"ถ้านายยังยืนทำหน้าเป็นตู้เย็นเคลื่อนที่แบบนี้อีกสามวินาที ฉันจะเอาคัตเตอร์กรีดกระเป๋าเอกสารนายจริงๆ ด้วยนะไอ้รุ่นพี่ปีสาม!"
เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดตวัดแว้ดขึ้น ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายบริเวณลานจอดรถหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ รถบัสปรับอากาศคันใหญ่สองคันจอดเทียบท่าเพื่อเตรียมพานักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งและปีที่สามของสองคณะใหญ่ ไปลุยค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนชายแดนที่กันดารที่สุดในจังหวัด
พิมพ์ใสในชุดเสื้อยืดสีพื้นสวมทับด้วยเสื้อช็อปสถาปัตย์สีเลือดหมูพับแขนขึ้นลวกๆ มือเรียวข้างหนึ่งกำลังแบกกระเป๋าเป้ใบโตจนหลังแทบแอ่น แต่อีกมือกลับต้องมาคอยฉุดกระชากกราบกรานกับไอ้คุณชายวิศวะหน้าหล่อที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉยใส่เธอราวกับโลกใบนี้ติดหนี้เขาอยู่ร้อยล้าน
คีรินทร์ หรือ 'คีย์' เดือนวิศวะปีสามตัวพ่อ ปากร้ายตัวแม่ (หรือจะเรียกว่าตัวพ่อปากหมาดีล่ะ) ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท ชุดช็อปสีีกรมท่าถูกสวมไว้อย่างเนี๊ยบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเหงื่อจากการแบกของทำให้เขาดูแบดบอยจนน่าหมั่นไส้ในสายตาพิมพ์ใส
"เตี้ยแล้วยังใจร้อน เดี๋ยวหน้าแก่ก่อนวัยหรอกยายตัวแสบ" คีย์เปิดปากพ่นคำพูดกวนประสาทออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง แต่เนื้อหานี่ชวนให้มือไม้กระตุกอยากประเคนหมัดสักปุ계 "อีกอย่าง... ที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ ก็เพราะรอเคลียร์สัมภาระบ้าๆ ของเธอเนี่ยแหละ เกะกะชะมัด"
"ใครเตี้ยยะ! ฉันสูงร้อยหกสิบห้าแล้วโว้ย! แล้วอีกอย่าง ใครใช้ให้นายมาวุ่นวายกับกระเป๋าฉันไม่ทราบ ถอยไปเลยนะ!" พิมพ์ใสสะบัดไหล่หนีอย่างถือดี ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนจนแทบจะควักออกมาขว้างใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่อีตานี่ส่งข้อความมากวนประสาทแล้วกดลบหนีอย่างไร้เยื่อใย เธอاریก็ยิ่งแค้นฝังหุ่น อยากจะเอาคัตเตอร์ในมือกรีดเสื้อช็อปราคาแพงของเขานัก
"ไม่ได้อยากวุ่นวายหรอก ถ้าอาจารย์ไม่สั่งให้ฉันเป็นหัวหน้าคุมรถบัสคันนี้... และบังเอิญว่าชื่อเธอ มันดันอยู่ในลิสต์รายชื่อลูกทีมที่ฉันต้อง 'ดูแลเป็นพิเศษ' ซะด้วยสิ พิมพ์ใส"
คำว่า 'ดูแลเป็นพิเศษ' ถูกเน้นเสียงต่ำอย่างจงใจ พร้อมกับมุมปากหยักที่กระตุกยิ้มร้ายกาจแบบที่เห็นทีไรเป็นต้องอยากเอาเท้าไปลูบหน้าเขาสักที คีย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วจนพิมพ์ใสต้องผถอยหลังก้นเกือบกระแทกกระเป๋าตัวเอง ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นกายสะอาดๆ และความร้อนระอุจากร่างสูงที่แผ่ซ่านเข้ามาในโซนประสาท
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ร้ายกาจเป็นบ้า!
