"ถ้าพี่ยังไม่ถอยออกไปสามก้าว น้องจะเอาฟิวเจอร์บอร์ดเล่มนี้ฟาดหน้าหนาๆ ของพี่ให้หักคาสายตากรรมการคุมสอบจริงๆ ด้วยนะคะ!"
น้ำเสียงใสที่เจือความหงุดหงิดจนแทบจะพ่นไฟออกมา ทำให้กลุ่มนักศึกษาปีสองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่กำลังรุมล้อมโต๊ะทำงานริมหน้าต่างถึงกับสะดุ้งโหยง มีนที่กำลังถือคัตเตอร์กรีดกระดาษชานอ้อยอยู่ข้างๆ รีบถอยกรูดเว้นระยะห่างทันที พร้อมกับส่งสายตาเตือนสติเพื่อนสนิทแบบรัวๆ
แต่คนถูกท้าทายอย่างธาม รุ่นพี่ปีสามตัวอันตรายจากคณะวิศวกรรมศาสตร์กลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านเลยสักนิด เขาไม่ได้ถอยหลังตามคำขู่ กลับโน้มใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เข้ามาใกล้กว่าเดิมจนสันจมูกโด่งเกือบจะชนกับกรอบแว่นสายตาของพิมพ์ใสอยู่รำไร กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนหญิงสาวต้องเม้มริมฝีปากแน่น
"ดุเป็นแมวเปอร์เซียท้องแก่ไปได้นะเรา..." ธามหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ สายตากราดมองกระดาษอาร์ตมันพิมพ์เขียวโมเดลอาคารที่พิมพ์ใสเพิ่งร่างเสร็จด้วยความสนใจ "พี่แค่จะมาเตือนด้วยความหวังดี ว่าโปรเจกต์มิดเทอมตัวนี้ อาจารย์ฝ่ายประเมินเขาเคี่ยวเรื่องสเกลมาก ถ้าดื้อดึงใช้ระยะนี้ มีหวังโดนตีตกยกกลุ่ม... สนใจให้พี่ช่วยติวตัวต่อตัวแบบเอ็กซ์คลูซีฟไหมล่ะ พิมพ์ใส?"
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่ล้นจนจะล้นทะลักออกหูของพี่นะคะ แต่เกรงใจค่ะ พอดีกลุ่มพวกเรามือสะอาดพอ ไม่ต้องพึ่งพาเส้นสายหรือคนนอกมาช่วยแก้งานให้" พิมพ์ใสสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแววท้าทายและดื้อรั้นอย่างชัดเจน เธอจ้องสบตากับรุ่นพี่หนุ่มตัวสูงแบบไม่มีก้มหัวให้แม้แต่น้อย สมกับฉายา 'ยัยตัวแสบแห่งภาควิชาสถาปัตย์' ที่ใครๆ ต่างพากันขนานนาม
บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานอบอวลไปด้วยความตึงเครียดปนความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนๆ ร่วมชั้น จนกระทั่งมีนต้องกระแอมไอเบาๆ แล้วเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อผ้ากันเปื้อนยีนส์ของพิมพ์ใสเป็นการส่งสัญญาณเตือน
"เอ่อ... พี่ธามคะ พอดีพวกหนูต้องรีบปั่นโมเดลส่งอาจารย์บ่ายนี้จริงๆ ค่ะ ไว้โอกาสหน้าค่อยคุยกันนะคะ" มีนรีบตัดบทด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ แต่แฝงความแสบสันตามสไตล์สาวสถาปัตย์
