เสียงกระดาษไขถูกขยำจนยับยู่ยี่ในมือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสตูดิโอสถาปัตย์ตึกเก่า เป็นเสียงที่ทำให้คนฟังสะดุ้งได้ไม่ยาก
"ถ้ายังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้ อีกนานไหมถึงจะยอมเข้าใจว่าฉันกำลังคลั่งจะตายอยู่แล้วฮะ พิมพ์ใส!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนตัดพ้อดังขึ้นโดยไม่มีการเกริ่นนำ คีรินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางที่กำลังยืนถือคัตเตอร์ค้างไว้หน้าโต๊ะดราฟต์ แววตาคมกริบของเดือนวิศวะปีสามคู่นั้นไม่ได้ดุร้ายเหมือนทุกที หากแต่เต็มไปด้วยร่องรอยของความอดทนที่เดินทางมาถึงขีดจำกัด
ใบหน้าของพิมพ์ใสร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอึดอัดหลังคืนนั้นคลี่คลายลง แทนที่ด้วยความวาบหวามและระลอกคลื่นแห่งความคลั่งรักที่ซัดสาดเข้ามาอย่างไม่มีทางหนี เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามตั้งสติแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด
"แล้วใครใช้ให้พี่คีย์มาคลั่งล่ะคะ? ถอยไปเลยนะ พิมพ์จะทำงานส่งอาจารย์พรุ่งนี้อยู่แล้ว" พิมพ์ใสแสร้งทำเป็นก้มมองโมเดลตรงหน้า ทั้งที่มือเรียวที่ถือคัตเตอร์สั่นระริกจนบังคับไม่อยู่
คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาอีกก้าว จนพื้นที่ว่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสเปรย์กาวลาเท็กซ์รอบตัวเขาทำให้สติของพิมพ์ใสกระเจิงไปไกล มือหนาเอื้อมไปฉวยคัตเตอร์ออกจากมือเล็กแล้ววางลงบนโต๊ะอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะใช้สองมือยันขอบโต๊ะดราฟต์ไว้ กักขังร่างบางให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย
"ทำงานเหรอ? หึ มองหน้าฉันเดี๋ยวนี้เลยนะพิมพ์ใส... เธอคิดจะทำตัวห่างเหินใส่ฉันแบบนี้ไปถึงไหน? ไอ้ท่าทางเฉไฉ หลบตา แล้วก็ไปยืนใกล้ไอ้ธามวิศวะโยธาคนนั้น มันหมายความว่ายังไง!"
น้ำเสียงของคนตัวโตเข้มขึ้น ยิ่งพูดคิ้วหนาก็ยิ่งขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม ความหึงหวงที่สะสมมาหลายวันระเบิดออกมาผ่านแววตาวาวโรจน์ คีรินทร์เป็นพวกปากร้ายและฟอร์มจัดเป็นที่หนึ่ง แต่เรื่องความขี้หวงบอกเลยว่ายืนหนึ่งในคณะวิศวะเช่นกัน ยิ่งคิดถึงภาพที่ธามรุ่นพี่ตัวแสบมายืนส่งยิ้มหวานหยดให้พิมพ์ใสเมื่อตอนบ่าย เลือดในกายเขาก็พุ่งพล่านจนแทบอยากจะต่อยกำแพงสลับกับดึงตัวแม่นี่มาเขย่าแรงๆ สักทีสองที
พิมพ์ใสเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้น ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น แม้ในใจจะแอบกรีดร้องด้วยความเขินอายจนแก้มร้อนผ่าวไปหมด แต่ศักดิ์ศรีของสาวสถาปัตย์ปีสองมันค้ำคอ จะให้ยอมรับง่ายๆ ว่าแคร์เขามากแค่ไหนได้ยังไงกันเล่า
"แล้วทำไมพิมพ์ต้องรายงานทุกฝีก้าวด้วยล่ะคะ? พิมพ์จะคุยกับใคร จะยืนใกล้ใครมันก็เรื่องของพิมพ์... อุ๊บ!"
ประโยคยียวนถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคนตัวโตหมดความอดทนที่จะต่อปากต่อคำ คีรินทร์ก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงคำไม่ตกฟากด้วยเรียวปากของตัวเองอย่างรวดเร็ว ไม่มีทีท่าลังเลแม้แต่น้อย
สัมผัสอุ่นจัดที่แนบชิดลงมาทำให้โลกทั้งใบของพิมพ์ใสหยุดหมุนไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่ออยู่ใต้พันธนาการอันเร่าร้อนและเอาแต่ใจ ปลายจมูกโด่งชนกันพอดี กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความอบอุ่นที่เธอคุ้นเคยโอบล้อมรอบตัว จนหัวใจที่เคยพยายามแข็งกระด้างละลายเหลวเป็นน้ำในพริบตา
มือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยบาง บังคับให้เธอรับสัมผัสที่ลึกซึ้งและเรียกร้องมากขึ้น ความโกรธขึงและความหึงหวงเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาและทะนุถนอม คีรินทร์ขบเม้มริมฝีปากเธอนุ่มนวลก่อนจะผ่อนลมหายใจอุ่นรดข้างแก้ม เมื่อรู้สึกว่าคนตัวเล็กเริ่มอ่อนระทวยและเผลอจูบตอบเขากลับอย่างเก้ๆ กังๆ
ร่างสูงผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย แต่หน้าผากยังคงชนติดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจของทั้งคู่หอบถี่ระรัว แววตาของคีรินทร์ในยามนี้อ่อนแสงลงจนน่าใจหาย ไม่มีคราบของเดือนวิศวะปากร้ายจอมดุเหลืออยู่เลย มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเว้าวอนด้วยหัวใจ
"ปากเก่งนักนะ... รู้ไหมว่าฉันทรมานแค่ไหนที่ต้องทนเห็นเธอยิ้มให้ไอ้คนอื่น" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสที่แดงก่ำ "อย่าทำแบบนี้อีก... พิมพ์ใส"
พิมพ์ใสหลุบตาลงต่ำ พยายามซ่อนประกายความหวานที่เอ่อล้นในแววตา มือเล็กที่กำเสื้อยืดสีดำของเขาไว้แน่นคลายออกทีละน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เธอยอมรับก็ได้... ว่าพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายคนนี้ราบคาบตั้งแต่คืนนั้นแล้ว
"ใครใช้ให้พี่ปากร้ายใส่พิมพ์ก่อนล่ะคะ..." เธอกระซิบตอบเสียงเบาหวิว ช้อนตาขึ้นมองเขาด้วยความค้อนนิดๆ "ถ้าพี่คีย์ยอมพูดดีๆ กับพิมพ์ตั้งแต่แรก เรื่องมันก็ไม่ต้องยุ่งยากแบบนี้หรอก"
คีรินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู ยื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคลียแก้มให้อย่างเบามือ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วห้องสตูดิโอเก่าๆ ท่ามกลางกองกระดาษและโมเดลสถาปัตย์
"ก็คนมันหวง... จะให้พูดจาหวานเลี่ยนเหมือนไอ้พวกเด็กโรแมนติกมันไม่ใช่ฉันนี่" คีรินทร์พึมพำเสียงนุ่ม โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หมายจะกดจูบซ้ำอีกสักทีเพื่อเป็นการทำโทษคนปากแข็ง
แกร๊ก!
เสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟนีออนสว่างวาบสาดส่องเข้ามาในห้องสตูดิโอร้าง พร้อมเสียงใสแจ๋วของมีนเพื่อนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
"ยัยพิมพ์! แกอยู่หนะ— อุ๊ย ตายแล้ว! ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมเนี่ย?!"
คีรินทร์ชะงักค้างทันที ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาในเสี้ยววินาทีด้วยความขัดเคืองใจ ขณะที่พิมพ์ใสสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งให้ออกห่างด้วยความตกใจหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อหันไปเห็นบุคคลที่ไม่คาดฝันยืนยิ้มกริ่มถือชานมไข่มุกอยู่ตรงประตู
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักของคู่นี้เสมอนะคะ!
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 24
เคลียร์ใจในห้องเขียนแบบ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!