอย่างสง่างาม คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ธันวายืนแข็งค้างอยู่กับที่ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังโหมกระหน่ำ
ธันวาเม้มปากแน่น กำหมัดเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปีกลับมาเกาะกุมขั้วหัวใจอีกครั้ง แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้ก้าวขาตามร่างระหงนั้นออกไป ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดผางขึ้นโดยเลขาหน้าห้องของเขาเองที่มีสีหน้าตื่นตระหนก
“ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!” เลขาสาวหอบหายใจถี่รัว ยื่นแท็บเล็ตหน้าจอเปิดภาพข่าวสังคมให้เขาดู “คุณเรน... เอ่อ... ภาพโปรไฟล์เปิดตัวของดีไซเนอร์เรน ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ และ... และมีคนขุดคุ้ยประวัติเบื้องหลังของเธอ... ภาพถ่ายครอบครัวในอดีตที่ถูกลบไปแล้ว ถูกเผยแพร่บนสื่อหลักทั้งหมดค่ะ!”
ธันวาก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตด้วยมือที่สั่นเทา ภาพถ่ายแต่งงานเก่าคร่ำครึที่เขาเคยสั่งทำลายทิ้งทุกใบ ปรากฏหราอยู่บนหน้าสื่อออนไลน์ชื่อดัง พร้อมกับพาดหัวข่าวตัวโตที่กรีดแทงหัวใจของเขาจนแหลกเหลว
*“การกลับมาของอดีตภรรยาผู้ล่วงลับ? เปิดตัว ‘รินรดา’ ภายใต้หน้ากากดีไซเนอร์ดังระดับโลก!”*
ธันวาสะอึกเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ข้อมูลทุกอย่างหมุนคว้าง ร่างกายชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทุกชิ้นส่วนในสมองประมวลผลไม่ทันกับความจริงที่กระแทกเข้าหน้าอย่างจัง—เธอไม่ได้ตาย... เธอยังมีชีวิตอยู่ และเธอกลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอคืนจากเขา!
ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะได้ตั้งสติจากข่าวช็อกโลกนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความวิดีโอคอลล์จากเบอร์แปลกก็ดังขึ้นบนหน้าจอแท็บเล็ตที่เขายังถือค้างไว้
เขากดรับด้วยมือที่สั่นเทา ปรากฏภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์ของเขาเอง ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ ห้าขวบ สวมเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ตัวโคร่ง กำลังยืนจูงมือกับผู้หญิงคนหนึ่งที่หันหลังให้กล้อง—เด็กชายคนนั้นมีใบหน้าถอดแบบมาจากวัยเด็กของเขาเองราวกับแกะ ไม่มีผิดเพี้ยน!
“คุณพ่อคะ... ถึงเวลาตื่นจากฝันร้ายหรือยังคะ?”
เสียงหวานหยาดเยิ้มกระซิบผ่านลำโพงโทรศัพท์ พร้อมกับสายตาของเด็กน้อยในจอที่หันมามองตรงเข้าหากล้อง ก่อนที่ภาพจะตัดดับลงไปต่อหน้าต่อตา!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ชานมไข่มุกหวานร้อย" เสมอมานะคะ!
ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง•ตอนที่ 2
ใบหน้าที่คุ้นเคย
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบตกอับที่กลับมาทวงคืนทุกอย่าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!