ประโยคกวนประสาทของธามยังคงลอยเคว้งอยู่ในอากาศ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความตั้งใจปั่นประสาทไว้อย่างเต็มเปี่ยม ทว่าสิ่งพิมพ์ใสสนใจในวินาทีนี้ไม่ใช่สายตาเจ้าเล่ห์ของรุ่นพี่วิศวะคนนั้น หากแต่เป็นแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังยืนค้ำโต๊ะเขียนแบบของเธออยู่ต่างหาก
คีรินทร์ไม่ได้หันกลับไปมองธามทันที ชายหนุ่มเพียงแค่ชะوกาลเคลื่อนไหวเล็กน้อย กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนชัดเจน บรรยากาศรอบตัวที่อุณหภูมิปกติอยู่แล้ว กลับลดฮวบลงจนคล้ายมีไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวพ่อคุณหนูวิศวะคนนี้
"เสร็จธุระของนายแล้วก็ไสหัวไปซะ ธาม" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ
"แหม ใจร้อนจริงนะคีย์ ฉันแค่ผ่านมาเห็นเด็กสถาปัตย์เขากำลัง 'เคลียร์พื้นที่' ให้ท่านประธานสโมสรฯ ก็เลยแวะมาทักทายตามประสาคนมนุษยสัมพันธ์ดี" ธามจงใจเน้นเสียงคำว่าเคลียร์พื้นที่ พร้อมกับปรายตามามองกระดาษไขและคัตเตอร์ในมือพิมพ์ใสอย่างมีความหมาย
พิมพ์ใสขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ชอบให้ใครมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ หรือทำท่าทางเหมือนเธอเป็นเบี้ยในเกมการเข่นฆ่าระหว่างผู้ชายสองคนนี้
"ถ้าไม่มีอะไรทำแล้ว เชิญป้ายหน้าค่ะรุ่นพี่ธาม โต๊ะนี่ไม่ได้ต้อนรับคนว่างงาน" พิมพ์ใสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมตามสไตล์เด็กสถาปัตย์ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
ธามหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "สมเป็นเธอดีนะพิมพ์ใส ดุแบบนี้สิถึงน่า... สนใจ"
"ถ้านายยังไม่ไสหัวไป ฉันจะเอาน้ำยาเคมีกัดกระจกมาราดหัวนายตรงนี้แหละ" คีย์หันขวับกลับมา เสียงดุๆ นั้นต่ำจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนธามยอมยกมือขึ้นยอมแพ้แล้วเดินเลี่ยงออกไปจากสตูดิโออย่างอารมณ์ดี
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง บรรยากาศก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยสักนิด พิมพ์ใสถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนนิ่งค้างอยู่
"แล้วนายล่ะ จะยืนเป็นเสาหินทื่อๆ อยู่ตรงนี้อีกนานไหม? ไหนบอกว่าแค่มาเอาของ แล้วนี่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ปากแห้งผากจนจะแตกเป็นแผ่นอยู่แล้ว ยังจะทำเก๊กทำดุอยู่ได้" พิมพ์ใสบ่นพึมพำขณะกวาดสายตามองสำรวจอีกฝ่ายใกล้ๆ
ใกล้จนกระทั่งได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นยาอมแก้เจ็บคอ... และที่สำคัญ เธอยังสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อผุดพรายตามขมับหนาของเขา ทั้งที่เปิดแอร์ในสตูดิโอซะเย็นเฉียบ
คีย์ไม่เถียง เขาป้องปากไอเบาๆ ออกมาสองสามครั้ง สีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมที่เคยดุดันและพราวระยับด้วยความถือดี ตอนนี้กลับหรี่ลงราวกับคนอดนอนติดต่อกันมาสามวันสามคืน
"ฉันไม่ได้เป็นอะไร... แค่นอนน้อย" เสียงแหบพร่าเอ่ยปฏิเสธ แต่มันช่างไร้พลังสิ้นดี
