คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 5

รุ่นพี่ตัวร้ายกับสายตาพิฆาต

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นคละคลุ้งของกาวลาเท็กซ์และคัตเตอร์คมกริบที่เพิ่งกรีดลงบนกระดาษชานอ้อยยังไม่ทันจางหาย เสียงหัวเราะคิกคักของมีนก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางกองโมเดลจำลองโปรเจกต์ตึกคณะสถาปัตย์ “แหม... พิมพ์แกดูสิคะ สายตานั่นน่ะไม่ได้มองมาที่โมเดลตึกระฟ้าของแกเลยนะ เขามองทะลุมาถึงวิญญาณแกแล้วมั้งนั่น” มีนกระศิบกระซอพร้อมกับใช้ศอกสะกิดเบาๆ ที่แขนของพิมพ์ใส พิมพ์ใสขมวดคิ้วมุ่น ปลายดินสอในมือเกือบหักคามือ เธอไม่ได้สนใจเสียงแซวของเพื่อนสาวตัวดีสักนิด เพราะดวงตากลมโตกำลังจดจ้องอยู่กับร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนพิงเสาโรงจอดรถตึกคณะวิศวะฝั่งตรงข้ามอย่างอวดดี คีรินทร์ หรือ ‘คีย์’ เดือนคณะวิศวะปีสามกำลังยืนกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นก้อนหิน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่โต๊ะทำงานของเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้กินพริกเข้าไปเป็นไร่หรือยังไง ถึงได้หน้าตึงเป็นตูดทอดแบบนั้นตลอดเวลา! “มองอะไรของเขานักหนาก็ไม่รู้ โรคจิตหรือไง” พิมพ์ใสพึมพำลอดไรฟัน มือเรียวหยิบไม้บรรทัดเหล็กขึ้นมาวัดสเกลงานต่อด้วยความหงุดหงิดนิดๆ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวผิดจังหวะทุกครั้งที่หางตาเหลือบไปเห็นว่าเขายยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ยอมขยับไปไหนเลยสักนิด “โรคจิตที่ไหนจะหล่อละลายใจเบอร์นั้นคะคุณขา” มีนทำท่าเพ้อฝัน “ว่าแต่... ระวังตัวไว้เถอะค่ะแม่คุณ ช่วงนี้เสือดาวอย่างพี่คีย์เขาทำท่าจะตะปوبเหยื่อแล้วนะ” “เสือดาวอะไรล่ะ แมวป่วยมากกว่า ปากร้ายใจร้ายซะขนาดนั้น” พิมพ์ใสแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่แก้มเนียนใสเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ใครเหรอครับแมวป่วย... พูดถึงผมอยู่หรือเปล่าเอ่ย?” เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับเงาของร่างสูงที่ทาบทับลงมาบนโต๊ะทำงาน พิมพ์ใสสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย รีบเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ทันที หัวใจที่เต้นรำวนอยู่ในอกเมื่อครู่แทบจะหล่นลงไปกองที่ตาตุ่ม เมื่อพบว่าคนที่ยืนยิ้มพราวเสน่ห์อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คีรินทร์หน้ายักษ์คนนั้น แต่เป็น ‘พี่ธาม’ รุ่นพี่ปีสามจากภาควิชาเดียวกันกับคีย์—หนุ่มฮอตตัวพ่อที่มีข่าวลือหนาหูว่าตามจีบสาวสถาปัตย์อยู่ครึ่งค่อนคณะ ธามในชุดช็อปวิศวะสีกรมท่าปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและสร้อยเงินเส้นเล็ก เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับพิมพ์ใส ดวงตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความเจ้าชู้ที่ปิดไม่มิด “อ้าว พี่ธาม... สวัสดีค่ะ” พิมพ์ใสรีบวางไม้บรรทัดลง ยิ้มรับตามมารยาท แม้ในใจจะแอบลอบถอนหายใจยาว “มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะคณะสถาปัตย์ออกจะไกลจากตึกพี่ตั้งเยอะ” “ไกลตรงไหนกันล่ะครับ แค่ข้ามตึกมานิดเดียวเอง... อีกอย่าง พี่ได้ข่าวว่ามีคนแถวนี้กำลังหัวหมุนกับโมเดลส่งอาจารย์ ก็เลยแวะเอา ‘กำลังใจ’ มาฝาก” ธามว่าพลางวางแก้วกาแฟเย็นช็อกโกแลตปั่นแบรนด์ดังลงบนโต๊ะทำงานของเธอ ใกล้กับชิ้นส่วนโมเดลที่ยังประกอบไม่เสร็จพอดี “กินซะหน่อยนะครับ จะได้มีแรงตัดโมเดลต่อจนสว่าง” “เอ่อ... ขอบคุณนะคะพี่ธาม แต่เกรงใจจังเลยค่ะ จริงๆ พิมพ์ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะค่ะ” พิมพ์ใสปฏิเสธอย่างนิ่มนวล แม้จะเกรงใจแต่ก็ไม่อยากรับของจากผู้ชายที่มีข่าวพัวพันกับสาวๆ ไม่ซ้ำหน้าคนนี้เท่าไหร่ “เกรงใจอะไรกันล่ะครับ คนกันเองทั้งนั้น” ธามส่งยิ้มละลายใจ พลางถือวิสาสะยื่นมือมาหยิบเศษกระดาษชานอ้อยที่ติดอยู่บนเส้นผมยาวสลวยของพิมพ์ใสออกให้อย่างแผ่วเบา “ผมอุตส่าห์ตั้งใจเดินมาให้นะครับเนี่ย” จังหวะที่ปลายนิ้วของธามเฉียดผ่านกรอบหน้าและเส้นผมของเธอ มีนที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับแอบเอามือปิดปากทำตาโตด้วยความลุ้นระทึก ส่วนพิมพ์ใสเองก็ทำได้เพียงชะงักค้างไปชั่วขณะด้วยความประหม่า ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน! อุณหภูมิรอบโต๊ะทำงานของพิมพ์ใสลดฮวบลงราวกับติดแอร์ติดลบ แรงกดดันบางอย่างพุ่งทะยานเข้ามาอย่างไร้ที่มา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะจะโคนอันน่ากลัว “มือเติบดีนี่... ถึงขนาดกล้ามาลูบหัวคนของคนอื่นถึงถิ่นเลยเหรอวะ, ธาม” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าแต่น่าเกรงขามดังขึ้นจากด้านหลัง ธามชะงักมือที่ค้างอยู่กลางอากาศแล้วหันขอบตาไปมอง ส่วนพิมพ์ใสเบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของ ‘คีย์’ ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวพ่อหนุ่มวิศวะสายซึนจนมีนถึงกับต้องรีบถอยกรูดหลบรัศมีรัศมีสงครามประสาท คีรินทร์ยืนจ้องหน้าธามนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นเงียบๆ กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน มือหนาทั้งสองข้างกำמתแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชัดเจนว่าความอดทนของพ่อหนุ่มตัวตึงวิศวะได้ขาดผึ่งลงเรียบร้อยแล้ว! “อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณชายคีรินทร์นี่เอง” ธามหันกลับมายิ้มกริ่มใส่คู่กรณี น้ำเสียงกวนประสาทถูกงัดออกมาใช้ทันที “เขาเรียกว่าแสดงความมีน้ำใจต่างหากล่ะวะ น้องเขาทำงานหนัก นายเองก็ว่างนักไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่มาช่วยเขานั่งตัดโมเดลล่ะ” “เสือก!” คีย์สวนกลับสั้นๆ แต่เฉียบคมบาดลึกจนธามหบยิ้มไปชั่วขณะ ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น คีย์ก็ก้าวพรวดเข้าไปประชิดตัวพิมพ์ใสอย่างไร้การคาดเดา มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงพอประมาณแต่เด็ดขาด ก่อนจะกระชากเบาๆ ให้เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขากลางสายตาของเพื่อนร่วมคณะที่เริ่มหันมามองเป็นตาเดียว “ลุกขึ้น... กลับห้องเดี๋ยวนี้!” คีย์สั่งเสียงเข้ม ดวงตาคู่ดุจ้องมองเธอด้วยความหึงหวงที่ระอุจนแทบจะทะลักออกมานอกอก พิมพ์ใสหน้าตึงขึ้นมาทันที เธอสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ยอมแพ้ “นี่! ปล่อยนะพี่คีย์! เป็นบ้าอะไรของพี่เนี่ย อยู่ๆ ก็มาลากฉันอยู่ได้!” “ใช่... ฉันมันบ้า!” คีย์ก้มหน้าลงมาจนใบหน้าหล่อเหลาห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากเธอจนสั่นสะท้าน ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะคาดคั้นคำตอบบางอย่าง “ถ้าฉันไม่บ้าเดินมาดู... ป่านนี้เธอคงระเหجไปกินกาแฟกับไอ้หน้าหล่อนี่แล้วมั้ง, พิมพ์ใส!” “ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน! เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ทำไมฉันต้องฟัง—!” คำพูดของพิมพ์ใสขาดห้วงลงทันที เมื่อคีย์ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอได้เถียงต่ออีกแม้แต่คำเดียว ร่างสูงก้มลงคว้าแก้วช็อกโกแลตปั่นที่ธามซื้อมาให้โยนลงถังขยะข้างโต๊ะอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะกระชากข้อมือเธอให้เดินตามเขาไปโดยไม่สนสายตาใครทั้งสิ้น พิมพ์ใสตกใจจนตาโตพยายามจะยื้อยุด แต่แรงของเธอกลับสู้แรงช้างสารของคนตัวโตไม่ได้เลยสักนิด! “เดี๋ยวสιพี่คีย์! ปล่อยฉันนะ! อื้อ...!” ธามที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับหรี่ตามองด้วยรอยยิ้มมุมปาก ขณะที่พิมพ์ใสหัวใจเต้นรำด้วยความโกรธปนความตื่นตระหนกที่ถูกลากตัวออกไปต่อหน้าธารกำนัล ทว่าก่อนที่คีย์จะพาเธอพ้นเขตตึกสถาปัตย์ เขากลับหยุดเดินกะทันหันแล้วหันขวับกลับมาดันร่างบางให้แนบชิดกับเสาปูนเปลือยข้างทางเดินเพื่อหลบมุมผู้คน แผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับเสาปูนเย็นเฉียบ แต่ความเย็นนั้นเทียบไม่ได้เลยกับสัมผัสร้อนผ่าวจากมือหนาที่ตรึงข้อมือเธอไว้แน่นเหนือศีรษะ ใบหน้าหล่อเหลาของคีย์โน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจร้อนระอุรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียนที่แดงก่ำด้วยความโกรธ ดวงตาสีเข้มดุจเสือร้ายคู่นั้นจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดขืน ก่อนที่น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นระริกด้วยแรงหึงจะกระซิบชิดริมหูเธออย่างคาดโทษ “จำใส่สมองไว้ซะนะพิมพ์ใส... ถ้าเธอยังกล้าอ้าปากรับของจากผู้ชายหน้าไหนอีกรอบหน้า ฉันไม่แค่โยันทิ้งลงถังขยะแน่... แต่ฉันจะจูบเธอให้หายดื้อตรงนี้ โทษฐานที่ทำให้ฉันหึงจนแทบคลั่งตายอยู่แล้ว!” ________________________________________ *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเติมกาวใจให้เกียร์ตัวนี้เสมอนะคะ*
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%