"เลิกทำหน้าเหมือนหมาหวงก้างสักทีได้ไหมคะรุ่นพี่คีย์ รถบัสคณะเราไม่ได้มีไว้ให้พี่มาทำหน้าบูดใส่กระจกประจานสายตาชาวบ้านนะคะ"
เสียงหวานใสแต่แฝงความจิกกัดระดับสิบพ่นใส่ร่างสูงที่นั่งกอดอกหน้าตึงอยู่เบาะข้างๆ ทันทีที่รถบัสเคลื่อนตัวออกจากลานจอดคณะ ทริปออกค่ายอาสาพัฒนาชนบทครั้งนี้เริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่อึมครึมจนแทบจะเอามีดมาตัดได้ตั้งแต่ยังไม่พ้นประตูมหาวิทยาลัย
สาเหตุก็มาจากไอ้ภาพบาดตาบาดใจเมื่อสิบนาทีที่แล้ว—ธาม รุ่นพี่ตัวดีจากวิศวะเครื่องกลที่ขยันขายขนมจีบเธอไม่เว้นแต่ละวัน ดันมายืนโบกมือยิกๆ ส่งยิ้มละลายใจให้เธอถึงหน้ากระจกรถ พร้อมกับชูถุงกาแฟยี่ห้อโปรดที่เธอชอบกินขึ้นมาอวด
และแน่นอนว่า 'คีรินทร์' เดือนวิศวะปีสามผู้รักความสะอาดและหวงอาณาเขตยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ก็แสดงอาการฮึดฮัดเหมือนเสือโดนแย่งเหยื่อทันที ตั้งแต่ก้าวขึ้นรถมา เขายังไม่ยอมปริปากพูดดีๆ กับเธอสักประโยค แถมยังแผ่รังสีอำมหิตใส่คนรอบข้างจนมีนเพื่อนสนิทของเธอต้องรีบชิ่งหนีไปนั่งเบาะหลังตั้งแต่กิโลเมตรแรก
"ฉันไปทำหน้าบูดใส่ใครตอนไหน พิมพ์ใส... พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย" คีย์หันขวับมามองค้อน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติฉายแววหงุดหงิดชัดเจน "แล้วไอ้ท่าทางดี๊ด๊ารับถุงกาแฟจากไอ้ธามเมื่อกี้ มันหมายความว่ายังไง ห๊ะ? อยากย้ายไปนั่งรถตู้กับมันนักใช่ไหมล่ะ งั้นก็ลงไปตอนนี้เลยไป!"
"อ้าว! พูดจาหาเรื่องอีกแล้วนะรุ่นพี่" ฉันหันขวับสู้สายตากลับแบบไม่มียอมแพ้ มือเรียวกอดอกเชิดหน้าขึ้นเชิดๆ "พี่ธามเขามีน้ำใจซื้อมาฝาก แล้วเขาก็ไม่ได้น่ารำคาญใส่ฉันเหมือนใครบางคนด้วยซ้ำ ทำไมฉันจะต้องปฏิเสธล่ะคะ"
"พิมพ์ใส!" คีย์กัดกรามกรอดจนสันกรามคมชัดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยไฟหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ "เธอจะลองดีกับฉันใช่ไหม อยากลองของมากนักใช่หรือไง ถึงได้ขยันทำให้ฉันประสาทกินอยู่เรื่อย"
"ใครกันแน่ที่ประสาทกิน..." ฉันพึมพำเบาๆ แต่ก็ยอมหันหน้าหนีออกไปมองวิวข้างทางเพื่อตัดบทไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้ปวดหัวไปมากกว่านี้
บรรยากาศในรถกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และแอร์เย็นฉ่ำที่ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มในอก แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่หางตาเหลือบไปเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตัวโตที่นั่งอยู่ติดกัน ความซึน ปากร้าย และชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของของเขา มันช่างสวนทางกับแววตาห่วงหาที่ชอบแอบมองมาเวลาฉันเผลอเสียจริง... เป็นผู้ชายที่เดาใจยากชะมัด!
