คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 26

สถานะที่ยังไม่ชัดเจน

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานรกๆ ในห้องนอนของพิมพ์ใสสั่นครืดคราดติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม ข้อความแจ้งเตือนสายเรียกเข้าโชว์ชื่อที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม... *'ธาม วิศวะฯ'* ผู้ชายคนที่เธออยากผลักไสให้ออกไปจากสารระบบชีวิตมากที่สุดในเวลานี้ กลับกลายเป็นคนเดียวกับที่ถือวิสาสะโทรเข้ามาหาเธอ ดึกดื่นป่านนี้ หลังจากที่เธอกับคีรินทร์เพิ่งจะสร้างโมเมนต์ความทรงจำสีชมพู—อืม ใช้คำว่าโมเมนต์คงน้อยไป เพราะมันคือจูบแรกริมสระน้ำหลังคณะสถาปัตย์ที่ยังทิ้งสัมผัสอุ่นวาบไว้บนริมฝีปากของเธอจนถึงตอนนี้ด้วยซ้ำ พิมพ์ใสปรายตามองโทรศัพท์ด้วยแววตาระaอใจ ปลายนิ้วเรียวที่เปื้อนคราบสีอะคริลิกเล็กน้อยเอื้อมไปคว่ำหน้าจอเครื่องนั้นลงทันทีโดยไม่ต้องคิด ชีวิตเธอยุ่งเหยิงพอแล้ว และเธอไม่มีอารมณ์จะมาเล่นเกมประสาทกินกับรุ่นพี่ตัวน่ารำคาญคนนั้นหรอกค่ะ โดยเฉพาะในคืนที่หัวใจของเธอกำลังถูกครอบงำด้วยผู้ชายอีกคน... ผู้ชายปากร้ายที่ชื่อคีรินทร์ ทว่า ความเงียบสงบในห้องนอนกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้นจากระเบียงห้อง ก๊อก... ก๊อก... พิมพ์ใสสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังบานประตูระเบียงที่ปิดสนิท ม่านโปร่งสีขาวปลิวไสวตามแรงลมยามดึก และร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีเข้มที่คุ้นตา กำลังยืนกอดอกตีสีหน้ายักษ์อยู่หลังกระจกใส แววตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ให้ตายสิ! นี่เขาย่องมาปีนระเบียงห้องพักนักศึกษาหญิงชั้นสามอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย! พิมพ์ใสรีบสาวเท้าเข้าไปเปิดผ้าม่านและผลักบานประตูออกด้วยความหงุดหงิดปนระอา "นี่นาย! คิดว่าระเบียงห้องฉันเป็นบันไดหนีไฟหรือไงถึงได้ปีนมาตามอำเภอใจแบบนี้ยะ คีรินทร์!" คีรินทร์ก้าวพรวดเดียวผ่านเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเย็นยามดึกโชยปะทะจมูก ร่างสูงใหญ่ยืนค้ำหัวเธอด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องพัก ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ที่ซึ่งโทรศัพท์เครื่องเมื่อครู่เพิ่งจะหยุดสั่นไปหมาดๆ "เมื่อกี้... ใครโทรมา?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามลอดไรฟัน ความหึงหวงพวยพุ่งออกมาจากแววตาคู่นั้นจนแทบจะจับต้องได้ พิมพ์ใสเชิดหน้าขึ้นทันที ความดื้อรั้นพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในอกเมื่อเห็นท่าทีออกคำสั่งของเขา เธอเกลียดนักเวลานี้ ที่เขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอ ทั้งๆ ที่สถานะระหว่างพวกเรามันยัง... คลุมเครือจนน่าหงุดหงิด "ไม่ใช่เรื่องของนายค่ะ" พิมพ์ใสตอบเสียงแข็ง สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง "ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมไม่กลับห้องตัวเอง มาปีนห้องคนอื่นแบบนี้เกิดใครมาเห็นเข้า จะว่ายังไงไม่ทราบ" "ฉันถามว่าใครโทรมา!" คีรินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวทั้งสองข้างแล้วดึงเข้ามาหาตัวด้วยแรงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย แรงอารมณ์คุกรุ่นระอุอยู่ใต้ผิวหนังของเขา "ไอ้ธามมันโทรมาใช่ไหม? มันโทรมาหาเธอทำไมดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้!" "ปล่อยนะ! เจ็บนะคีย์!" พิมพ์ใสขมวดคิ้วมุ่น พยายามบิดข้อมือหนาออกแต่ไม่เป็นผล แรงผู้ชายกับผู้หญิงมันต่างกันเกินไป "แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาตะคอกใส่ฉัน มีสิทธิ์อะไรมาเช็คโทรศัพท์หรือซักไซ้ไล่เลียงเรื่องส่วนตัวของฉันฮะ!" คำถามนั้นทำให้คีรินทร์ชะงักไป ดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าววูบไหวลงชั่วขณะ มือที่บีบต้นแขนเธออยู่คลายแรงลงโดยอัตโนมัติ แต่ใบหน้าคมสันกลับบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกัน พิมพ์ใสเม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความน้อยใจผสมความโกรธ เธอยังจำรสจูบหอมหวานและอ้อมกอดอุ่นๆ ใต้แสงไฟสลัวริมสระน้ำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนได้ดี หัวใจเธอเหลวเป๋วและพร้อมจะมอบให้เขาหมดหน้าตักแล้วแท้ๆ แต่พอผ่านพ้นคืนนั้นมา คีรินทร์ก็ยังคงเป็นคีรินทร์คนเดิม... คนที่ปากแข็ง ปากร้าย และไม่เคยเอ่ยปากขอเธอเป็นแฟนให้มันชัดเจนสักที! เขาสนุกมากนักหรือไงกับการทำตัวเหมือนคนรัก แต่ไม่มีสถานะให้อะไรเลยเนี่ย! "สิทธิ์เหรอ..." คีรินทร์ทวนคำเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย "แล้วที่จูบกันไปเมื่อกี้... มันยังไม่ชัดเจนพอสำหรับเธอหรือไง พิมพ์ใส" "หึ!" พิมพ์ใสแค่นหัวเราะออกมา1ทีเต็มๆ ดวงตากลมโตคลหน่วยน้ำ iใสด้วยความคับ 3ข์ใจแต่เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้คนใจร้ายดูเด็ดขาด "การจูบมันวัดอะไรไม่ได้หรอกค่ะคีย์ สำหรับนายมันอาจจะเป็นแค่เกมแก้เบื่อ หรือแค่สัญชาตญาณดิบของพวกวิศวะปากเสีย แต่สำหรับฉัน..." เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เชิดหน้าสู้สายตากับเขาตรงๆ "มันไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าคนที่ทำมัน... ไม่มีความกล้าพอที่จะพูดคำว่า 'เป็นแฟนกันนะ' ออกมาจากปาก!" พรวด! เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางห้อง คีรินทร์นิ่งอึ้งไปสนิท ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง ประโยคตัดพ้อที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อนั้นกระแทกเข้ากลางใจเขาอย่างจัง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเปลี่ยนเป็นประกายลึกล้ำและดุดันขึ้นกว่าเดิม "เธอคิดว่าฉันเล่นๆ งั้นเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน แววตาคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนแตกกระเจิงออกจนหมดสิ้น "เธอคิดว่าผู้ชายอย่างคีรินทร์ จะยอมลดตัวมาปีนระเบียงห้องผู้หญิงตอนตีสอง ยอมหึงจนแทบบ้าเวลาเห็นไอ้หน้าไหนมา मंड मंड รอบตัวเธอ เพราะฉันว่างมากนักรึไง!" "แล้วทำไมไม่พูดล่ะคะ!" พิมพ์ใสระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง หยาดน้ำใสๆเอ่อคลอเบ้าแต่เธอกะพริบตาไล่มันกลับไปอย่างเด็ดเดี่ยว "นายเอาแต่ดุ เอาแต่สั่ง เอาแต่หวง แต่ไม่เคยให้เกียรติสถานะของฉันเลย! นายคิดว่าฉันเป็นอะไร เป็นของเล่นแก้เหงาระหว่างรอโปรジェクトส่งอาจารย์หรือไง!" คีรินทร์มองใบหน้าหวานที่ตอนนี้รื้นไปด้วยรอยแดงจากความโกรธและน้อยใจ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาทั้งสองข้างเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวไว้ด้วยความทะนุถนอม ทว่าแววตากลับดุดันและจริงจังจนน่ากลัว "ฉันไม่ได้มองเธอเป็นของเล่น..." เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาลง แต่หนักแน่นทุกถ้อยคำ "และฉันไม่เคยคิดจะมองผู้หญิงคนไหนเป็นของเล่นทั้งนั้น พิมพ์ใส" "ถ้างั้นก็..." "เออ! ฉันมันไอ้คนปากแข็ง!" คีรินทร์ตัดบทโพล่งขึ้นมาเสียงดังลั่นห้องด้วยความจนมุม ความซึนที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่าเมื่อเห็นน้ำตาคลอเบ้าของคนตรงหน้า "ฉันกลัว... กลัวว่าถ้าขอเธอเป็นแฟนแบบง่ายๆ แล้วเธอจะรำคาญ กลัวว่าตัวเองจะคลั่งเธอจนควบคุมอะไรไม่ได้ กลัวว่าวันหนึ่งเธอจะทิ้งฉันไปเหมือนคนอื่นๆ!" พิมพ์ใสเบิกตากว้างอึ้งไปกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของหนุ่มวิศวะปากร้ายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครคนนี้ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธ กลับพลิกคว่ำคะมำหงายมาเต้นระรัวด้วยความตื้นตันและอบอุ่นจนแทบระเบิด คีรินทร์... กลัวเธอทิ้งเนี่ยนะ? ผู้ชายที่ดุที่สุดในคณะวิศวะเนี่ยนะ? "คีย์..." พิมพ์ใสครางชื่อเขาแผ่วเบา ความโกรธที่มีมลายหายไปในพริบตา "เพราะฉะนั้น..." คีรินทร์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนหน้าผากของเราชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สื่อความหมายทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจ "เลิกงอน เลิกทำตัวเป็นเด็กดื้อ แล้วฟังฉันให้ดี..." ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยไล้ข้างแก้มของเธอแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนเธอแทบละลาย "เป็นแฟนกันนะ... พิมพ์ใส" คำพูดที่รอคอยหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักสวยนั้นในที่สุด หัวใจของพิมพ์ใสเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก รอยยิ้มหวานหยดผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ แม้จะยังอยากแกล้งงต่ออีกสักนิด แต่ความสุขที่เอ่อล้นมันทำให้เธอพยักหน้ารับเบาๆ "ถ้านายช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ฉันจะไปรับโทรศัพท์ไอ้ธามจริงๆ ด้วยนะ..." พิมพ์ใสกระซิบกระซอ0ชิดริมฝีปากเขา แววตาระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ คีรินทร์แค่น "หึ" ในลำคอ ดวงตาคมดุหรี่ลงอันตราย "กล้าเหรอ? ลองดูสิ ฉันจะจูบให้ลุกจากเตียงไม่ได้ไปอีกสามวันเลยยัยตัวแสบ" ร่างสูงรวบเอวบางเข้าหาตัวเตรียมจะมอบบทลงโทษคนปากเก่งให้หนทา สะใจสักยก แต่ทว่า... ก๊อกๆๆๆ! เสียงเคาะประตูห้องนอนด้านนอกดังขึ้นอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงทุ้มห้าวที่ตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่นห้องพัก "พิมพ์ใส! เปิดประตูให้พี่หน่อย! พี่รู้ว่าน้องอยู่ในห้อง! ไอ้คีย์มันไม่ได้อยู่กับน้องใช่ไหม เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงนั้น... เสียงของธาม! คีรินทร์ชะงักกкаก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงดาร์กสนิทลงในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนห้องแทบจะติดลบ พิมพ์ใสหน้าถอดสี หันขวับมองหน้าแฟนหนุ่มหมาดๆ ที่ตอนนี้ดวงตาวาวโรจน์ราวกับซาตานพร้อมฆ่าคนได้ทุกเมื่อ! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" มาจนถึงตอนนี้ เตรียมรับมือกับความหึงโหดขั้นสุดในตอนหน้ากันได้เลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%