ธามไวกว่าที่คิด เขาเหลือบมองมีนแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาส่งสายตาหวานเชื่อมให้พิมพ์ใสอีกครั้ง "ก็ได้... พี่ไม่กวนเวลาน้องพิมพ์แล้ว แต่จำไว้นะครับ ว่าข้อเสนอของพี่เปิดรับเสมอ" พูดจบเขาก็ยอมผละตัวออกไป พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากที่ทำเอาสาวๆ โต๊ะข้างๆ ถึงกับใจละลาย แต่ไม่ใช่กับพิมพ์ใสที่ตอนนี้พ่นลมหายใจพรืดออกมาด้วยความหงุดหงิด
ทันทีที่แผ่นหลังกว้างของธามลับตาไปจากสตูดิโอ มีนก็รีบหันขวับมาหาเพื่อนรักทันที
"ยัยพิมพ์ แกนี่มันแม่เหล็กดึงดูดตัวปัญหาจริงๆ นะ! รู้ทั้งรู้ว่าไอ้พี่คีย์สุดที่รักของแกหวงแกยิ่งกว่าไข่ในหิน ยังจะไปยืนต่อปากต่อคำกับตาธามให้เป็นข่าวเม้าท์อีก" มีนบ่นอุบพร้อมกับใช้ด้ามคัตเตอร์เคาะโต๊ะเบาๆ "ว่าแต่... เมื่อคืนก่อนโน้น แกหายหัวไปไหนมา ถึงค่ายอาสาฯ จะกลับมาดึกดื่น แต่ฉันเห็นนะว่าใครมาส่งหน้าหอ..."
คำถามของมีนทำเอาพิมพ์ใสที่กำลังจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กถึงกับชะงักกึก ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนลอยย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองอย่างรวดเร็วราวกับกดปุ่มรีเพลย์
คืนนั้น... หลังจากเหตุการณ์ชุลมุนที่คีย์ตามไปลากเธอออกมาจากวงล้อมของพวกเด็กวิศวะสายเมา คีรินทร์ในสภาพที่กรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ แต่ดวงตากลับคมกริบและดุดันยิ่งกว่าเดิมได้ดันเธอชิดติดกับผนังห้องพักของเขา ความเงียบงันที่น่าอึดอัดระคนกับเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่กอบกุมมือเธอไว้แน่น และประโยคสั้นๆ ปากร้ายแต่สั่นสะท้านหัวใจในความมืด:
*“ถ้าไม่อยากให้พี่คลั่งตายเพราะความเป็นห่วงเธอ... เลิกทำตัวเป็นเป้าสายตาให้คนอื่นเขาสะเออะเข้ามาจีบสักที ยัยตัวแสบ”*
หัวใจดวงน้อยของพิมพ์ใสเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความทรงจำเกี่ยวกับสัมผัสอุ่นที่ข้อมือและสายตาเวทนาแกมตัดพ้อของพ่อหนุ่มสายซึน ทำเอาเธอแทบไม่มีสมาธิจะจดจ่ออยู่กับเส้นสเกลตรงหน้าตั้งแต่ตื่นนอนลืมตาขึ้นมาเมื่อเช้า ต่างคนต่างหลบหน้า หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน ทั้งๆ ที่ตึกคณะวิศวะกับสถาปัตย์ก็อยู่ห่างกันแค่เอื้อมมือ
พิมพ์ใสสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปอย่างแรง จนปอยผมยาวเคลียแก้มไหวระริก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท
"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ยัยมีน! แกเลิกมโนแล้วก้มหน้าก้มตากรีดฟิวเจอร์บอร์ดของแกไปเลยนะ งานจะส่งอยู่แล้วยังจะมีอารมณ์มาเผือกเรื่องชาวบ้านอีก!"
