"ถ้าคิดจะยืนเป็นก้างขวางคอคนอื่น... ช่วยกรุณาถือชานมไข่มุกให้มันเงียบๆ หน่อยเถอะวะ ไอ้ธาม"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดของคีรินทร์ ทำเอาบรรยากาศในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ที่อวลไปด้วยกลิ่นกาวลาเท็กซ์และกระดาษชานอ้อย ถึงกับอุณหภูมิลดฮวบลงทันที
พิมพ์ใสสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งของร่างสูงที่ยังคงครอบครองพื้นที่ส่วนตัวของเธอไว้อย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวแจ่มชัดยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก เมื่อหันไปเห็นบุคคลที่ไม่คาดฝันยืนยิ้มกริ่มถือแก้วชานมไข่มุกอยู่ตรงประตูห้องสตูดิโอ
ธาม รุ่นพี่หนุ่มเจ้าเสน่ห์จากคณะวิศวะฯ ที่ชอบแวะเวียนมาป้วนเปี้ยนแถวนี้บ่อยเกินความจำเป็น ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ สายตาคมกริบกวาดมองคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อย
"แหม... พี่ก็ไม่ได้อยากจะขัดจังหวะอะไรเบอร์นั้นหรอกนะคีย์" ธามลากเสียงกวนประสาท เดินน่องทอดน่องเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของเดือนวิศวะฯ เลยสักนิด "แต่เห็นยืนหน้าดำคร่ำเครียดใส่กันอยู่ตั้งนาน นึกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายอะไร ที่แท้... ก็กำลังเคลียร์พื้นที่หัวใจกันอยู่นี่เอง"
"ปากดีนะมึง" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุหรี่ลงจ้องเขม็งไปยังคู่ปรับตัวฉกาจ ขายาวก้าวเข้ามาบังร่างบางของพิมพ์ใสไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนแบบไม่คิดจะปิดบัง "ถ้าว่างมากนัก ก็ไสหัวกลับตึกตัวเองไปซะ หรืออยากจะให้กูช่วยส่งกลับด้วยวิธีพิเศษ"
"ใจเย็นหน่า น้องคีย์ พี่แค่เอาชานมมาให้น้องพิมพ์เขาต่างหาก เห็นปั่นโมเดลจนดึกดื่นป่านนี้ เดี๋ยวจะหมดแรงซะก่อน" ธามยักคิ้วหลิ่วตา ส่งยิ้มหวานหยดให้พิมพ์ใสที่ตอนนี้ยืนเม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ปนความเขินอายที่ยังค้างคา
"ขอบคุณค่ะพี่ธาม แต่พิมพ์เกรงใจ... อีกอย่าง พิมพ์มีคนดูแล 'พิเศษ' แล้วค่ะ" พิมพ์ใสเน้นเสียงคำว่า 'พิเศษ' พร้อมกับเหลือบสายตาไปค้อนคนข้างตัวที่ทำหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม
คำพูดของเธอทำเอาคีรินทร์ชะงักไปนิด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นมาได้เสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาตีหน้าขรึมตามฟอร์มพระเอกสายซึน
"ได้ยินชัดแล้วนะ?" คีย์หันไปตอกย้ำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ถ้าหูไม่หนวก ก็เชิญกลับไปได้แล้ว และคราวหลัง... หัดเคาะประตูก่อนเข้าห้องคนอื่นเขานะวะ"
ธามหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หล่า ชูดื่มชานมในมือขึ้นโบกเบาๆ "โอเคๆ ยอมแพ้ก็ได้วะ คนเขาสวีทกัน... พี่ไม่กวนละ เชิญพวกน้องๆ เคลียร์ปعกันต่อตามสบายนะจ๊ะ" พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวเดินผิวปากออกไปจากห้อง ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง
บรรยากาศในห้องกลับมาอึดอัดระคนประหม่าทันทีที่ประตูห้องปิดลง
พิมพ์ใสค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ตอนนี้หันกลับมาจ้องเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นจนเธอเดาไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามอยู่ในอกราวกับจะกระโดดออกมาข้างนอกให้ได้ ภาพเหตุการณ์ก่อนที่ไอ้ธามจะโผล่เข้ามาพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมอง คำพูดที่คีย์หลุดปากออกมาด้วยความลืมตัว...
*“ก็เพราะว่าฉัน... หึงเธอยังไงล่ะพิมพ์ใส!”*
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายปากร้ายอย่างคีรินทร์เนี่ยนะ... จะยอมรับออกมาตรงๆ แบบนั้น
"มองอะไรเล่า..." พิมพ์ใสแกล้งทำเป็นเฉไฉ หลบสายตาร้อนแรงคู่นั้นด้วยการก้มลงหยิบคัตเตอร์บนโต๊ะมาหมุนเล่นแก้เก้อ "จะกลับตึกตัวเองได้แล้วมั้ง ดึกมากแล้วนะ"
"ใครบอกว่าจะกลับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันควัน พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ย! ถอยไปเลยนะ คีย์..." พิมพ์ใสผถดถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นกระดาษและเศษโฟมกระจัดกระจาย แต่เธอกลับสนใจแค่อกแกร่งที่ขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง
คีรินทร์ไม่ยอมถอย เขาวางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะ กักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมกริบก้มลงมองสบตาเธอในระยะประชิด ชนิดที่ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"ปากดีจังนะ..." คีย์กระซิบเสียงพร่า แววตาที่เคลดขัดเคืองเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งอ่อนโยนจนน่ากลัว "เมื่อกี้ยังกล้าเถียงฉันฉอดๆ อยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงได้หน้าแดงเป็นกุ้งต้มล่ะหึ?"
