"บอกแล้วไงคะว่าฉันเดินเองได้ ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะต้องมาคอยจูงมือข้ามถนนแบบนี้น่ะ!"
เสียงห้วนใสของพิมพ์ใสสะท้อนแข่งกับเสียงเพลงคึกكึกหน้าทางเข้าสวนสนุกชื่อดัง มือเรียวบางในเสื้อฮู้ดโอเวอร์사이즈สีครีมสะบัดออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายทันทีที่เท้าแตะพื้นฟุตปาธอย่างปลอดภัย แต่คนตัวสูงกว่ากลับทำแค่เลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง ส่งเสียง 'ชิ' ในลำคอเบาๆ ตามสไตล์วิศวะหนุ่มปากร้ายที่ถนัดนักในการกวนประสาทเธอให้เส้นเลือดในสมองกระตุกเล่น
"ถ้าปล่อยให้เดินเอง เดี๋ยวก็ซุ่มซ่ามไปสะดุดขาใครเข้าอีก สภาพแบบเธอเนี่ย... แค่ทางเท้าเรียบๆ ยังเกือบล้มหน้าคว่ำมาแล้วเลยไม่ใช่หรือไง ยัยตัวแสบ"
คีรินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดราคาแพงกวาดมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน ทว่ารอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นนิดๆ นั้นกลับฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังอารมณ์ดีแค่ไหนที่ได้แกล้งเธอ วันนี้พ่อคุณเล่นจัดเต็มชุดสตรีทแวร์สีดำสนิท เสื้อแจ็คเก็ตหนังเท่ระเบิดระเบั้นที่ขับให้ไหล่กว้างยิ่งดูกว้างขึ้นไปอีก ยิ่งยืนคู่กันกับเธอที่ตัวเล็กกว่า ยิ่งกลายเป็นภาพที่ดึงดูดสายตาจากผู้คนรอบข้างจนพวก N, กรี๊ดกร๊าดกันเบาๆ เป็นระยะ
ให้ตายเถอะ! นี่มันวันหยุดพักผ่อนหลังจากโปรเจกต์มหาโหดส่งอาจารย์ผ่านพ้นไปแท้ๆ แต่ทำไมเธอถึงต้องมาติดแหง็กอยู่กับนายวิศวะปากเสียจอมบงการคนนี้ด้วยนะ
ก็เพราะไอ้การพนันบ้าๆ ระหว่างเธอกับมีนเพื่อนซี้ตัวแสบเมื่ออาทิตย์ก่อนนั่นแหละ ที่ดันไปท้าทายอำนาจมืดของคีย์เข้าจนเขาเอ่ยปากท้ากลับมาว่า *'ถ้าโปรเจกต์กลุ่มนี้ผ่านเกรด A ทั้งคู่ ฉันจะพาเธอไปเดท... แบบที่เธอไม่มีวันปฏิเสธได้'*
แล้วผลลัพธ์คืออะไรล่ะ? เกรด A เด่นหร่าอยู่บนระบบทะเบียนราษฎร์ของมหาวิทยาลัย และเขาก็ทวงสัญญาแบบไม่เปิดโอกาสให้บิดพริ้วเลยแม้แต่น้อย!
"ไม่ได้ซุ่มซ่ามสักหน่อย แค่ทางมัน... มันมีแรงโน้มถ่วงผิดปกติแค่นั้นแหละ!" พิมพ์ใสเชิดหน้าเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความทิฐิ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาประชิดตัวจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์โปรดปะทะเข้ากับปลายจมูก
คีย์โน้มใบหน้าลงมาหาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหลังเลนส์กันแดดถอดออกเผยให้เห็นแววตาแพรวพราวที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้มิดชิด (หรือพยายามจะซ่อนนะ) "อ๋อเหรอ... แรงโน้มถ่วงของโลก หรือแรงดึงดูดจากความหล่อของฉันกันแน่ที่ทำให้เธอเดินเซน่ะ หืม?"
