คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์•ตอนที่ 14

แผลเล็กๆ กับความห่วงใยที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้าเธอเดินออกไปจากห้องนี้โดยไม่ยอมอธิบายเรื่องไอ้ธามเมื่อเย็นนี้... อย่าหวังว่าคืนนี้... จะได้เปิดประตูรับมันเลย" ประโยคคาดโทษที่ทิ้งไว้เมื่อคืนยังลอยวนอยู่ในโสตประสาท เหมือนเสียงกระซิบติดจะพานพังของพ่อเสือหนุ่มคณะวิศวะที่กำลังหึงจนหน้ามืด แต่คนอย่างพิมพ์ใสมีหรือจะยอมจำนนให้กับการขู่เข็ญไร้สาระแบบนั้น ในเมื่อกองโมเดลโปรเจกต์มหาหินตัวนี้กำลังจะส่งส่งอาจารย์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เธอจึงเลือกที่จะเมินเสียงคำรามของพ่อตัวดี แล้วมุ่งหน้ามาลุยงานต่อที่ห้องทำงานของภาควิชาสถาปัตย์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เสียงคัตเตอร์คมกริบกรีดลงบนแผ่นโฟมบอร์ดดัง *แกรก...* เป็นจังหวะต่อเนื่อง ท่ามกลางกองเศษวัสดุ กาวร้อน และกระดาษชานอ้อยที่กระจัดกระจายเต็มโต๊ะทำงานยาว พิมพ์ใสขมวดคิ้วมุ่น สมาธิทั้งหมดถูกเทให้กับผนังอาคารจำลองชิ้นสุดท้ายที่ต้องประกอบเข้ากับฐานให้เนียบที่สุด ทว่า... ความซุ่มซ่ามมักมาเยือนในยามที่เร่งรีบที่สุด "โอ๊ย!" เสียงอุทานหลุดจากริมฝีปากอิ่ม พิมพ์ใสชะงักกึก นิ้วเรียวรีบดึงมือกลับตามสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมเมื่อความเจ็บจี๊ดวิ่งพล่านไปทั่วปลายนิ้วชี้ข้างขวา เสี้ยนไม้ชิ้นเล็กจิ๋วจากฐานไม้บัลซ่าฝังลึกเข้าไปใต้ผิวเนื้อสีเนียนจนขึ้นจุดแดงเรื่อ เลือดสีสดซึมออกมาเป็นหยดเล็กๆ น่ากลัว ให้ตายเถอะ! งานก็ยังไม่เสร็จ นิ้วเจ้ากรรมดันมาเดี้ยงเอาตอนนี้เนี่ยนะ! "ซุ่มซ่ามเป็นกิจวัตรหรือไง ยัยตัวแสบ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดไปรเวทสบายๆ แต่แฝงออร่าความดุและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก คีรินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สายตาคมกริบกวาดมองสภาพห้องรกๆ ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ปลายนิ้วเปื้อนเลือดของเธอ พิมพ์ใสสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองค้อนใส่ร่างสูงทันที "นายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วใครอนุญาตให้เข้ามาในห้องสตูดิโอคณะฉันไม่ทราบ!" "ประตูไม่ได้ล็อก... และต่อให้ล็อก พ่อเธอก็คงไม่หวงฉันเท่าไหร่หรอกมั้ง" คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตาที่มองลงมากลับไหววับด้วยความกังวลที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนสุดฤทธิ์ ร่างสูงดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ คว้าข้อมือเรียวของเธอเข้ามากุมไว้ทันทีโดยไม่ฟังเสียงประท้วง "อยู่นิ่งๆ ดิ จะดิ้นทำไม มือแตกเป็นรูขนาดนี้ยังจะทำเป็นเก่งอีก" "ปล่อยนะ! ฉันทำแผลเองได้ นายกลับไปเลยไป งอนเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ก็เคลียร์กันเสร็จแล้วไม่ใช่หรือไง" พิมพ์ใสพยายามบิดข้อมือหนี แต่มีหรือที่แรงผู้หญิงตัวเล็กๆ จะสู้แรงของเดือนวิศวะสายออกกำลังกายได้ คีย์ไม่สนใจเสียงบ่นกระปอดกระแปดยัยตัวแสบ เขาวางกระเป๋าอุปกรณ์ปฐมพยาบาลพกพาที่หยิบติดมือมาลงบนโต๊ะ ดวงตาคมเข้มจดจ่ออยู่กับปลายนิ้วเรียวของเธออย่างตั้งอกตั้งใจ นิ้วแกร่งที่ปกติมักจะจับประแจ คีม หรือเครื่องมือช่างหนักๆ ตอนนี้กลับขยับจับแหนบขนาดจิ๋วด้วยความระมัดระวังสูงสุดราวกับกำลังกู้ระเบิดเวลา "เจ็บก็ร้องออกมาเถอะ ไม่ต้องมาทำเป็นกัดปากอวดดี" เสียงบ่นงึมงำดังขึ้นพร้อมกับที่คีย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนหลังมือของเธอ "ใครอวดดีเล่า นายต่างหากที่ทำแรง!" พิมพ์ใสสูดปากด้วยความเจ็บแปล๊บเมื่อปลายแหนบแตะโดนจุดที่เสี้ยนฝังอยู่ เผลอจิกเล็บลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาโดยไม่รู้ตัว "ถ้าไม่นิ่งๆ มันจะออกมั้ยล่ะ หุบปากแล้วหายใจเข้าลึกๆ ยัยเด็กดื้อ" คีย์ดุเสียงเขียว แต่สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับนุ่มนวลสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง เขากลั้นหายใจชั่ววินาที ก่อนจะบรรจงคีบเสี้ยนไม้เจ้าปัญหาออกมาได้สำเร็จในครั้งเดียว "อื้อ..." พิมพ์ใสหลับตาปี๋ด้วยความเจ็บ แต่พอรู้ว่ามันหลุดออกแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คีย์จัดการหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์มาแตะทำความสะอาดแผลให้อย่างเบามือที่สุด เขาก้มหน้าลงเป่าลมเบาๆ ที่ปลายนิ้วให้เธอเพื่อบรรเทาความแสบ ร่างสูงทำทุกอย่างด้วยความใส่ใจและทะนุถนอมราวกับเธอกำลังจะแตกสลาย ทั้งที่ปากก็ยังไม่วายบ่นกระpอดกระแปดตามนิสัยซึนเดระของเจ้าตัว "วันหลังจะหยิบจับอะไรก็ให้มันระวังซะบ้าง ไม่ใช่มีแต่สมองไวแต่ร่างกายพังแบบนี้... รู้ไหมว่าเห็นแล้วมันหงุดหงิด" "แล้วใครใช้ให้นายมาดูหล่ะ..." พิมพ์ใสพึมพำตอบเสียงเบา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือหนาที่ยังคงกุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงแอร์ในห้องทำงานที่ดังฮัมเบาๆ สายตาของคีย์ค่อยๆ เคลื่อนจากปลายนิ้วที่ทำแผลเสร็จขึ้นมาสบตากับเธอ แววตาดุๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและอ่อนโยนจนน่ากลัว หัวใจดวงน้อยของพิมพ์ใสเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะแนบชิด "หงุดหงิดที่เห็นเธอเจ็บ..." คีย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกวาดยังริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเลื่อนขึ้นมองสบตาตรงๆ "แล้วก็หงุดหงิดมากด้วย... ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ครั้ง เธอก็ชอบทำให้ฉันต้องยอมแพ้ตลอดเลย" พิมพ์ใสลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสวาบหวามทำเอาเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาผสมผสานกับบรรยากาศยามเช้ามืด ยิ่งทำให้เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งสูงจนทะלטปรอท ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะหลุดออกจากอก ใบหน้าคมคายกำลังโน้มเข้ามาใกล้เพื่อจะปิดระยะห่างนั้นลง *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของรุ่นพี่หนุ่มคณะวิศวะที่คุ้นตาผลักประตูเข้ามาหน้าตาเฉย "น้องพิมพ์ครับ พี่เอาแฟ้มแบบแปลนที่ฝากไว้มาคื..." ธามชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่เดือนวิศวะคู่ปรับตัวฉกาจกำลังกุมมือและโน้มตัวเข้าใกล้พิมพ์ใสในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจรดกัน คีย์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที รังสีความเย็นชาและอำนาจมืดแผ่ซ่ายกระจายทั่วห้องจนอุณหภูมิลดฮวบลงหลายองศา ดวงตาคมกริบหันไปจ้องเขม็งใส่ธามด้วยแววตาหึงโหดที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ "ออกไป." คีย์เอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด ธามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยิ้มมุมปากอย่างท้าทายก่อนจะก้าวเข้ามาอีกก้าว "อ้าว คีรินทร์... นึกว่าใคร ที่แท้ก็มาเฝ้าเด็กสถาปัตย์นี่เอง โทษทีนะที่เข้ามาขัดจังหวะ พอดีพี่มีธุระ 'สำคัญ' กับพิมพ์เขาเหมือนกัน" พิมพ์ใสเบิกตากว้างเมื่อเห็นประกายไฟแลบแปล๊บๆ ระหว่างผู้ชายสองคนที่แผ่พุ่งออกมาชนกันโครมคราม ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายวิศวะกับยัยตัวแสบสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%