ผ่านไปเกือบสามชั่วโมงเต็ม รถบัสคณะสถาปัตย์และวิศวะก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านเป้าหมายกลางหุบเขา อากาศที่นี่เย็นสบายและบริสุทธิ์กว่าในเมืองหลวงลิบลับ ทว่าความสุขจากการสูดอากาศบริสุทธิ์ยังไม่ทันได้เข้าปอดเต็มที่ ปัญหาใหญ่หลวงก็พุ่งเข้าใส่หน้าทันทีเมื่ออาจารย์ผู้ควบคุมค่ายเดินถือแฟ้มรายชื่อเข้ามาแจ้งข่าวร้ายด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่อออก
"เอาล่ะนักศึกษา เนื่องจากบ้านพักรับรองของชาวบ้านที่นี่มีจำนวนจำกัดกว่าที่เราสำรวจไว้ตอนแรก ทำให้เกิดปัญหาห้องพักไม่พอ... ตอนนี้เหลือห้องสุดท้ายที่เป็นห้องเดี่ยวขนาดใหญ่ ซึ่งทางเราได้ทำการจัดสรรตามความเหมาะสมแล้วนะ"
อาจารย์กวาดสายตามองกลุ่มนักศึกษาที่ยืนอัดแน่นกันอยู่หน้าศาลากลางหมู่บ้าน ก่อนจะประกาศชื่อเสียงเรียงนามที่ทำให้ฉันแทบสำลักน้ำลายตัวเอง
"พิมพ์ใส... และ คีรินทร์ เชิญรับกุญแจห้องพักหลังที่เจ็ดครับ"
*Rumble!*
เหมือนมีฟ้าผ่าลงกลางหัวแสกกลางวันแสกๆ ฉันเบิกตากว้างอ้าปากค้าง หันขวับไปมองหน้าอาจารย์สลับกับร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที ส่วนไอ้ตัวต้นเรื่องอย่างคีย์... ตอนนี้มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมานิดๆ ชนิดที่ต่อให้ปิดบังยังไงก็ซ่อนความพอใจไว้ไม่มิด!
"อาจารย์คะ! มะ... เมื่อกี้อาจารย์ว่ายังไงนะคะ ให้หนูพักห้องเดียวกับรุ่นพี่คนนี้เนี่ยนะ?" ฉันรีบก้าวเข้าไปท้วงติงด้วยความตกใจ
"ใช่ครับพิมพ์ใส ห้องอื่นเต็มหมดแล้วจริงๆ มีห้องนี้ห้องเดียวที่เตียงนอนยังว่างพอดี สภานักศึกษาและอาจารย์ลงมติกันแล้วว่าเป็นคู่ที่เหมาะสม เอ๊ย... เหมาะสมที่จะดูแลกันในฐานะตัวแทนคณะ ฝากด้วยนะคีย" อาจารย์ตบบ่าร่างสูงปุๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงหนีหายไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ฉันยืนแข็งค้างอยู่กับที่เหมือนรูปปั้น
"หึ เหมาะสมดีออกนี่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นข้างหูพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก คีย์ยื่นมือไปฉวยพวงกุญแจหมายเลขเจ็ดมาจากมืออาจารย์หน้าตาเฉย "ไปกันเถอะยัยตัวแสบ เดินทางมาเหนื่อยๆ ฉันอยาก 'พักผ่อน' เต็มทีแล้ว"
"พักผ่อนบ้าบออะไรเล่า! ฉันไม่นอนห้องเดียวกับรุ่นพี่เด็ดขาด!"
แต่มีหรือที่คนอย่างคีรินทร์จะสนใจเสียงท้วงติงของฉัน เขากว้าวยาวๆ ลากกระเป๋าเดินทางทั้งของฉันและของเขาเองมุ่งตรงไปยังบ้านพักหลังน้อยปลายหมู่บ้านทันที ทิ้งให้ฉันได้แต่ฮึดฮัดกระทืบเท้าตามหลังไปติดๆ ด้วยความคับแค้นใจ
บ้านพักหลังน้อยกึ่งไม้กึ่งปูนยกพื้นสูงบรรยากาศอบอุ่น แต่ทันทีที่เปิดประตูห้องพักเข้าไป... ความอบอุ่นที่ว่าก็มลายหาย Sเกลี้ยงเหลือเพียงความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาตีรวนบนใบหน้า
ห้องพักไม่ได้กว้างอย่างที่คิด กลางห้องมี 'เตียงเดี่ยว' ขนาดควีนไซส์ตั้งตระหง่านอยู่เพียงเตียงเดียวเท่านั้น! ไม่มีโซฟา ไม่มีฟูกเสริม ไม่มีทางเลือกอื่นใดทั้งสิ้น!