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย นายแค่หาเรื่องแกล้งฉันมากกว่ามั้ง!" พิมพ์ใสเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาแข็งกร้าวไม่ยอมก้มหัวให้เด็ดขาด ต่อให้หัวใจเจ้ากรรมจะเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลักออกมานอกอกเวลาที่เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เกินความจำเป็นแบบนี้ก็เถอะ
"รู้ทันน่า... หึ" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบเนียนใสที่รั้นจนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหมั่นเขี้ยว มือหนายื่นออกไปราวกับจะคว้ากระเป๋าเป้จากหลังเธอ แต่พิมพ์ใสกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างไว
"ไม่ต้องมาแตะ! ฉันถือเองได้!"
"อย่าดื้อน่าพิมพ์ใส ขึ้นรถไปได้แล้ว คนอื่นเขาขึ้นไปหมดแล้ว จะยืนเถียงกับฉันตรงนี้จนแดดเลียหัวไหม้รึไง" น้ำเสียงดุๆ เจือความอ่อนใจนิดๆ หลุดออกมาจากปากคนปากแข็ง คีย์ถอนหายใจยาวก่อนจะฉวยโอกาสคว้าข้อมือเล็กของเธอแล้วออกแรงดึงให้เดินตามขึ้นรถบัสไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โวยวายอะไรอีก
แรงบีบที่ข้อมืออุ่นจัดจนพิมพ์ใสรู้สึกเหมือนผิวเนื้อตรงนั้นกำลังจะไหม้ เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามสะบัดข้อมือออกแต่ก็สู้แรงโจร เอ๊ย แรงของไอ้คุณชายวิศวะคนนี้ไม่ได้เลยสักนิด จนกระทั่งร่างบางถูกดึงขึ้นมาบนรถบัสแอร์ฉ่ำ และถูกดันให้นั่งลงริมหน้าต่าง ส่วนตัวต้นเหตุเจ้าปัญหาดันหย่อนก้นลงนั่งประกบข้างเธอหน้าตาเฉย!
"นี่! ที่นั่งตั้งเยอะแยะทำไมไม่ไปนั่งข้างหลัง หรือไปนั่งกับเพื่อนตัวเองเล่า!" พิมพ์ใสโวยวายเบาๆ กลัวพวกเพื่อนๆ และรุ่นพี่คนอื่นจะหันมามอง
"ไม่ชอบ... ชอบที่ตรงนี้ วิวสวยดี" คีย์ตอบหน้าตาย สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองใบหน้าบึ้งตึงของเธอก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง
"วิวอะไร มีแต่ตึกคณะ... อื้อ!"
พิมพ์ใสยังไม่ทันได้เถียงต่อ รถบัสก็เคลื่อนตัวออกจากลานจอดมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางต่างจังหวัด แรงกระชากจากการออกตัวทำให้ร่างบางเซไปชนกับไหล่กว้างของคนข้างๆ อย่างจัง กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาโชوَเข้าจมูกเต็มๆ จนสมองตื้อตันไปหมด
คีย์ยกแขนขึ้นโอบไหล่เธอไว้หลวมๆ เพื่อพยุงไม่ให้เหม่งสวยๆ ของเธอไปโขกกับกระจกหน้าต่าง ปลายจมูกโด่งคมเฉียบเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียวจนพิมพ์ใสสะดุ้งเฮือก หัวใจกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง
"ระวังหน่อยสิ... ตัวก็แค่นี้ ทำไมซุ่มซ่ามจังวะ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่แถวซอกคอทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
พิมพ์ใสรีบดันอกแกร่งออกทันที ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงลามไปถึงใบหู เธอกอดอกแน่นแล้วเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น กลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านในอกด้วยการเชิดใส่
"เรื่องของฉัน ปล่อยเลยนะไอ้รุ่นพี่บ้า!"