"ใครหน้าแดง! ร้อนต่างหาก ห้องสตูดิโอสถาปัตย์นี่ไม่เคยติดแอร์เย็นพออยู่แล้ว นายก็รู้!" พิมพ์ใสเชิดหน้าเถียงกลับทันคอ แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตามที
"โกหกไม่เนียนเลยนะพิมพ์..." นิ้วเรียวแกร่งของมือข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มใสของเธออย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาพิมพ์ใสตัวแข็งทื่อ ขยับตัวไปไหนไม่ได้ราวกับถูกมนต์สะกด "รู้ตัวไหม... ว่าเวลาเธอพยายามทำเป็นเก่ง แต่มือไม้สั่นเนี่ย มันน่าเอ็นดูแค่ไหน"
"ใครสั่น! ปล่อยนะคีย์!" พิมพ์ใสพยายามจะยกมือขึ้นผลักอกเขา แต่กลับถูกมือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างรวบขึ้นไปวางแนบไว้กับอกแกร่งของเขาแทน ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายส่งผ่านทะลุเนื้อผ้าจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ก็หลบไป พิมพ์จะเคลียร์โมเดลให้เสร็จ ไม่งั้นอาจารย์หักคะแนนตายแน่"
คีรินทร์เงียบไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาคมกริบสำรวจใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความประหม่าปะปนกัน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ปากแข็ง..." คีย์พึมพำแผ่วเบา "ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ"
"แล้วมัน..."
คำพูดทั้งหมดของพิมพ์สารถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นริมฝีปากของเธอด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ริมฝีปากอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาไม่ได้รุนแรงหรือเอาแต่ใจอย่างที่เธอคิด หากแต่มีความนุ่มนวล ละมุนละไม และเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกมากมายที่เขาเก็บซ่อนไว้มานาน
กำแพงความซึน ความปากร้าย และความดื้อรั้นทั้งหมดที่คีรินทร์สร้างขึ้นเพื่อปกป้องความรู้สึกพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความจริงใจที่ถ่ายทอดผ่านสัมผัสอ่อนหวานและเนิ่นนาน
พิมพ์ใสพยายามจะขัดขืนในตอนแรก แต่ด้วยความไร้เรี่ยวแรงและเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรง ทำให้มือที่เคยพยายามผลักอกเขากลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าบริเวณหน้าอกแกร่งของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เปลือกตาสองข้างค่อยๆ ปิดลง ยอมปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับความหอมหวานที่ชายหนุ่มมอบให้อย่างเต็มใจ
มันไม่ใช่แค่จูบ... แต่มันคือคำสารภาพที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
คีรินทร์ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้พิมพ์ใสได้ตักตวงอากาศหายใจเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความเคอะเขินจนไม่กล้าสบตาตรงๆ
ร่างสูงระบายยิ้มละมุนที่หาดูได้ยากยิ่งบนใบหน้าหล่อเหลา มือหนายังคงประคองกรอบหน้าของเธอไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วโป้งลูบไล้พวงแก้มเนียนแผ่วเบา
"ทีนี้... เชื่อหรือยัง ว่าฉันไม่ได้พูดเล่น" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงอบอุ่นและคลั่งรักจนพิมพ์ใสแทบละลายคาอก
"คนบ้า..." พิมพ์ใสพึมพำเสียงเบาหิว ซบหน้าลงกับอกแกร่งเพื่อซ่อนรอยยิ้มเขินอายที่ห้ามไม่อยู่
คีรินทร์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี โอบกอดร่างบางไว้แน่นด้วยความรู้สึกโล่งใจและเปี่ยมสุข ทว่า... ความสุขสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของพิมพ์ใสแผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศโรแมนติกในห้องสตูดิโอลงในเสี้ยววินาที
พิมพ์ใสสะดุ้งเล็กน้อย รีบผละออกจากอ้อมอกของคีย์เพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แต่เพียงแค่กวาดสายตาไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเท่านั้น รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของเธอก็พลันแข็งค้างในทันที
คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ ขยับเข้าไปชะโงกหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์บ้าง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ใบหน้าหล่อเหลาก็กลับมาบึ้งตึงดุร้ายยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นชื่อสายเรียกเข้า
*[มีน (เพื่อนสนิท)]* — ไม่ใช่... มันไม่ใช่ชื่อมีน
แต่เป็นชื่อของบุคคลที่คีรินทร์เกลียดขี้หน้าที่สุดในสามโลก และไม่คาดคิดว่าจะกล้าโทรมาหาเธอในเวลานี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักของคีย์และพิมพ์ใสมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 25
จูบแรกที่ไม่ได้ตั้งใจแต่หัวใจต้องการ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!