"อะ... อาจารย์แกล้งพวกเราชัวร์!" ฉันอุทานเสียงหลง ถอยหลังกรูดไปชนผนังห้องทันทีเมื่อเห็นสภาพภายใน
"หึ ห้องเตียงเดี่ยวซะด้วย..." คีย์โยนกระเป๋าเดินทางไว้มุมห้อง ร่างสูงค่อยๆ เดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าว แววตาคมกريบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป "โชคดีชะมัดที่อาจารย์จัดสรรห้องได้ถูกใจฉันที่สุดตั้งแต่เกิดมา"
"หยุดเลยนะรุ่นพี่! ถอยไปไกลๆ เลยนะ" ฉันยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบจะไม่มีช่องว่าง "บอกไว้ก่อนเลยนะว่าเตียงนั้นน่ะเป็นของฉัน! ห้ามพี่ขึ้นมานอนเด็ดขาด ไม่งั้นฉันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องอาจารย์แน่!"
"อ้าว จะให้ฉันนอนไหนล่ะหึ พื้นแข็งๆ เย็นๆ แบบนั้นเหรอ หรือจะให้ฉันยืนเฝ้าเธอจนเช้า?" คีย์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับจมูกของฉัน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้มจนขนลุกซู่ "เป็นผู้หญิงใจร้ายจังนะพิมพ์ใส... แฟนคลับข้างนอกเขารู้หมดว่าใจร้ายกับฉันขนาดไหน"
"ใครแฟนคลับพี่ไม่ทราบ! ถอยออกไปเลยนะ!" ฉันพยายามดันร่างหนาให้ออกห่าง แต่แรงผู้หญิงอย่างฉันมีหรือจะสู้แรงของเดือนวิศวะตัวยักษ์ได้ เขากลับใช้แขนข้างหนึ่งกั้นผนังห้องไว้ขังฉันให้อยู่ในอ้อมแขน ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมมาปอยผมที่ตกลงมาปรดหน้าให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ไม่ถอย... จนกว่าเธอจะตกลง" น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลขึ้นจนน่าใจหาย รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่สั่นไหวระริกจนฉันเผลอชะงัก
"ตก... ตกลงอะไรเล่า"
"ตกลงว่าจะเลิกสนใจไอ้ธาม แล้วมามองฉันคนเดียว..." คีย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยได้รูปห่างจากริมฝีปากฉันแค่คืบเดียว "นอนเตียงเดียวกัน... แค่ตัวติดกันคืนเดียวเอง เธอจะกลัวอะไร หึ?"
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทันกับรุกฆาตครั้งนี้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แรงปะทะระหว่างความถือดีกับความหวั่นไหวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
และในจังหวะที่ฉันกำลังอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธคำพูดชวนใจสั่นนั้น...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบในห้องอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนทะลุไม้กระดานเข้ามาจากระเบียงด้านนอก
"พิมพ์ใส! อยู่ข้างในหรือเปล่าพี่เอาถุงกาแฟมาฝาก... เปิดประตูให้พี่หน่อยสิ!"
เสียงของธาม!
คีย์ชะงักกึก สีหน้าที่เมื่อครู่ยังอ่อนโยนและคลั่งรัก พลันแปรเปลี่ยนเป็นความมืดทะมึนเยือกเย็นในเสี้ยววินาที สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นนูน ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม
ร่างสูงก้มลงกระซิบชิดริมหูฉันด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและอันตรายที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา
**"อย่าหวังว่าคืนนี้... จะได้เปิดประตูรับมันเลย"**
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกาวใจให้กันนะคะ หวังว่าจะฟินจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของรุ่นพี่คีย์กันนะคะ แล้วมาพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! ❤️ - เกียร์เปื้อนกาวใจ
คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 13
บ้านพักหลังน้อยกับเตียงเดี่ยว
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!