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายอมลดมือลงแต่โดยดี แต่สายตายังคงจ้องมองเสี้ยวหน้าหวานที่ไม่ยอมหันกลับมามองเขาเลยตลอดทาง
การเดินทางทริปต่างจังหวัดที่คิดว่าจะได้มาพักผ่อนหย่อนใจ... ดูท่าทางแล้ว พิมพ์ใสคงต้องเตรียมรับมือกับสงครามประสาทครั้งใหญ่ที่อีตาคุณชายวิศวะจอมซึนคนนี้เตรียมไว้ต้อนรับตลอดเจ็ดวันในค่ายอาสาแน่ๆ
รถบัสแล่นผ่านพ้นเขตกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่เส้นทางสายเหนือที่สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติและความเขียวขจีของป่าเขา บรรยากาศภายในรถค่อนข้างเงียบสงบเพราะส่วนใหญ่นักศึกษาต่างพากันงีบเอาแรงเพื่อเตรียมลุยงานหนักในวันพรุ่งนี้ พิมพ์ใสเองก็เริ่มปรือตาลงด้วยความอ่อนเพลียจากเมื่อคืนที่นอนไม่พอเพราะมัวแต่โมโหข้อความเจ้าปัญหา
ศีรษะทุยๆ เอนไปพิงกับกระจกเย็นเฉียบ โยกเยกไปตามแรงกระแทกของรถเป็นจังหวะจนน่าเวียนหัว
*ตึ้ง...*
แรงกระชากเบาๆ เมื่อรถเหเบรกกะทันหันทำให้ศีรษะของพิมพ์ใสเกือบจะโขกเข้ากับขอบหน้าต่างเต็มแรง แต่ทว่า... ก่อนที่หน้าผากเนียนจะกระทบกับความแข็ง เปลือกตากลับสัมผัสได้ถึงความนุ่มอุ่นของฝ่ามือใหญ่ที่รองรับไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว
พิมพ์ใสลืมตาโพรงขึ้นอย่างตกใจ ภาพที่สะท้อนในดวงตากลมโตคือใบหล่อเหลาของคีรินทร์ที่ขยับเข้ามาใกล้จนแทบชิด เขายกมือขึ้นรองหัวเธอไว้ไม่ให้กระแทก ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือหนามาโอบประคองศีรษะเธอให้เอนลงมาซบลงบนลาดไหล่กว้างของเขาแทน
"ซุ่มซ่ามตลอด..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยดุเบาๆ อย่างอ่อนโยน ผิดกับทุกทีที่มักจะปากร้ายใส่
"ฉัน... ฉันไม่ได้ซุ่มซ่ามสักหน่อย รถมันเบรกแรงต่างหาก..." พิมพ์ใสพยายามจะยืดตัวขึ้นเถียง แต่ความง่วงงุนและสัมผัสอบอุ่นจากลาดไหล่ของเขากลับทำให้ร่างกายดื้อดึง ไม่อยากขยับหนีไปไหน
"ง่วงก็นอนไปเหอะน่า... ถึงแล้วเดี๋ยวปลุกเอง" คีย์เอ่ยเสียงแผ่วเบa มือหนาอีกข้างเอื้อมมาดึงฮู้ดเสื้อของเธอให้เข้าที่ ปลายนิ้วอุ่นปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ ทะนุถนอมราวกับเธอกลัวจะแตกสลาย
พิมพ์ใสเม้มปากแน่น หัวใจที่เต้นรัวเริ่มสงบลงภายใต้ความอบอุ่นที่อีกฝ่ายมอบให้ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอกจนเธอต้องหลับตาลงอีกครั้ง ซุกใบหน้าเข้าหาไออุ่นจากตัวเขาโดยไม่คิดจะปฏิเสธอีกต่อไป
ท่ามกลางความเงียบสงบของการเดินทางไกล... ไม่มีใครรู้เลยว่า ปลายทางข้างหน้าในค่ายอาสาป่าเขาที่ห่างไกลความเจริญ จะมีเหตุการณ์ระทึกขวัญและบททดสอบหัวใจอะไรรออยู่
รถบัสเลี้ยวเข้าสู่เขตพื้นที่โรงเรียนเป้าหมาย ท้องฟ้าสีครามเริ่มถูกแต้มด้วยสีส้มของยามเย็น คีย์ก้มมองคนตัวเล็กที่หลับสนิทซบไหล่เขามาตลอดทาง มุมปากหยักระบายยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ทีจะได้เห็น ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าอาคารไม้เก่าแก่
ร่างสูงของ 'ธาม' รุ่นพี่คณะวิศวะคู่แข่งหัวใจที่ตามจีบพิมพ์ใสไม่เลิก ยืนกอดอกส่งยิ้มกริ่มมาทางรถบัสคันที่เขานั่งอยู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมเดินทางป่วนหัวใจไปกับพิมพ์ใสและนายคีย์คนซึนในตอนนี้นะคะ!
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 12
ทริปต่างจังหวัดที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!