หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานรกๆ ในห้องพักของฉันสว่างวาบขึ้นเป็นครั้งที่สี่สิบเจ็ดของวัน... และแน่นอนว่าฉันเลือกที่จะเมินมัน ปล่อยให้ชื่อ "คีรินทร์" ที่ปรากฏหราพร้อมไอคอนสายเรียกเข้าสั่นเตือนอย่างไร้ความหมายจนหน้าจอดับลงไปเอง
ความเงียบงันภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาวลาเท็กซ์และเศษโมเดลกระดาษชานอ้อยนี่แหละ คือหลุมหลบภัยที่ดีที่สุดในตอนนี้
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงชัดเจนอยู่ในหัว... แววตาดุดันคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความระแวง คราบน้ำตาที่ฉันพยายามกลั้นไว้ไม่ให้ร่วงเผชิญหน้ากับคนปากร้าย และคำพูดที่บาดลึกหัวใจของทั้งสองฝ่าย มันมากเกินกว่าที่สมองอันเหนื่อยล้าจากการทำโปรเจกต์สถาปัตย์ข้ามวันข้ามคืนจะรับไหว ฉันจึงเลือกทางออกที่ขี้ขลาดที่สุดด้วยการปิดเครื่อง ถอดซิมการ์ดออก แล้วนอนขดตัวซ่อนความเสียใจไว้ใต้ผ้าห่มผืนหนา
*ติ๊งด่อง!*
เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นกระชากสติฉันให้หลุดจากภวังค์ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความตกใจ หูผึ่งขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้เดียว...
จะมีสักกี่คนกันเชียวที่บุกมาถึงหน้าห้องในเวลาตีสองแบบนี้ นอกเสียจากผู้ชายวิศวะตัวสูงใหญ่ที่พกพาความบ้าคลั่งและความหึงหวงมาเต็มพิกัดอย่างคีย์
"พิมพ์ใส! ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนลอดผ่านบานประตูเข้ามาพร้อมกับแรงทุบเบาๆ ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ ใบหน้าคมคายที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยใส่กันเสมอในยามปกติ ตอนนี้คงกำลังบิดเบี้ยวด้วยความร้อนรนและโมโหจนสติหลุดไปแล้วแน่ๆ
ให้ตายสิ... เขามาเจอฉันได้ยังไง? คีย์เกลียดตึกพักนักศึกษาหญิงโซนคณะสถาปัตย์จะตายไป เพราะมันทั้งแคบ วุ่นวาย และไม่มีความเป็นระเบียบเอาเสียเลย แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ความโกรธและความกระวนกระวายจะทำให้เขาโยนกฎเหล็กทุกข้อทิ้งไปหมด
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงทุบประตูดังขึ้นถี่และหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนความร้อนรนที่อัดแน่นอยู่ข้างในจนฉันที่นั่งกอดเข่าอยู่หลังประตูพลอยใจสั่นตามไปด้วย มือเรียวเล็กยกขึ้นปิดหูตัวเองแน่น พยายามบอกตัวเองว่าอย่าใจอ่อน ห้ามออกไปเผชิญหน้าเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นกำแพงที่ฉันอุตส่าห์สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความรู้สึกตัวเองคงพังทลายลงในพริบตา
"พิมพ์! อย่าทำให้ฉันต้องพังประตูเข้าไปนะ เปิดสus!"
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นความแหบพร่าและเจือปนความสั่นเครือเล็กน้อยในวินาทีต่อมา มันไม่ใช่เสียงตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราดแบบเดิมอีกแล้ว แต่เป็นเสียงอ้อนวอนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว... หวาดกลัวว่าฉันจะหายไปจริงๆ
ความเงียบเข้าปกคลุมหน้าห้องอยู่นานสองนาน จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ค่อยๆ ถอยห่างออกไป พร้อมกับเสียงลิฟต์ที่ดังขึ้นบ่งบอกว่าเขาคงจะยอมแพ้และจากไปแล้ว
ฉันผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หยดน้ำใสๆ ที่กลั้นไว้มานานไหลรินอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายมันช่างทรมานเสียเหลือเกิน... การใจแข็งใส่คนที่เรารักมันยากเย็นขนาดนี้เลยหรือ
แต่ทว่า... ความโล่งอกยังไม่ทันได้เดินทางมาถึงก้นบึ้งของหัวใจ เสียงโทรศัพท์พื้นฐานของหอพักที่ติดตั้งอยู่ตรงหัวเตียงก็ดังขึ้นแผดเสียงแหลมยาวทำลายความเงียบ
*กริ๊งงงงง!*
ฉันสะดุ้งเฮือก รีบคลานไปรับโทรศัพท์ด้วยมือที่สั่นเทา เพราะรู้ดีว่าเบอร์นี้มีเพียงคนดูแลหอและคนไม่กี่คนที่โทรเข้ามาได้
"ฮ... ฮัลโหลค่ะ" ฉันกรอกเสียงลงไปเบ่อยๆ
*(คุณพิมพ์ใสใช่ไหมคะ? คือว่ามีผู้ชายตัวสูงๆ ท่าทางน่ากลัวคนหนึ่ง กำลังอาละวาดอยู่ตรงล็อบบี้ด้านล่างค่ะ เขายืนยันว่าจะไม่ยอมไปไหนจนกว่าจะได้พบคุณ แถมยังบอกว่าถ้าคุณไม่ยอมลงมา เขาจะพังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วนะคะ!)* เสียงพี่เจ้าหน้าที่หอพักละล่ำละลักฟ้องด้วยความตกใจ
ให้ตายเถอะ คีรินทร์! นายมันบ้าไปแล้วจริงๆ ด้วย!