"แหมๆ เสียงสูงเชียวนะยะ... ร้อนตัวแบบนี้แสดงว่ามีลับลมคมในชัวร์" มีนหรี่ตามองอย่างจับผิด แต่ยังไม่ทันจะได้ซักไซ้ต่อ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของพิมพ์ใสก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
พิมพ์ใสหยิบขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นข้อความทวงงานจากอาจารย์ หรือไม่ก็ข้อความกวนประสาทของธาม แต่พอปลดล็อกหน้าจอ ชื่อคนที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทำเอาเธอนิ่งงันไปชั่วขณะ
**[Kirin 🏍️]:**
*'เลิกเรียนแล้วลงมาเจอที่ลานจอดรถตึกสถาปัตย์... ถ้ากล้าหนีไปกับไอ้ธาม เธอโดนดีแน่'*
ข้อความสั้นๆ ห้วนๆ แต่แฝงความเผด็จการและน้ำเสียงคาดโทษตามแบบฉบับของ 'คีรินทร์' ทำเอาพิมพ์ใสรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที ความอึดอัดจากคืนก่อนที่พยายามหลบหน้ามาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตา หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนเธอต้องยกมือขึ้นมาทาบอกตัวเองเบาๆ
"ใครส่งมาเหรอแก หน้าตาเครียดเชียว" มีนชะโงกหน้าเข้ามาส่อง แต่มือบางของพิมพ์ใสไวกว่า รีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโต๊ะทันที
"ะ...เปล่า! ไม่มีอะไร!" พิมพ์ใสเสียงดังกลบเกลื่อนความพิรุธ ก่อนจะรีบเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋า "ฉัน... ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วนต้องไปเคลียร์ก่อน แกทำโมเดลต่อคนเดียวก่อนนะ!"
พูดจบเธอก็คว้ากระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่าแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีออกจากสตูดิโอทันที ทิ้งให้มีนยืนมองตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่รู้ทัน
เรียวขาเพรียวสาวเท้าก้าวลงจากตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง ความเขินอายผสมผสานกับความดื้อรั้นตีรวนกันอยู่ในอก ยิ่งเข้าใกล้ลานจอดรถด้านหลังตึกมากเท่าไหร่ ลมหายใจของเธอก็ยิ่งติดขัดมากขึ้นเท่านั้น รถจักรยานยนต์บิ๊กไบต์คันใหญ่สีดำสนิทคุ้นตาจอดสงบนิ่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ และร่างสูงโปรดของหนุ่มวิศวะในชุดช็อปสีรมควันกำลังยืนกอดอกพิงเบาะรถ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจดจ้องมาที่ทางเดินราวกับเสือรอตะครุบเหยื่อ
ทันทีที่เห็นร่างบางเดินเข้ามาใกล้ คีรินทร์ก็ผละตัวออกจากรถ ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเธอด้วยใบหน้าถมึงทึง ปากร้ายๆ ที่มักจะพ่นคำพูดกวนประสาทขยับขึ้นลงทันที
"นึกว่าจะมุดหัวหนีหายไปอยู่ใต้โต๊ะเขียนแบบซะแล้วนะ ยัยตัวแสบ..."
พิมพ์ใสเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ในใจจะหวั่นไหวกับรัศมีความดุและกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาแค่ไหนก็ตาม เธอกลืนน้ำลายลงคออึกลุกใหญ่ ก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน
"ใครหนีไม่ทราบคะ! แล้วนี่พี่มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ฉันต้องมารอพบฮะ รุ่นพี่คีย์!"
คีรินทร์ไม่ตอบคำถาม เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนพิมพ์ใสต้องผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาปูนของลานจอดรถ มือหนายื่นออกไปทาบกับเสาปูน กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างจำยอม ดวงตาคมปلاดดุจจันทร์เพ็ญมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก
"มีสิทธิ์อะไรเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนขนลุกซู่ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่บาง "ก็สิทธิ์ของการเป็นคนเมื่อคืนก่อน... ที่เกือบจะคลั่งตายเพราะเห็นเธอยืนยิ้มให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นยังไงล่ะ!"
ใบหน้าของพิมพ์ใสร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอึดอัดหลังคืนนั้นคลี่คลายลง แทนที่ด้วยความวาบหวามและระลอกคลื่นแห่งความคลั่งรักที่ซัดสาดเข้ามาอย่างไร้ทางหนี
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและอยู่เคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ <3
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 23
ความอึดอัดหลังคืนนั้น
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!