"เธอ... พูดว่าอะไรนะ? อยู่ที่ไหนนะตอนนี้?!"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือดังแทรกความวุ่นวายภายในสตูดิโอคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จนพิมพ์ใสต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างจากใบหูเล็กน้อย เธอเบะปากใส่หน้าจอที่ยังแสดงสายโทรเข้าของพ่อหนุ่มวิศวะปากร้าย แต่อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มบางๆ กับความร้อนรนที่เจืออยู่ในน้ำเสียงนั้น
"ก็บอกว่าอยู่สตูดิโอไงคะ คุณคีรินทร์ หูทวนลมหรือไงถึงต้องให้ถามซ้ำ" พิมพ์ใสกรอกเสียงตอบกลับด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวคีบดินสอ 2B หมุนไปมาในมือขณะกวาดสายตามองโมเดลกระดาษชานอ้อยที่เพิ่งตัดประกอบเสร็จหมาดๆ "แล้วนี่โทรมามีธุระอะไรยะ หรือว่าคิดถึงฉันจนนอนไม่หลับ"
"ใครคิดถึงเธอ ทุเรศ..." ฝ่ายนั้นสวนกลับทันควันตามฟอร์มคนปากแข็ง "ฉันแค่จะโทรมาทวงปากกาเร้ารอดที่เธอยืมไปเมื่อวานต่างหาก ยัยตัวแสบ รู้ตัวไหมว่าทำของคนอื่นเขาเสียหายหมดแล้ว"
"โอ๊ย ปากกาด้ามละสิบกว่าบาท แค่นี้ทำเป็นงก เดี๋ยวซื้อคืนให้ใหม่ก็สิ้นเรื่อง!" พิมพ์ใสทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองไปรอบโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษและกาวลาเท็กซ์ "ว่าแต่ตอนนี้ฉันยุ่งอยู่ แค่นี้ก่อนนะ... ตู้ม! โมเดลฉันจะพังอยู่แล้วเนี่ย"
"เดี๋ยวดิ อย่าเพิ่งวาง!" เสียงปลายสายร้องห้ามเสียงหลง คล้ายกับกลัวว่าเธอจะตัดสายทิ้งจริงๆ "อยู่ตรงนั้นใช่ไหม... ห้ามไปไหนเด็ดขาด ฉันกำลังไป"
สายตัดไปแค่นั้นเองค่ะ ทิ้งให้พิมพ์ใสยืนกะพริบปริบๆ มองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มืดดับลงด้วยความงุนงง ย还没ทันที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ มีน เพื่อนสนิทสาวสวยสุดแซ่บประจำแก๊งก็เดินถือแก้วชานมไข่มุกเข้ามาสะกิดไหล่ พร้อมกับหัวเราะคิกคักในลำคอ
"แหมมม พิมพ์ใส... พ่อคุณหนيمวิศวะเขาตามจิกไม่ปล่อยเลยนะแก ช่วงนี้ตัวติดกันยิ่งกว่าตังเม ระวังเถอะ หัวใจยัยสถาปัตย์ปากเก่งจะโดนพ่อเสือสมิงเขมือบเข้าสักวัน"
"พูดบ้าอะไรของแก, มีน" พิมพ์ใสแสร้งทำเป็นตีหน้าขรึม กลบเกลื่อนรอยยิ้มกว้างที่เริ่มระบายบนพวงแก้มใส "เขาก็แค่ทวงปากกาแค่นั้นแหละ คนอะไรก็ไม่รู้ ขี้บ่นเป็นคนแก่ไม่มีผิด"
"จ้า... ปากกาด้ามเดียวต้องรีบพุ่งตัวมาหาถึงคณะเลยว่างั้น?" มีนเลิกคิ้วสูงอย่างรู้ทัน ก่อนจะเหลือบไปเห็นสมาร์ตโฟนราคาแพงของคีย์ที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างกองแบบแปลนของเธอ "อุ๊ย! สมาร์ตโฟนคุณชายคีย์แกวางลืมไว้นี่หว่า ตอนที่เขามาส่งแกเมื่อเย็นวานใช่ป่ะ?"
พิมพ์ใสชะงัก เธอลืมสนิทเลยว่าเมื่อวานคีย์เดินมาส่งเธอที่สตูดิโอแล้วทำมือถือร่วงไว้บนโต๊ะตัวนี้ ก่อนที่เขาจะมีเรื่องด่วนต้องรีบกลับไปเคลียร์งานโปรเจกต์ของภาควิชา
นิ้วเรียวบางเอื้อมไปหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาพลิกดู หน้าจอดับสนิทไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ ทว่าจังหวะนั้นเอง ทันทีที่เธอกดปุ่มเปิดหน้าจอเพื่อจะเช็กว่ามีสายเรียกเข้าสำคัญหรือเปล่า แสงสว่างวาบจากหน้าจอก็ส่องกระทบกับนัยน์ตาของเธอเข้าอย่างจัง
ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ภาพที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนวอลเปเปอร์หน้าจอ... ไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์เท่ๆ หรือโลโก้เกียร์วิศวะอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือภาพถ่ายของตัวเธอเอง!
เป็นภาพในมุมเผลอตอนที่เธอกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาใช้คัตเตอร์กรีดฟิวเจอร์บอร์ดด้วยความตั้งใจ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นมغลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหง และที่สำคัญที่สุดคือรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเธอในเสี้ยววินาทีนั้น ถูกบันทึกเก็บไว้ในโทรศัพท์ของผู้ชายปากร้ายคนนั้นอย่างชัดเจน
ตึง! หัวใจของพิมพ์ใสเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมารวมกันบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ยิ่งเพ่งมองภาพนั้นมากลงเท่าไหร่ ความรู้สึกอุ่นวาบก็แผ่ซ่านลามเลียไปทั่วหัวใจ
เขา... ตั้งรูปเธอเป็นวอลเปเปอร์เนี่ยนะ? คนปากแข็งอย่างคีรินทร์เนี่ยนะ?!
"เฮ้ยแก..." มีนชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะอุทานลั่นออกมาด้วยความตกใจ "คุณพระ! นั่นมันหน้าแกนี่หว่า! ยัยพิมพ์! แกโดนเข้าแล้วว่ะ แกโดนพ่อวิศวะคนนั้นตกเข้าเต็มเปาแล้วเพื่อน!"
"เงียบไปเลยนะ, มีน!" พิมพ์ใสรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงด้วยความเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก สองมือร้อนผ่าวพยายามกุมแก้มตัวเองที่ตอนนี้คงแดงแจ๋ไม่ต่างจากลูกตำลึงสุก ความมั่นใจที่ว่าเธอกับเขาเป็นแค่คู่กัดกันมาตลอดพังทลายลงในพริบตา หลักฐานชิ้นโบว์แดงคาตาขนาดนี้ ต่อให้คีย์จะอ้างร้อยแปดเหตุผล เธอก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
ยิ่งมั่นใจ... ว่าผู้ชายคนนั้นรักเธอเข้าแล้วจริงๆ
"อุ๊ยๆๆ ดูนั่นดิ พุดซ้อนกำลังเดินมาทางนี้พอดีเลยแก" มีนสะگิดแขนเธอเบาๆ พร้อมกับบุ้ยปากไปทางประตูสตูดิโอ
พิมพ์ใสเงยหน้าขึ้นมองตาม ร่างสูงโปรดของคีย์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอพอดี ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงตามสไตล์คนฟอร์มจัด แต่เม็ดเหงื่อผุดพรายอยู่ตามไรผมบ่งบอกว่าเขาคงรีบวิ่งมาที่นี่ขนาดไหน ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความโล่งอก
"ยัยตัวแสบ... บอกให้อยู่เฉยๆ ทำไมไม่เชื่อฟังหะ" คีย์เอ่ยเสียงดุ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติทั้งที่หอบหายใจเล็กน้อย "แล้วมือถือฉันล่ะ... เธอเอาไปซ่อนไว้ไหน"
พิมพ์ใสค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสอบสายตากับเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลิง เธอยื่นสมาร์ตโฟนเครื่องนั้นคืนให้เขาช้าๆ โดยที่หน้าจอวอลเปเปอร์ยังคงเปิดค้างไว้รูปเธอยังคงเด่นหร่าอยู่ตรงนั้น
คีย์ก้มมองมือถือในมือ ชะงักไปสามวินาทีเต็ม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสนิทพลันขึ้นสีแดงเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างปิดไม่มิด อาการฟอร์มหลุดแบบนั้นทำให้คนมองหลุดยิ้มออกมาไม่ได้
"อ๋อ... มือถืออยู่นี่ค่ะคุณคีรินทร์" พิมพ์ใสจงใจลากเสียงยาวอย่างล้อเลียน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "แต่... รูปวอลเปเปอร์นี่มันยังไงเหรอคะ พอดีฉันบังเอิญเปิดเจอเข้า... สวยดีนะ ฝีมือใครถ่ายเนี่ย สวยสู้คนในรูปไม่ได้เลยสักนิด"
คีย์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือหนากำโทรศัพท์แน่นขึ้นราวกับอยากจะหาทางหนีทีไล่ แต่สายตาที่มองเธอกลับเต็มไปด้วยความจำนนและ... ความคลั่งรักที่ล้นทะลักจนปิดไม่มิด
"ถ้าพูดมากนัก..." คีย์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางแนบติดกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบก้มลงมองสบตาเธอในระยะประชิดที่ลมหายใจรินรดกัน "เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอรู้เองว่า... ทำไมรูปนั้นถึงต้องอยู่บนหน้าจอของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ!
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 30
ภาพถ่ายในมือถือ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!