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด ลุกพรวดขึ้นคว้าเสื้อฮู้ดตัวโคร่งมาสวมทับชุดนอนอย่างลวกๆ ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังลิฟต์ด้วยความหัวเสียปนกังวลระคนกัน ความเหนื่อยล้าจากการปิดเครื่องหนีตลอดทั้งวันถูกแทนที่ด้วยความเดือดดาลที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด
ทันทีที่ประตูลิฟต์ที่ชั้นล่างเปิดออก ภาพแรกที่สะท้อนเข้าตาคือร่างสูงโปร่งของคีย์ที่ยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูของคณะวิศวกรรมศาสตร์ยับยู่ยี่ เส้นผมสีดำสนิทชื้นเหงื่อและยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยร่องรอยของการอดนอนและความเครียดสะสม
และทันทีที่เขาสบตาเข้ากับฉัน ร่างสูงก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วดดุจพายุหมุน ก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากต่อว่าอะไร ฝ่ามือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของฉันแล้วดึงเข้าไปหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างของฉัน
"เธอ... กล้ามากนะพิมพ์ใส" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "กล้าดียังไงถึงปิดเครื่องหนี... กล้าดียังไงถึงทำให้ฉันเกือบจะเป็นบ้าตายอยู่ข้างนอกนั่น!"
"ปล่อยนะคีย์! นายทำบ้าอะไรเนี่ย คนมองกันหมดแล้ว!" ฉันพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลของเขากลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงลูกนกตัวน้อยในกำมือ
"สนใจคนอื่นทำไม! สนใจฉันนี่!" เขาก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเราแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดใบหน้าบ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ที่กำลังเตลิดเปิดเปิงถึงขีดสุด "เธอคิดจะทิ้งฉันไปจริงๆ ใช่ไหม... คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะยอมปล่อยเธอไปเหรอพิมพ์"
ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันและหยิ่งผยองมาตลอด กลับมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยอยู่จางๆ... ภาพนั้นทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ ความโกรธเคืองทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอก
ผู้ชายที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีคนนี้... กำลังแสดงความอ่อนแอออกมาให้ฉันเห็นเพราะกลัวจะสูญเสียฉันไปอย่างนั้นเหรอ
"ฉันไม่ได้..." ฉันพยายามจะอธิบาย แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขายกขึ้นแตะริมฝีปากฉันเบาๆ เพื่อห้ามปราม
"อย่าพูดคำนั้นออกมาเด็ดขาดนะพิมพ์ใส..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบาชิดริมฝีปาก แววตาคลั่งรักที่ฉายชัดอยู่ภายใต้ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่กำลังแผดเผาหัวใจฉันให้ละลาย "ไม่งั้นฉัน... ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองจะทำอะไรบ้าๆ ลงไปบ้าง"
ในจังหวะที่หัวใจของเรากำลังเต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางสายตาของคนดูแลหอที่มองมาอย่างตกตะลึง จู่ๆ เสียงฝีรบกวนจากด้านหลังก็ดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครอีกคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเรา
"มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับน้องพิมพ์... ผมเห็นเสียงดังเอะอะ เลยลงมาดูเผื่อจะช่วยอะไรได้"
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์... และเมื่อฉันหันไปมอง ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าเป็น "ธาม" รุ่นพี่วิศวะตัวต้นเหตุที่สร้างเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมา!
คีย์ชะביกตัวแข็งทื่อทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่ากลัว เขากลืนก้อนความโกรธลงคอช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองหน้าธามด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
"เสือกอะไรด้วยวะ..." คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน เหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ขณะที่มืออีกข้างยังคงโอบเอวฉันไว้แน่นราวกับประกาศความเป็นเจ้าของ "เรื่องของกูสองคน... มึงไม่มีสิทธิ์มายุ่ง"
ธามไหวไหล่เล็กน้อย ไม่ได้แสดงอาการเกรงกลัวต่อสายตาดุดانของคีย์เลยแม้แต่น้อย เขากลับส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ฉันก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายฉันพุ่งพล่านด้วยความตกใจ
"อ้าว... ก็น้องพิมพ์เขาเพิ่งโทรหาผมเมื่อกี้เองนี่ครับ ว่าให้ลงมาช่วยเคลียร์ให้หน่อย..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความคลั่งรักและดราม่าเดือดๆ นี้เสมอนะคะ!
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 33
การหายตัวไปของยัยตัวแสบ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!