"หลงตัวเองที่สุด!" พิมพ์ใสแกล้งยกศอกขึ้นเตรียมกระแทกสีข้างอีกฝ่าย แต่มีหรือที่คนตัวสูงกว่าจะไหวตัวไม่ทัน เขารวบข้อมือเธอไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดายแถมยังฉวยโอกาสใช้นิ้วเคาะหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว
"หยุดใช้ความรุนแรงกับว่าที่แฟนสักวันเถอะน่า พิมพ์ใส... วันนี้ฉันอุตส่าห์เคลียร์คิวทองเพื่อเธอคนเดียวเลยนะ รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย"
ประโยคหลังเขาลดเสียงลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะใช้ดุเวลาเธอทำอะไรดื้อรั้น ตอนนี้กลับเจือด้วยความอบอุ่นและความเอ็นดูจนคนฟังรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ยัยตัวแสบอย่างเธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีเพื่อซ่อนรอยแดงเรื่อบน้องแก้ม พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ
"ใครบอกว่าอยากให้มาเคลียร์คิวให้ล่ะ บังคับกันชัดๆ..." เธอพึมพำเสียงเบาหวิว
"บ่นอะไรนะ หูฝาดรึเปล่า... ป่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ คนเริ่มเยอะแล้ว เดี๋ยวคิวยาวเป็นหางว่าวพอดี"
คีย์ไม่ปล่อยให้เธอได้เถียงต่อ นิ้วมือหนาเปลี่ยนจากการจับข้อมือมาเป็นการสอดประสานนิ้วเรียวเข้ากับมือบางของเธออย่างแนบแน่น ฝ่ามืออุ่นจัดที่กอบกุมความเย็นเฉียบของเธอไว้ทำให้พิมพ์ใสสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้ดึงมือออก... ปล่อยให้เขาจูงเดินผ่านซุ้มประตูสวนสนุกเข้าไปท่ามกลางเสียงเพลงรื่นเริงและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้คน
บรรยากาศภายในสวนสนุกกว้างใหญ่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นนานาชนิด กลิ่นหอมหวานของป๊อปคอร์นและสายไหมลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คีย์พาเธอเดินตรงไปยังโซนเครื่องเล่นตื่นเต้นเร้าใจก่อนเป็นอันดับแรกตามประสาผู้ชายสายลุย ทว่าพอมาถึงหน้าเครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังการะดับความหวาดเสียวสิบกระโหลก คนที่เคยปากเก่งเมื่อครู่กลับยืนกลืนน้ำลายเอื้อมๆ เมื่อมองเห็นรางเหล็กคดเคี้ยวพาดผ่านท้องฟ้า
"เอ่อ... คีย์" พิมพ์ใสสะกิดแขนเสื้อแจ็คเก็ตหนังของคนข้างๆ เสียงอ่อยลงไปครึ่งหนึ่ง
"หืม? ว่าไง กลัวแล้วเหรอ เมื่อกี้ยังทำท่าทางพยศใส่ฉันอยู่เลยนี่นา" คีย์หันมาเลิกคิ้วมอง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาชอบจริงๆ เวลาที่ยัยตัวแสบคนนี้ทำหน้าเกรงกลัวแต่ก็ยังพยายามฟอร์มจัดอยู่
"เปล่าสักหน่อย! ใครกลัวกัน... แค่... แค่คิดว่าเราควรไปหาอะไรกินรองท้องก่อนดีกว่าไหม กลิ่นป๊อปคอร์นตรงนั้นหอมมากเลยนะ เธอไม่อยากกินเหรอ" เธอยิ้มหวานกลบเกลื่อน ชี้ชวนให้เขาหันไปมองร้านขายขนมฝั่งตรงข้าม
แต่มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์อย่างคีรินทร์จะยอมปล่อยเหยื่อหลุดมือ เขากระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังชนกับอกแกร่งของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนพิมพ์ใสขนลุกซู่
"ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย พิมพ์ใส... วันนี้เธอกล้าท้าฉันเองนะ ว่าจะเล่นทุกอย่างที่ฉันอยากเล่น" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง "อีกอย่าง... ถ้าเกิดกลัวขึ้นมาจริงๆ ก็แค่จับมือฉันไว้แน่นๆ สิ รับรองว่าไม่ปลิวตกรางแน่นอน"
คำพูดกำกวมพร้อมกับสายตาพราวเสน่ห์นั่นทำเอาพิมพ์ใสอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด สุดท้ายเธอก็โดนลากตัวขึ้นไปนั่งบนรถไฟเหาะจนได้ ในวินาทีที่รถเคลื่อนตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดก่อนจะดิ่งพรูลงมาด้วยความเร็วสูง เสียงกรีดร้องของเธอดังแข่งกับเสียงคนรอบข้าง มือบางคว้าหมับเข้าที่มือหนาของคนที่นั่งข้างๆ โดยอัตโนมัติ บีบแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อของเขา
และท่ามกลางความหวาดเสียวและแรงเหวี่ยงนั้นเอง คีย์กลับหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี มือหนาพลิกกลับมาประสานนิ้วแน่นกระชับเข้ากับมือเธออย่างมั่นคง ปลายนิ้วโป้งไล้หลังมือเธอเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นใจมาให้ จนกระทั่งรถไฟจอดสนิท พิมพ์ใสถึงกับขาอ่อนจนเกือบจะก้าวลงจากเบาะไม่ได้ ถ้าไม่ได้อ้อมแขนแข็งแกร่งของพ่อหนุ่มวิศวะคนเดิมรวบเอวบางไว้แล้วดึงเข้ามาประชิดตัว
"ไหนบอกว่าไม่กลัวไง หือ? ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเลยนะเนี่ย" เสียงกระซิบเย้าแหย่ดังอยู่เหนือศีรษะ พร้อมกับมือหนาที่ยกขึ้นมาเคาะจมูกรั้นของเธอเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
"ก็... ก็มันชันนี่นา ใครจะไปรู้ว่ามันจะน่ากลัวขนาดนั้นเล่า!" เธอยังคงรักษาวิสัยทัศน์ปากแข็งไว้ได้เหนียวแน่น แม้ว่าใบหน้าจะแดงก่ำซ่านไปด้วยความเขินอายที่เผลอแสดงมุมอ่อนแอให้เขาเห็นไปเสียหมดแล้ว
หลังจากผ่านพ้นวิกฤตรถไฟเหาะมาได้ คีย์ก็ใจดี (หรืออาจจะสงสารสภาพศพใกล้ตายของเธอ) พามานั่งพักที่ม้านั่งในสวนร่มรื่น พร้อมกับถือถ้วยไอศกรีมวานิลลาช็อกโกแลตซันเดย์ที่เจ้าตัวไปต่อคิวยาวเหยียดซื้อมาให้ ยื่นส่งให้เธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตานี่สิ... อ่อนโยนเสียจนน้ำตาลยังต้องยอมแพ้
"กินซะ จะได้เติมน้ำตาลในเลือด หน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำซุปหมดแล้ว" เขาพูดตัดบทด้วยความปากร้ายตามฟอร์ม แต่กลับหยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดคราบเปื้อนที่มุมปากให้เธออย่างเบามือและธรรมชาติสุดๆ
พิมพ์ใสรับถ้วยไอศกรีมมาถือไว้ หัวใจเต้นแรงตึ๊กตั๊กราวกับมีกองกลองรบอยู่ในอก เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการหยอกล้อหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยและประกายระยิบระยับที่สะท้อนเงาของเธอลงไปเต็มๆ
"นี่... คีย์" เธอเอ่ยเรียกเสียงเบา
"หืม ว่าไง?"