"โกหกไม่เนียนเลยค่ะท่านประธาน หน้าซีดขนาดนี้ถ้าล้มพับไปใครจะแบกนายไหว หุ่นอย่างกับเสาไฟฟ้าแรงสูง" พิมพ์ใสย่นจมูกใส่ หมุนตัวเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วคุ้ยหาซองยาพกพาที่แม่บังคับให้ใส่ไว้ตลอดเวลา
เธอดึงแผงยาพาราเซตามอลและยาแก้ปวดลดไข้แกะออกมาสองเม็ด พร้อมกับแกะแก้วกระดาษรินน้ำอุ่นจากกระติกน้ำส่วนตัวยื่นไปตรงหน้าเขา
"กินซะ" สั่งเสียงเฉียบขาด
คีย์ก้มมองยาในมือเล็กสลับกับใบหน้าเรียวที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น คิ้วเข้มขมวดมุ่น "ฉันเกลียดการกินยา"
"โอ๋ๆ เด็กน้อยเหรอคะ? โตจนคว้าปริญญาตรีวิศวะอยู่รอมร่อแล้วยังจะกลัวเม็ด็ยาอีกเหรอ อ้าปากค่ะ... หรือจะให้ฉันป้อนแบบบดละเอียดละลายน้ำเหมือนเวลาป้อนเด็กอนุบาล?" พิมพ์ใสแกล้งทำเสียงล้อเลียน ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความสนุกที่ได้เห็นมุมเด็กๆ ของคนปากร้าย
คีย์กัดกรามแน่น ดวงตาคมกริบมองค้อนเธอวงใหญ่ แต่สุดท้ายก็ยอมรับเม็ดยาเข้าปากแล้วยกน้ำดื่มตามอึกใหญ่โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ ท่าทางจำยอมแบบนั้นทำเอาพิมพ์ใสเกือบหลุดหัวเราะออกมา
ทว่า... จังหวะที่คีย์ลดแก้วน้ำลง ดวงตาคมคู่นั้นก็ทอดมองเธอด้วยประกายความอ่อนโยนที่ลึกซึ้งจนคนถูกมองต้องชะงัก
"ทำไมต้องทำเป็นดุใส่ฉันตลอดเวลาด้วยล่ะ..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยแผ่วเบa ร Aวกับคนกระซิบกับตัวเอง แต่มันดังพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
พิมพ์ใสเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น "ใครดุ นายต่างหากที่หาเรื่องก่อนตลอด"
"พิมพ์..." คีย์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือแค่คืบเดียว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความอบอุ่นเจือความร้อนจากพิษไข้แผ่ซ่านเข้ามาห่อ
ก่อนที่พิมพ์ใสจะได้ถอยหนี นิ้วเรียวหนาก็เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที
"ตรงแก้มเปื้อนสีฝุ่น... รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย ว่าชอบทำตัวให้คนอื่นต้องคอยเป็นห่วงอยู่เรื่อย" น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุเหมือนเคย แต่มันเจือความอ่อนโยนและความเหนื่อยล้า จนพิมพ์ใสรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
เธอนิ่งอึ้ง สติหลุดลอยไปชั่วขณะกับสัมผัสอ่อนโยนที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากผู้ชายปากร้ายอย่างคีรินทร์ คนที่ชอบทำตัวเป็นศัตรูกับเธอทุกครั้งที่เจอหน้ากัน
และในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบงันอันน่าประหลาด...
*แอ๊ด...*
เสียงผลักประตูสตูดิโอไม้เก่าๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มร่าเริง
"อ้าว พิมพ์! ฉันลืมแบบแปลน... เฮ้ย! ขอโทษที ขัดจังหวะอะไรกันหรือเปล่า พอดีฉันไม่ได้ตั้งใจจะเห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้นะ..."
พิมพ์ใสเบิกตากว้างเมื่อหันไปเห็นว่าใครคือผู้มาใหม่ หัวใจที่เต้นรำวนอยู่ในอกเมื่อครู่แทบจะหล่นลงไปกองที่ตาตุ่ม!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้เสมอนะคะ
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 4
กาแฟแก้วนั้นกับความลับที่เผลอรู้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!