กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอบอุ่นลอยอบอวลอยู่รอบตัว ทว่าสิ่งที่ร้อนยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้องปาร์ตี้ของคณะสถาปัตย์ตอนนี้ คือสายตาคู่คมที่กำลังจ้องมองมาทางพิมพ์ใสผ่านแสงไฟนีออนสลัว
"มองอะไรนักหนาคะรุ่นพี่ คอหักหรือไงถึงได้เอียงคอมองขนาดนั้น" พิมพ์ใสแกล้งยกแก้วค็อกเทลสีฟ้าใสขึ้นจิบ กลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นรำไปจังหวะเดียวกับเพลงบีทหนักๆ ที่เปิดคลอในงาน ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มเล่นงานจนปลายนิ้วชาหนึบ แต่สติส่วนหนึ่งยังคงทำงานได้ดีพอที่จะรู้ว่า... การยืนประจันหน้ากับคีรินทร์ในระยะประชิดแบบนี้ อันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าการส่งแบบโมเดลตึกยักษ์เข้าประกวดซะอีก
"เปล่า... แค่กำลังคิดว่าเธอเมาแล้วปากเก่งขึ้นเป็นกอง หรือปกติก็ปากดีแบบนี้อยู่แล้ว" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอเกือบจะชนเข้ากับผนังห้องสตูดิโอที่ถูกเนรมิตเป็นฟลอร์ปาร์ตี้ชั่วคราว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำให้พิมพ์ใสต้องสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้อันตรายชะมัด!
"ปากดีแล้วทำให้พี่สะเทือนใจหรือไงคะ?" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าขาเริ่มจะยืนไม่ค่อยตรงเท่าไหร่แล้วก็เถอะ "ถ้ากลัวนัก ก็ถอยไปสิคะ ทางตั้งกว้าง ไม่รู้จะมาเบียดทำไม"
"ทางกว้างเหรอ?" คีย์ทวนคำเสียงพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ตอนนี้เจ่อขึ้นนิดหน่อยเพราะเจ้าตัวเพิ่งกัดมันแก้เขิน "แต่ฉันชอบยืนตรงนี้... ตรงที่มีคนปากเก่งแถวนี้ยืนอยู่"
จังหวะนั้นเสียงเพลงรอบตัวราวกับเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่ข้างแก้ม พิมพ์ใสรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้องจนปั่นป่วนไปหมด ยิ่งเห็นดวงตาคู่คมที่มักจะดุและซึนใส่เธอเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับฉายแววปรารถนาบางอย่างที่ปิดไม่มิด ยิ่งทำให้สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเริ่มกระเจิดกระเจิง
คนตัวสูงกว่าโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ จนหน้าผากแทบจะชนกัน ลมหายใจที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ยิ่งทำให้บรรยากาศระหว่างเขาทั้งคู่ร้อนระอุขึ้นไปอีกขั้น คีย์ไม่ได้พูดอะไรต่อ มีเพียงสายตาที่เว้าวอนและดุดันในเวลาเดียวกัน สายตาที่บอกชัดเจนว่าเขากำลังอดทนกับอะไรบางอย่างสุดขีด
พิมพ์ใสหลับตาลงโดยอัตโนมัติเมื่อปลายจมูกโด่งของเขาคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม หัวใจเต้นโครมครามจนดังสะท้อนอยู่ในหู ความมึนงงจากแอลกอฮอล์ทำให้เธอยอมปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามความรู้สึก มือเรียวเล็กที่เคยดันอกแกร่งไว้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้น ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งนี้กำลังจะดึงพวกเขาก้าวข้ามเขตอันตรายที่ขีดไว้
ริมฝีปากของเขากำลังจะแตะลงมาบนเรียวปากของเธออยู่แล้ว...
"เฮ้ย! คีย์! ทางนี้หน่อยโว้ย รุ่นพี่ฝ่ายกิจการตามหาตัวว่ะ!"
เสียงตะโกนแหวกอากาศของเพื่อนสนิทฝั่งวิศวะดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงเพลง ทำเอาคีรินทร์ชะงักกึก เขากัดกรามแน่นอย่างขัดใจ ก่อนจะถอนใบหน้าออกห่างจากเธอช้าๆ ด้วยความเสียดาย พิมพ์ใสลืมตาสองข้างขึ้นกะพริบปริบๆ สติที่เกือบจะหลุดลอยกลับเข้าร่างฉับพลันเมื่อตระหนักได้ว่าเกือบจะทำเรื่องบ้าอะไรลงไป
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตารีดมาแนบแก้ม
"รอดตัวไปนะยัยตัวแสบ" คีย์กระซิบเสียงต่ำด้วยความหงุดหงิด ดวงตาคมยังคงมองริมฝีปากเธอไม่วางตา ก่อนจะเอื้อมมือมาปัดปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มให้แผ่วเบa "แต่อย่าคิดนะว่ารอดตัวไปได้ง่ายๆ คราวหน้า... ไม่มีใครมาขัดแน่"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินผละออกไปปล่อยให้เธอยืนใจเต้นแรงอยู่ลำพัง พิมพ์ใสยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังร้อนผ่าว รีบสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมาก่อนที่ขาอ่อนแรงคู่นี้จะพับลงไปกองกับพื้น
ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ที่ระเบียงด้านนอก เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยของใครอีกคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับมืออุ่นที่คว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของเธอ
"พิมพ์... อยู่คนเดียวเหรอครับ สนใจไปหาอะไรดื่มข้างนอกกับพี่ไหม?"
พิมพ์ใสชะงัก หันขวับไปมองเจ้าของเสียง... ธาม รุ่นพี่วิศวะตัวอันตรายที่คอยตามตื้อเธอไม่เลิก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขากำลังจุดประกายความวุ่นวายครั้งใหม่ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและลุ้นไปกับเคมีสุดฟินของคีย์และพิมพ์ใสนะคะ!
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 22
ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่ง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!