"ทำไม... ถึงชอบแกล้งฉันนักล่ะ"
คีรินทร์ชะงักไปนิดหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นช้าๆ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากันในระยะประชิด จนพิมพ์ใสต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ก็เพราะว่า..." เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา ราวกับจะกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน "เวลาที่เธอทำหน้าพยศ ปากเก่งใส่คนอื่น... แต่พอดูกับฉันทีไรกลับเขินจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกเนี่ย..."
เขาเว้นจังหวะไปนิด ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างทะนุถนอม
"...มันน่ารักจนฉันแทบคลั่งตายอยู่แล้วน่ะสิ ยัยตัวแสบ"
คำพูดตรงไปตรงมาแบบไม่มีฟอร์มซ่อนเร้นทำเอาพิมพ์ใสสมองตื้อตันไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมารวมกันที่ใบหน้าจนร้อนผ่าวไปหมด เธออ้าปากพะงาบๆ จะเถียงกลับแต่ก็หาคำพูดไหนมางัดข้อไม่ได้เลยสักคำ ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่มองมาด้วยความคลั่งรักแบบทะลักล้น
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงอึกทึกครึกโครมของสวนสนุกรอบข้างจางหายไปเหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันอย่างเป็นจังหวะ คีย์ระบายยิ้มละมุนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น ชายหนุ่มขยับมือใหญ่ขึ้นโอบประคองแก้มเนียนใสของเธอไว้แผ่วเบา นิ้วโป้งลูบไล้กรอบหน้าเธออย่างทะนุถนอมราวกับเธอบอบบางเสียยิ่งกว่าแก้วเจียระไน
ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ทีละนิด... ใกล้จนกระทั่งเปลือกตาของพิมพ์ใสค่อยๆ หลับพรรณนาปิดลงรับสัมผัสอุ่นร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้น ปลายจมูกของเขาสัมผัสเข้ากับแก้มเนียนแผ่วเบา หัวใจของเธอเต้นรัวเร็วราวกับจะกระโดดออกมานอกอก...
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักกำลังจะทาบทับลงมาปิดกั้นทุกคำพูดของเธอนั้นเอง
*Rrrr... Rrrr... Rrrr...!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าแจ็คเก็ตของคีรินทร์ก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย แต่แรงสั่นของโทรศัพท์ยังคงดังต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พิมพ์ใสรีบอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ผละตัวถอยหลังออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ หอบหายใจถี่กระชั้นเพื่อเรียกสติกลับคืนมา
คีรินทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความขัดเคือง ควักโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าด้วยท่าทีหงุดหงิด ทว่าทันทีที่ก้มลงมองหน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้า ร่างสูงที่กำลังผ่อนคลายกลับชะงักกึก รอยยิ้มละมุนคลั่งรักเมื่อครู่วันนี้เลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาสนเท่ห์แกมเคร่งเครียดที่ฉายชัดขึ้นมาแทน
"ว่าไง..." เขากดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนกว่าปกติเล็กน้อย
แต่เพียงแค่ประโยคแรกที่ดังลอดออกมาจากปลายสาย... คีรินทร์ก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบหันขวับกลับมามองหน้าพิมพ์ใสที่กำลังนั่งจัดเสื้อผ้าตัวเองอยู่ทันที สีหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความตระหนักรู้และระแวงระวังอย่างที่พิมพ์ใสไม่เคยเห็นมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
"เธอ... พูดว่าอะไรนะ? อยู่ที่ไหนนะตอนนี้?!"
ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างความฟินกุ๊กกิ๊กของคีย์กับพิมพ์ใสมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ!
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 29
เดทแรกของเราสองคน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!